รู้จักคณะอนุกรรมการสนับสนุนการป้องกัน ควบคุมและการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ (H1N1) 2009

  

 

 

            เนื่องด้วยการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ (H1N1) 2009 กำลังกายเป็นภัยคุกคามอย่างร้ายแรงต่อสุขภาวะของคนไทยในปัจจุบันและในอนาคต ซึ่งทุกองค์กรในประเทศไทยสมควรจะได้ร่วมกันแก้ไขปัญหา เพื่อให้การเฝ้าระวัง การป้องกัน ควบคุม และการแก้ปัญหาการระบาดใหญ่ของโรคดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิงขึ้น

 

              อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 23 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ.2544 คณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ในการประชุม ครั้งที่ 7/2552 วันที่ 17 กรกฎาคม 2552 จึงมีมติแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการสนับสนุนการป้องกัน ควบคุม และการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ (H1N1 2009) ขึ้น โดยมีองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

 

 

นายแพทย์มงคล ณ สงขลา

ประธานอนุกรรมการ

 

นายแพทย์สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ

รองประธานอนุกรรมการ

 

                       

ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ             รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข                เลขาธิการสำนักงาน

          อนุกรรมการ                           (ผู้ที่รัฐมนตรีมอบหมาย)                หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

                                                            อนุกรรมการ                                    อนุกรรมการ

 

                         

   ประธานคณะกรรมการ                นายวิทเยนทร์ มุตตามระ                รองศาสตราจารย์(พิเศษ)   องค์การเภสัชกรรม                                 อนุกรรมการ                              ทวี โชติพิทยสุนนท์

         อนุกรรมการ                                                                                      อนุกรรมการ

                                             

                        

นพ.ศุภมิตร ชุณห์สุทธิวัฒน์       รองศาสตราจารย์จุมพล รอดคำดี           นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ 

          อนุกรรมการ                                    อนุกรรมการ                                  อนุกรรมการ

 

                        

 ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา            ศ.แพทย์หญิงสยมพร ศิรินาวิน             รศ.นพ.กำจร ตติยกวี

          อนุกรรมการ                                     อนุกรรมการ                                 อนุกรรมการ

 

                        

รศ.นพ.สุวัฒน์ จริยาเลิศศักดิ์        ศ.นพ.วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์    ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ

          อนุกรรมการ                                     อนุกรรมการ                                 อนุกรรมการ

             

                         

      นพ.ชูชัย ศุภวงศ์                    ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์          นางเอื้ออารีย์ หมื่นอินทร์กุล

          อนุกรรมการ                                     อนุกรรมการ                                 อนุกรรมการ

 

                        

รศ.วิลาสินี อดุลยานนท์                  นางสาวสุพัฒนุช สอนดำริห์           นายรัฐพงศ์ โภคะสุวรรณ

           อนุกรรมการ                                    อนุกรรมการ                                 อนุกรรมการ

 

                                                        

                        นางเบญจมาภรณ์ จันทรพัฒน์         น.ส.ปาริชาติ พรหมสุวรรณ                           

                             อนุกรรมการและเลขานุการ          อนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

                                     

  

อำนาจหน้าที่             

1.       กำหนดแนวทางในการสนับสนุนรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

2.       อำนวยการให้มีการสื่อสารเผยแพร่และ/หรือรณรงค์เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ

3.       อนุมัติโครงการโดยการปฏิบัติภารกิจตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารแผนตามหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินเพื่อการสนับสนุนโครงการและกิจกรรม พ.ศ.2550 โดยอนุโลมในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์

4.       ประสานงานกับหน่วยงานภายนอกในนามของคณะกรรมการเพื่อประโยชน์การบรรลุวัตถุประสงค์ ทั้งนี้โดยไม่ขัดหรือแย้งกับมติของคณะกรรมการ นโยบาย หลักเกณฑ์ กฎหมาย หรือระเบียบข้องบังคับของกองทุน

5.       รายงานผลการดำเนินการต่อคณะกรรมการกองทุนทราบเป็นระยะ

6.       ให้คำแนะนำแก่ผู้จัดการในการดำเนินการใดๆ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์

7.       แต่งตั้งที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญเป็นคณะทำงานเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการตามที่คณะอนุกรรมการมอบหมาย

8.       ดำเนินการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์หรือตามที่คณะกรรมการกองทุนมอบหมายเพิ่มเติม

 

ทั้งนี้ในการดำเนินงานให้คณะอนุกรรมการข้างต้นประสานงานกับคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อมป้องกันและควบคุมแก้ไขสถานการณ์การระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ (ซึ่งมี พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน) เพื่อให้การดำเนินการต่างๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

  

การแต่งตั้งคณะทำงานด้านการวิจัยและวิชาการเพื่อสนับสนุนการป้องกันควบคุม และการแก้ปัญหาการแพร่ระบาด ของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ (H1N1) 2009

 

คณะอนุกรรมการสนับสนุนการป้องกัน ควบคุม และแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ H1N1 2009 ในการประชุมครั้งที่ 4/2552 วันที่ 10 สิงหาคม 2552 มีมติให้แต่งตั้งคณะทำงานด้านการวิจัยและวิชาการเพื่อสนับสนุนการป้องกัน ควบคุม และการแก้ปัญหาการแพร่ระบาด ของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ H1N1 2009” ขึ้น โดยมีองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

 

1. องค์ประกอบ

1.1 นายแพทย์สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ ประธานคณะทำงาน

1.2 นายแพทย์คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ คณะทำงาน

1.3 นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร คณะทำงาน

1.4 ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเสริฐ เอื้อวรากุล คณะทำงาน

1.5 รองศาสตราจารย์นายแพทย์กำจร ตติยกวี คณะทำงาน

1.6 รองศาสตราจารย์ลือชัย ศรีเงินยวง คณะทำงาน

1.7 รองศาสตราจารย์ปาริชาต สถาปิตานนท์ คณะทำงาน

1.8 นายนพดล กรรณิกา คณะทำงาน

1.9 นางเบญจมาภรณ์ จันทรพัฒน์ คณะทำงาน

1.10 เจ้าหน้าที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพที่ได้รับมอบหมายคณะทำงานและเลขานุการ

 

2. อำนาจหน้าที่

2.1 เป็นผู้ประสานหลักเพื่อกำหนดแนวทางในการสนับสนุนงานด้านวิจัยและงานวิชาการที่เกี่ยวข้องเฉพาะในประเด็นสำคัญที่ผลต่อการขับเคลื่อนนโยบายของอนุกรรมการฯ เพื่อวัตถุประสงค์ในการควบคุม ป้องกัน และแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 มีประสิทธิภาพ

2.2 พิจารณากลั่นกรองเพื่อให้การสนับสนุนโครงการที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมป้องกัน และแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

2.4 ประสานงานกับหน่วยงานภายนอกในนามของคณะอนุกรรมการฯ เพื่อประโยชน์ในการบรรลุวัตถุประสงค์ ทั้งนี้โดยไม่ขัดหรือแย้งกับมติของคณะอนุกรรมการ

2.5 รายงานผลการดำเนินงานต่อคณะอนุกรรมการฯ ทราบเป็นระยะ

2.6 ดำเนินการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์หรือตามที่คณะอนุกรรมการฯ

 

ที่มาของคณะอนุกรรมการ

เนื่องด้วยการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ H1N1 2009 กำลังเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาวะของคนไทยในปัจจุบันและในอนาคต ซึ่งทุกองค์กรในประเทศไทยสมควรจะได้ร่วมกันแก้ไขปัญหา เพื่อให้การเฝ้าระวัง การป้องกัน ควบคุมและการแก้ปัญหาการระบาดใหญ่ของโรคดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้ คณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ในการประชุมครั้งที่ 7/2552 วันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ.2552 จึงมีมติให้แต่งตั้ง คณะอนุกรรมการสนับสนุนการป้องกัน ควบคุมและการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สาย พันธุ์ใหม่ H1N1 2009” ขึ้น

 

              อำนาจหน้าที่ ของคณะอนุกรรมการ ประกอบด้วย 1) กำหนดแนวทางในการสนับสนุนรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกัน ควบคุม และแก้การแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ 2) อำนวยการให้มีการสื่อสารเผยแพร่และ/หรือรณรงค์เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ 3) อนุมัติโครงการโดยปฏิบัติภารกิจตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารแผนตามหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินเพื่อการสนับสนุนโครงการและกิจกรรม พ.ศ. 2550 โดยอนุโลมในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์

 

              4) ประสานงานกับหน่วยงานภายนอกในนามของคณะกรรมการเพื่อประโยชน์ในการบรรลุวัตถุประสงค์ ทั้งนี้โดยไม่ขัดหรือแย้งกับมติของคณะกรรมการ นโยบาย หลักเกณฑ์ กฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับของกองทุน ทั้งนี้ จักต้องรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการกองทุนทราบเป็นระยะ

 

การขับเคลื่อนการดำเนินงานของอนุกรรมการฯ

 

      คณะอนุกรรมการฯ ได้มีการเร่งปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการกองทนุสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ โดยได้ดำเนินการ ดังนี้

 

2.1         การจัดประชุมคณะอนุกรรมการฯ

                        คณะอนุกรรมการฯ ได้เห็นความสำคัญของการเร่งดำเนินการขับเคลื่อนในการควบคุม ป้องกัน และแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ (H1N1) 2009 จึงได้เชิญประชุมคณะอนุกรรมการฯ เร่งด่วนภายหลังได้มีมติคณะกรรมการฯ ให้จัดตั้งคณะอนุกรรมการฯ ทุกวันจันทร์ ผ่านมาแล้วประชุม 5 ครั้ง ในวันที่ 22 27 กรกฎาคม 3 10 และ 17 สิงหาคม 2552 และเพื่อให้การประชุมมีความต่อเนื่อง ที่ประชุมจึงได้มีมติกำหนดให้มีการประชุมในวันจันทร์ ทุกสัปดาห์ เพื่อให้สมารถดำเนินงานได้ทันต่อสถานการณ์ปัญหาที่เร่งด่วน

 

2.2         การจัดประชุมกับหน่วยงาน/องค์กรต่าง ๆ

                        คณะอนุกรรมการฯ ได้แบ่งกลุ่มต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนภารกิจด้านการควบคุม ป้องกัน และแก้ปัญหาการแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่ฯ 2009 ออกเป็น 10 กลุ่ม และได้มีการประชุมหารือกับกลุ่มต่าง ๆ ได้แก่

1) กลุ่มสถาบันการศึกษา

·     ได้เข้าหารือกับปลัดกระทรวงศึกษาธิการและเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการระดับกระทรวงเพื่อป้องกันและติดตามการแพร่ระบาดโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ (เอช 1 เอ็น1) ในวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม 2552

·         ประชุมหารือร่วมกับผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา (มหาวิทยาลัย ราชภัฏ และ ราชมงคล) ในวันอังคารที่ 4 และ 10 สิงหาคม 2552

·     สสส.และ สกอ. ประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือเป็นภาคีรณรงค์ป้องกันการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในสถาบันอุดมศึกษา 165 แห่งทั่วประเทศ ในวันอังคารที่ 25 สิงหาคม 2552

·         จัดกิจกรรมโรงเรียนตัวอย่าง ต้านหวัด 2009 30 โรงเรียน เริ่มต้นวันที่ 24 สิงหาคม 2552 ณ โรงเรียนเซนจอห์น

·         จัดประชุมความร่วมมือและแถลงข่าวร่วมกับโรงเรียนในพื้นที่กรุงเทพฯ และ ปริมณฑล จำนวน 400 แห่ง

·     จัดประชุมและประกาศเจตนารมย์สู้ภัยหวัด ร่วมกับ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 185 แห่ง เพื่อผลักดันการปฏิบัติในสถานศึกษาในสังกัดสพฐ.ศธ.ในระยะยาว

 

   2) กลุ่มท้องถิ่น

·     ปรึกษาหารือร่วมกับรมว.มท. เกี่ยวกับการขับเคลื่อนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไข้หวัด 2009 โดย รมว.มท. ได้ประกาศป้องกันไข้หวัด 2009 ในทุกตำบล

·     ร่วมหารือกับปลัดกระทรวงมหาดไทย และ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.มท.) เพื่อดำเนินการในระดับพื้นที่ทุกแห่ง รวม 7,851 แห่ง (อบต. 6,145 แห่ง เทศบาล 1,631 แห่ง อบจ. 75 แห่ง)

·     สปสช. สนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ ให้ อปท. จัดกิจกรรมป้องกันการแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่ 2009 ซึ่งปัจจุบันมี 3,935 แห่ง ซึ่งปัจจุบัน (ปี 2552) มีเงินกองทุนประมาณ 1,040 ล้านบาท

·     จัดประชุมความร่วมมือกับอบจ.นครราชสีมา วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม 2552 ชลบุรี และมีกำหนดประชุมต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี พระนครศรีอยุธยา และลำปาง ในเดือนกันยายน 2552

 

3)      กลุ่มสถานประกอบการ โรงงาน ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมและสถานประกอบการต่าง ๆ

·     หารือร่วมกับที่ปรึกษารมว.รง. และรอง ป.รง. (นพ.สมเกียรติฯ) เพื่อกำหนดจัดทำข้อตกลงร่วมกับกระทรวงแรงงาน (มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไข้หวัด 2009 ในสถานประกอบการทั่วประเทศ) ในวันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม 2552

·     จัดทำบันทึกความร่วมมือป้องกัน ควบคุม และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 วันพุธที่ 26 สิงหาคม 2552

·     จัดทำมาตรการเข้มข้นในการป้องกันไข้หวัดใหญ่ในสถานประกอบการ โรงงานต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยมีการออกตรวจเยี่ยมสถานประกอบกิจการ การจัดโครงการคาราวานเคลื่อนที่ไปยังสถานประกอบกิจการที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรม

·     จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกัน ควบคุม และการแก้ปัญหา การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ และมีสายด่วนให้คำแนะนำแก่ประชาชน

 

4) กองทัพ (บก เรือ อากาศ) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ส่วนราชการต่าง ๆ

·     ประชุมหารือร่วมกับกองทัพ สตช. และ กพ. ในวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม 2552 เพื่อจัดทำมาตรฐานป้องกันการแพร่ระบาดในกองทัพและสถานที่ราชการ

·     ดำเนินการมาตรการเข้มข้นในกองทัพบก เรือ อากาศ เช่น ผู้ป่วยเป็นไข้หวัดต้องใส่หน้ากากอนามัย สามารถลาป่วยโดยโทรศัพท์แจ้ง ทั้งนี้จะมีมาตรการที่เข้มข้นในด้านความสะอาดและสุขอนามัยในสถานที่พักของทหารเกณฑ์

·     กองทัพ 3 เหล่าทัพ (บก เรือ และอากาศ) ประกาศเจตนารมย์ รวมพลังกองทัพไทยต้านภัยหวัด 2009 วันที่ 26 สิงหาคม 2552 ณ ห้องประชุมกองทัพอากาศ

 

5) กลุ่มพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้แก่ ตึกสูง ตลาดสด สวนสาธารณะ ร้านอาหาร และ ที่ชุมนุมชนต่าง ๆ

·     หารือมาตรการกับรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (พญ.มาลินีฯ) ในวันที่ 5 สิงหาคม 2552 ซึ่งกทม. ได้เห็นชอบในมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดฯ โดยเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนเขตต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ

·         ร่วมกิจกรรมรณรงค์สนับสื่อต้นแบบรณรงค์ในตึกสูง ตลาดสด สวนสาธารณะ ร้านอาหาร และ ที่ชุมนุมชนต่าง ๆ

 

6)      ระบบขนส่งต่าง ๆ (รถประจำทาง รถไฟฟ้า รถไฟ เรือ และ เครื่องบิน)

·     ประชุมหารือขับเคลื่อนมาตรการป้องกันในระบบขนส่งต่าง ๆ ในวันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม 2552 เพื่อนำมาตรการไปสู่การปฏิบัติ ทุกหน่วยงานให้ความร่วมมือในการดำเนินการโดยจัดให้มีจุดล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ให้บริการแก่ประชาชนในทางเข้า-ออกหรือบริเวณสถานี/ท่าต่าง ๆ รวมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับไข้หวัด 2009

·     ขสมก.ติดตั้งเจลล้างมือบนรถเมล์ มีมาตรการทำความสะอาดรถเมล์อย่างเข้มข้น (พขร.และพชส. ใส่หน้ากากอนามัย, ทำความสะอาดรถด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคเมื่อรถเข้าอู่,ถอดผ้าม่าน, เปิดพัดลมดูดอากาศทุก 10 นาที/ครั้ง) และกิจกรรมแถลงข่าว รถเมล์ไทยปลอดภัย รวมพลังสู้หวัด ร่วมกับ ขสมก. วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2552

·     รถไฟฟ้า (BTS และ MRT) มีจุดเจลล้างมือ ทำความสะอาดรถโดยพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคและร่วมรณรรงค์ประชาสัมพันธ์และให้ความรู้เกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่ 2009

·         รถไฟ จัดตั้งเจลล้างมือในสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศโดยเฉพาะสถานีใหญ่กว่า 100 แห่ง อย่างน้อย 2-3 จุด

·     เรือข้ามฟากและเรือโดยสารต่าง ๆ เน้นมาตรการรักษาความสะอาดโดยมีการทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วม เช่น ราวจับ พนักเก้าอี้ ที่นั่งผู้โดยสาร เป็นต้น

 

        7) ห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์

·     ประชุมหารือกับห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ในวันจันทร์ที่ 10 และวันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2552 ขอความร่วมมือประชาสัมพันธ์ข้อมูลต่อพนักงาน ประชาชน จัดกิจกรรมรณรงค์ และทำมาตรการดูแลความสะอาดของสถานที่ เป็นต้น

·     ประกาศเจตนารมย์เป็นภาคีความร่วมมือป้องกันไข้หวัด 2009 ร่วมกับห้างสรรพสินค้า (เซ็นทรัล คาร์ฟูร์ โลตัส เดอะมอลล์กรุ๊ป พารากอน โฮมเวิร์ค ท็อป ซีคอนสแควร์ แฟชั่นไอแลนด์) ซึ่งมีสาขาทั่วประเทศรวมทั้งสิ้นกว่า 3,000 แห่ง วันที่ 2 กันยายน 2552

·     ห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศจัดกิจกรรมสัปดาห์ต้านภัยหวัด 2009 ในวันที่ 9-15 กันยายน 2552 โดยมีกิจกรรมออกกำลังกาย ตรวจสุขภาพ ให้คำแนะนำ และ นิทรรศการ เน้นมาตรการห้างปลอดเชื้อโรค

 

        8) เครือข่ายอินเตอร์เน็ต ร้านเกมส์ และแอนนิเมชั่น

·     ประชุมหารือกับเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ร้านเกมส์ และแอนนิเมชั่น ในวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2552 ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก 10 เว็บไซต์ที่มีผู้เข้าใช้มากที่สุด (พันธุ์ทิพย์ กระปุก สนุก) นายกสมาคมอินเตอร์เน็ต ในการรณรงค์เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับไข้หวัด 2009 โดยใช้เว็บไซต์สสส. www.flz2009thailand.com เป็นศูนย์กลาง

 

   9)      บริษัทเอกชนผู้ผลิตอุปกรณ์ป้องกันการแพร่ระบาด

·     ประชุมหารือกับบริษัทต่าง ๆ ในวันศุกร์ที่ 24 กรกฏาคม 2552 ซึ่งได้รับความร่วมเป็นอย่างดี จากบริษัทโพรเทค เดทตอล และอื่นๆ

·         องค์การเภสัชกรรมและบริษัทโพรเทค สนับสนุนเจลแอลกอฮอล์ 10,000 ขวด แก่ ขสมก.

·         บริษัทเดทตอล สนับสนุนกิจกรรมสร้างความรู้ในโรงเรียนต้นแบบ 30 แห่ง และ น้ำยาทำความสะอาดในราคาถูก

 

ยุทธศาสตร์ในการดำเนินการ

 

3.1    การสร้างเจ้าภาพร่วมในการดำเนินการ

สสส.และภาคีหลักในคณะอนุกรรมการฯ จะทำงานร่วมกับภาคีกลุ่มต่างๆ เพื่อพัฒนาชุดมาตรการในการ ดำเนินการที่เป็นรูปธรรม ทั้งด้านการควบคุม ป้องกัน และการให้ความรู้ รวมถึงให้เกิดปฏิบัติการที่ประชาชนสามารถพบ เห็นได้โดยง่าย กับกลุ่มต่างๆ ดังต่อไปนี้

 

3.1.1 สถานศึกษา ซึ่งประกอบด้วย โรงเรียนทุกสังกัด มหาวิทยาลัยทั้งรัฐ และเอกชนและ โรงเรียนกวดวิชา โดยดำเนินงานร่วมกับกระทรวง ศึกษาธิการ และสถาบันการศึกษาภาคเอกชน

3.1.2 ชุมชนและท้องถิ่น โดยดำเนินการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย (กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นเจ้าภาพ) และองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ รวมถึงกรุงเทพมหานคร และตัวชุมชนเอง

3.1.3 โรงงาน สถานประกอบการและที่ทำงานทั้งรัฐและเอกชน โดยดำเนิน การร่วมกับกระทรวงแรงงาน และส่วนราชการอื่นๆ เช่น ตำรวจ ทหาร และสถานที่ราชการ เป็นต้น

3.1.4 สถานที่ชุมนุมต่างๆ เช่น

(1) ระบบโดยสารสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน รถ/เรือเมล์ รถไฟ รถโดยสาร รถแท็กซี่ รถตู้ มอเตอร์ไซด์รับจ้าง เป็นต้น

(2) ห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ สถานบันเทิงอื่นๆ

(3) ร้านอินเตอร์เน็ต

(4) ตลาดสด สวนสาธารณะ ธนาคาร อาคารสำนักงานขนาดใหญ่

 

3.2    การสื่อสารเชิงรุก

สสส. และภาคีหลักในคณะอนุกรรมการฯจะพัฒนาการสื่อสารเชิงรุก ไปยังกลุ่มเป้าหมายต่างๆ โดยมีการจัดทำสื่อการรณรงค์ทางโทรทัศน์ และวิทยุ และสื่ออื่นๆ ดังตัวอย่างเช่น

  3.2.1 สปอตรณรงค์ทางโทรทัศน์ วิทยุ และป้ายกลางแจ้งใน 4 ประเด็น ดังนี้

(1) ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ปัญหาหวัด

(2) การหยุดการแพร่เชื้อ ด้วยการหยุดอยู่บ้าน

(3) การเข้าใจวงจรการแพร่เชื้อ

(4) การสร้างความเข้าใจเหตุผลในการล้างมือและใส่หน้ากาก ว่าสามารถหยุดการแพร่เชื้อได้อย่างไร

3.2.2 จัดทำสื่อความรู้อื่นๆ ดังนี้

·         FACT Sheet

·         เว็ปไซด์

·         เกมส์ และสื่ออิเล็คโทรนิกส์

·         KEY Visual ของข้อมูล และประเด็นต่างๆ เพื่อใช้ในการเผยแพร่ทางโทรทัศน์

·         ต้นแบบ Stand จุดล้างมือ และชุดนิทรรศการ เพื่อใช้ในที่สาธารณะ เช่น ห้างสรรพสินค้า รถเมล์

·         การ์ด ให้ความรู้เป็น TIP ง่ายๆ ในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย และจัดทำเป็นกล่องเพื่อสามารถนำไปตั้งในสถานที่ต่างๆ ได้ง่าย

·         สารคดีความรู้ ในสื่อวิทยุ หนังสือพิมพ์ อินเตอร์เน็ต

3.2.3 จัดทำ event เพื่อรณรงค์ในกลุ่มเป้าหมายต่างๆ เพื่อสนับสนุนการทำงาน ของภาคีต่างๆ ให้เกิดการสื่อสารไปสังคมวงกว้าง

3.2.4 สสส. จะจัดตั้งศูนย์สนับสนุนสื่อ เพื่อเป็นศูนย์กลางการกระจายสื่อไป ยังภาคีและกลุ่มเป้าหมายต่างๆ

นอกจากการพัฒนาสื่อรณรงค์ต่างๆ แล้ว สสส.จะประสานความร่วมมือของ สื่อทุกประเภทให้เข้ามาร่วมเป็นเจ้าภาพในการแก้ปัญหาด้วย ดังเช่น

·         โทรทัศน์

·         วิทยุ และวิทยุชุมชน

·         หนังสือพิมพ์

·         เคเบิ้ลทีวี และโทรทัศน์ดาวเทียม

·         นิตยสาร นิตยสารและจดหมายข่าวในองค์กร

·         เครือข่ายอินเตอร์เน็ต

ทั้งนี้ สสส.จะจัดทำฐานข้อมูล บุคคลที่จะสามารถเป็นวิทยากรในประเด็น ต่างๆเอาไว้ ให้สามารถใช้งานได้ทันที และจะมีการประชุมร่วมหรือ สื่อสาร กับวิทยากรทุกคนเพื่อให้มีแนวทางในการให้ข้อมูลต่อสังคมไกล้เคียงกัน

 

3.3         สนับสนุนการดำเนินการอื่นๆ

                        กิจกรรมอื่นใดที่จำเป็นเร่งด่วน สสส.ซึ่งมีความยืดหยุ่นในการทำงานสูง สามารถดำเนินการให้การสนับสนุน ได้ทันที เช่น การศึกษาเพื่อประเมินสถานการณ์การระบาด การศึกษาประเมินความคิดเห็นของประชาชน การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาวัคซีน และการจัดสรรวัคซีน การศึกษาเพื่อเตรียมการระบบบริการสาธารณสุขรองรับในภาวะฉุกเฉิน

 

3.4         การพัฒนายุทธศาสตร์และศักยภาพในระยะยาว

                  เนื่องจากการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่จะมีขึ้นได้อีกในอนาคต รวมทั้งอาจ มีการระบาดใหญ่ของโรคอุบัติใหม่อื่นได้ นอกจากนี้กลไกและการเตรียมรองรับ ปัญหาที่เป็นวิกฤตสังคมในลักษณะเดียวกัน ก็สามารถที่จะรองรับวิกฤต ที่อาจเกิดจากภัยธรรมชาติ และภัยที่มนุษย์สร้างขึ้น ในอนาคตด้วย

 

การดำเนินงาน

 

      การดำเนินงานของคณะอนุกรรมการฯ ได้กำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินงาน 4 ยุทธศาสตร์ ในการขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดความครอบคลุมและเชื่อมโยงกับนโยบายหลักของรัฐบาลเกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่ 2009 และไม่เป็นการดำเนินงานที่ซ้ำซ้อนกับภารกิจของคณะต่าง ๆ รายละเอียดดังนี้

 

ยุทธศาสตร์การดำเนินงาน

ผลงาน

1.การสร้างเจ้าภาพรวมในการดำเนินการ

 

 

§   กระทรวงศึกษาธิการ : ดำเนินการส่งเสริมการป้องกันการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 ในสถานศึกษาทุกแห่ง ครอบคลุมนักเรียน 20 ล้านคน

§   กระทรวงมหาดไทย : ดำเนินการร่วมกับ อปท. ทั่วประเทศ 7,851 แห่ง และ สปสช. ผ่านกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ 3,935 แห่ง

§   กระทรวงแรงงาน : ดำเนินการในโรงงานและสถานประกอบการ 6,000 แห่ง ทั่วประเทศครอบคลุมประชากร 9 ล้านคน

§   ระบบขนส่งสาธารณะต่าง ๆ : ขสมก. BTS MRT รถไฟ เรือ โดยดำเนินมาตรการด้านความสะอาดอย่างเข้มข้นโดยเฉพาะบริเวณจุดสัมผัสร่วมต่าง ๆ จัดจุดเจลแอลกอฮอล์ล้างมือบนรถ และ บริเวณสถานี/ท่าต่าง ๆ รวมทั้งรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับไข้หวัด 2009

§   กองทัพ : ดำเนินการมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่ 2009 ใน 3 เหล่าทัพ ครอบคลุมกำลังพลและครอบครัว 2 ล้านคน

§   กรุงเทพมหานคร : ร่วมรณรงค์มาตรการป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009 ในอาคารสูง ตลาดสด สวนสาธารณะ ร้านอาหาร และ ที่ชุมนุมชนต่าง ๆ

§   ห้างสรรพสินค้า : ประกอบด้วยเซ็นทรัล คาร์ฟูร์ โลตัส เดอะมอลล์กรุ๊ป พารากอน โฮมเวิร์ค ท็อป ซีคอนสแควร์ แฟชั่นไอแลนด์ ซึ่งมีสาขาทั่วประเทศรวมทั้งสิ้นกว่า 300 แห่ง จัดทำมาตรการเข้มข้นด้านความสะอาด การออกกำลังกาย และ การรณรงค์ให้ความรู้แก่พนักงานและผู้ใช้บริการ

 

2. การสื่อสารเชิงรุก

 

·      การตั้งศูนย์กระจายสื่อ และหมายแลขโทรศัพท์รับสื่อ 1330

·      จัดทำสื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ได้แก่

- สปอตโทรทัศน์6 ชุด และ วิทยุ4 ชุด

- หนังสือการ์ตูน 2 แบบ

- สื่อบิลบอร์ด 5 แบบ 10 แห่ง

- แผ่นพับ โปสเตอร์ 4 แบบ

- เอกสารความรู้ (Fact Sheet) 1 ชุด

- สติกเกอร์ 3 แบบ

- สกู๊ปรายการให้ความรู้ 5 ชุด

- สื่อแอนนิเมชั่น 6 ชุด

·      เว็บไซต์ www.flz2009thailand.com นำเสนอข้อมูลความรู้ที่ทันสมัย เกมส์ทดสอบว่าเป็นไข้หวัด 2009 หรือไม่ พร้อมสามารถดาวน์โหลดข้อมูลและสื่อความรู้ได้ทันที

 

3.สนับสนุนการดำเนินการอื่นๆ

 

1) การสนับสนุนงานวิจัย

§   วิจัยเรื่องการมีภูมิต้านทาน โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วงเงิน 10 ล้านบาท

§   วิจัยเรื่องวัคซีน เพื่อเร่งกระบวนการผลิตวัคซีน ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล วงเงิน 11 ล้านบาท

2) การพัฒนาระบบ National surveillance system

 

4.การพัฒนายุทธศาสตร์และศักยภาพ ระยะยาว

§      การทำงานร่วมกับองค์การอนามัยโลก ในการทบทวนสถานการณ์ระดับนานาชาติ รวมถึงการสังเคราะห์บทเรียนระหว่างประเทศ

§      ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ในการพัฒนายุทธศาสตร์ โดย

1)      จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย การจัดทำยุทธศาสตร์ ในการประชุมสมัชชาสุขภาพ ครั้งที่ 2

2)      การพัฒนาระบบกลไกเฝ้าระวังโรค ที่มีประสิทธิภาพ และน่าเชื่อถือ

 

 

 

 

 

 

ที่มา : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส.

 

 

 

 

 

Update 01-09-52

 

 

 

อัพเดทเนื้อหาโดย : ฤทัยรัตน์ ไกรรอด