ข้ามสู่เนื้อหาหลัก

ซึ้งใจไปกับนักพูดเริ่มต้นดีชีวิตต่อไปก็จะดี

 

"ศาสนา" ถือเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของคนเราทุกคน และในทุกศาสนาจะสอนให้ทุกคนเป็นคนดี ศาสนาจึงเป็นภาพอันบริสุทธิ์ผุดผ่อง เต็มไปด้วยคุณงามความดี ที่คนทุกคนต่างแสวงหา และปรารถนาที่จะเข้าไปใกล้ชิด เพื่อให้ตัวเองผุดผ่อง เช่นเดียวกับศาสนา เพื่อทำให้ชีวิตได้รับแต่ความสุข และความเจริญ

แต่ในปัจจุบันดูเหมือนชาวพุทธนับวันยิ่งห่างไกลจากวัดและศาสนามากขึ้น อาจเนื่องด้วยเทคโนโลยี การแข่งขันทางสังคมและอื่นๆ อีกมากมาย ที่ทำให้หลายคนมองข้ามเรื่องของศาสนา โดยเฉพาะเรื่องการทำความดี ที่ทุกคนควรระลึกไว้อยู่ตลอดเวลา

ด้วยเหตุนี้ จึงมีการยกวัดเข้ามาไว้ใจกลางเมือง เพื่อให้คนรุ่นใหม่ ทุกเพศ ทุกวัย ทุกครอบครัวได้เข้าถึงศาสนา ภายใต้ งาน "มหกรรมลานโพธิ์ ตอน งานวัดลอยฟ้า" ซึ่งจัดขึ้นที่สยามพารากอนในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยภายในมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย แต่ที่น่าสนใจ คือ การเสวนา ภายใต้หัวข้อ "เริ่มต้นดี ชีวิตดี" ที่ดูเหมือนจะใกล้ตัวเรามากที่สุด

ดร.สรยุทธ รัตนพจนารถ หรือ อ.เอเชีย อาจารย์ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดลและเป็นนักวิจัยโครงการวิจัยและจัดการความรู้จิตตปัญญาศึกษา บอกกับเราว่า การเริ่มต้นดี ชีวิตดี ถือเป็นหัวใจสำคัญของชาวพุทธ เพราะ เรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับเรื่องของกรรม การกระทำและผลของการกระทำ อีกทั้งความจริงอีกข้อหนึ่งที่เกิดขึ้นควบคู่กันไป คือ จิตของคนเราจะเกิดขึ้นและดับลงในชั่วขณะอยู่ตลอดเวลา และในขณะที่เกิดขึ้นใหม่ในทุกๆ ครั้งจึงถือเป็นขณะที่ใหม่อยู่เสมอ ดังนั้นชาวพุทธทุกคนจึงต้องตระหนักว่า เราสามารถเริ่มใหม่ได้ทุกครั้ง ดังนั้น การเริ่มต้นที่ดี จึงสามารถเริ่มได้ตลอดเวลา เพราะสิ่งที่เราเป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน คือผลจากสิ่งที่เราเคยมีมาจากอดีต ส่วนอนาคตก็จะเป็นผลจากการที่เราทำอยู่ในปัจจุบันนี้ เราจึงควรเริ่มต้นใหม่และเริ่มต้นให้ดีได้ อดีตเราไม่สามารถแก้ไขได้ อนาคตยังมาไม่ถึง ปัจจุบันจึงเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นทุกครั้งที่ยังมีลมหายใจ เราจึงควรเริ่มต้นใหม่ที่ดีได้

อย่างงานสวดมนต์ข้ามปี ที่ทาง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ จัดขึ้นที่ท้องสนามหลวงและวัดทั่วประเทศนั้น ก็ถือเป็นการเริ่มต้นดี ชีวิตดี โดย อ.เอเชีย บอกว่า การสวดมนต์ข้ามปี ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดีมากกิจกรรมหนึ่ง เพราะนอกจากมิติทางวัฒนธรรมที่จะเป็นกระแสทางเลือกให้กับคนที่อยากเฉลิมฉลองปีใหม่แล้วรู้สึกว่าการฉลองแบบปาร์ตี้ สังสรรค์ ไม่มีประโยชน์แถมอันตราย สวดมนต์น่าจะปลอดภัยกว่าแล้ว ยังเป็นการให้โอกาสกับตัวเองในการเริ่มต้นทำสิ่งดีๆ อีกทั้งการสวดมนต์ข้ามปี ก็เหมือนการไปร่วมทำสิ่งที่ดีกับกัลยาณมิตร กับบุคคลที่มีจุดประสงค์ที่ดีคล้ายๆ กับเรา ส่งผลให้สิ่งที่ทำนั้นมีพลังในตัวเองมากขึ้น

ดังคำพูดที่ อ.เอเชีย พูดไว้ว่า..."บางคนทำคนเดียวไม่นานก็เลิกทำ พอมีเพื่อนก็อยากทำอีกและสามารถทำได้นาน ฉะนั้นการสวดมนต์ข้ามปี ที่สสส. จัดขึ้นจึงถือเป็นสิ่งควรทำต่อเนื่องไปนานๆ อย่างน้อย มันก็เป็นจุดเริ่มต้นให้ใครหลายคนหันมาเริ่มทำดีต่อไปได้ และเชื่อว่าในอนาคตคนจะหันมาสนใจการสวดมนต์ข้ามปีเพิ่มมากขึ้น"

แถม อ.เอเชีย ยังกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า "ประเทศของเราประกอบด้วยคนทุกๆ คน ประเทศจะดีไม่ดี ไม่ได้ขึ้นอยู่นโยบายหรืออะไรอื่น แต่มันขึ้นอยู่กับว่าคนในประเทศลุกขึ้นมาทำอะไรดีๆ ยิ่งช่วงนี้โลกเข้าสู่วิกฤติ ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ข้าวของแพง โลกร้อน กระแสเหล่านี้ มันบ่งบอกได้ว่าการพัฒนาของโลกเป็นไปในทาง ที่ผิด และทางรอดนั้น คือ การมีจิตสำนึกใหม่ ที่เราสามารถสร้างได้ ด้วยตนเอง เราเรียนรู้และมีสติ เราทุกคนสามารถรวมกลุ่ม กันทำสิ่งเล็กๆ ที่ดีให้กับสังคม โดยไม่ต้องรอรัฐหรือหน่วยงาน ใดๆ เพราะมันเป็นการไปฝากความหวังไว้กับสิ่งอื่น เราเริ่มทำเองน่าจะดีและเร็วที่สุด อย่าลืม เมื่อเราเริ่มต้นดี ชีวิตก็จะดีตามไปด้วย"

สำหรับแนวความคิดในเรื่องนี้ของผู้ประกาศข่าวสาวสวย มากความสามารถ อย่าง คุณปอ-อรปรียา หุ่นศาสตร์ ที่เชื่อเรื่อง เริ่มต้นดี ชีวิตดี บอกกับเราว่า คนเราเมื่อเริ่มต้นทำอะไรดีๆ แล้วดี ผลที่ตามมาย่อมจะดีตามไปด้วย เพราะถ้าเราคิดว่าเราจะไปทำสิ่งดีๆ เราก็จะได้สิ่งดีๆ เหล่านั้นคืนมาสู่ตัวเรา และมันสามารถทำได้ทุกวัน ทุกช่วงเวลา อย่างการสวดมนต์ข้ามปี ส่วนตัวมองว่าเป็นกิจกรรมที่ดีมากที่ สสส. จัดขึ้นและเชื่อว่าคนส่วนมากให้ความสนใจ ดูจากจำนวนผู้ที่มาร่วมมันเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะศูนย์กลางที่สนามหลวงหรือจะเป็นวัดต่างๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วการเริ่มต้นปีที่ดีด้วยการสวดมนต์นั้น มันสามารถทำได้ง่ายๆ ที่บ้าน แต่การจัดที่ท้องสนามหลวงมันเหมือนเป็นการปลุกกระแสที่ดี ให้คนหันมาทำอะไรดีๆ ร่วมกัน มันก็จะดียิ่งขึ้นไปอีกหากคนไทยสนใจเรื่องนี้กันมากขึ้น

สุดท้าย "ปานมณี" อยากจดข้อความข้างล่างนี้เอาไว้ในหน้ากระจกของตัวเอง เพราะฟังแล้ว ดูมันมีกำลังใจ มีความหวัง และมีความโล่งๆ ลึกๆ ในหัวใจที่อึดอัด อยากรู้ลองอ่านได้ดังต่อไปนี้...

"สำหรับคนที่เคยทำผิดพลาด อยากให้คิดว่ามันเป็นอดีต และนำมันมาเป็นบทเรียน หากเอาความผิดนั้นมาหมกมุ่น มันก็จะมีแต่ความเศร้าโศก ไม่ได้เริ่มต้นใหม่เสียที เพราะฉะนั้นต้องทิ้งอดีตและเริ่มต้นใหม่ด้วยสิ่งดีๆ และเราก็จะได้สิ่งดีตอบแทนมา"

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า โดย ปานมณี

แสดงความคิดเห็น