สิงห์อมควัน เสี่ยงมะเร็งช่องปากมากกว่าคนไม่สูบ 3.16 เท่า
ตะลึง บุหรี่คร่าชีวิตคนไทยปีละกว่า 4 หมื่นราย สิงห์อมควัน เสี่ยงมะเร็งช่องปากมากกว่าคนไม่สูบ 3.16 เท่า สสส.หนุนเครือข่ายทันตแพทย์ ตรวจคัดกรองมะเร็งช่องปากให้กลุ่มเสี่ยง ชี้พบเร็ว-รักษาหาย-จ่ายน้อย ชายอายุ 40 ปีขึ้นไป สูบบุหรี่ กินเหล้า เคี้ยวหมาก เสี่ยงมากสุด ย้ำต้องพบทันตแพทย์อย่างน้อยปีละครั้ง พร้อมแนะวิธีสังเกตโรค

เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ที่โรงแรมสยามซิตี้ ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในการแถลงข่าวเรื่อง“สถานการณ์โรคมะเร็งช่องปากในไทย” เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก ว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ ปีละกว่า 4 หมื่นราย บุหรี่เป็นภาระโรคที่สำคัญลำดับต้นๆ เป็นปัจจัยเสี่ยงก่อให้เกิดโรคต่างๆ เช่น มะเร็งปอด ถุงลมโป่งพอง และมะเร็งช่องปาก ฯลฯ ทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากภาระค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ได้ศึกษาถึงความเสี่ยงสัมพัทธ์ของโรคมะเร็งช่องปาก พบผู้ที่สูบบุหรี่มีโอกาสเป็นโรคมะเร็งช่องปากมากกว่าผู้ไม่เคยสูบบุหรี่ 3.16 เท่า สสส. จึงได้สนับสนุนเครือข่ายทันตแพทย์ เพื่อร่วมส่งเสริมป้องกันโรคด้วยการตรวจคัดกรองวินิจฉัยรอยโรคก่อนเกิดมะเร็งในช่องปากในระยะเริ่มต้นช่วยลดการเกิดโรคได้
พล.ท.พิศาล เทพสิทธา นายกทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ในฐานะผู้จัดการโครงการกลยุทธ์วิชาชีพทันตแพทย์ในการควบคุมการบริโภคยาสูบกล่าวว่า โครงการแผนงานวิชาชีพทันตแพทย์ฯ โดยการสนับสนุนจาก สสส. ได้สนับสนุนให้สถานทันตกรรมทุกแห่งของรัฐ จัดบริการตรวจวินิจฉัยรอยโรคและมะเร็งช่องปากในระยะเริ่มต้นให้กับกลุ่มเสี่ยงทุกราย ควบคู่กับการให้คำแนะนำเลิกบุหรี่ โดยผู้ป่วยบัตรทองตรวจฟรี เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและให้การรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ขณะนี้มี 14 จังหวัดที่จัดบริการตรวจคัดกรองมะเร็งช่องปาก เช่น จ.พิษณุโลก แพร่ สุพรรณบุรี ฯลฯ ล่าสุดคือจ.สมุทรปราการ และคาดว่าสิ้นปี 2555 ในภาคตะวันออกจะเป็นภาคแรกที่จัดบริการตรวจคัดกรองได้ครบทุกจังหวัด
นพ.ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติกล่าวว่า มะเร็งช่องปากเป็นมะเร็งที่สามารถวินิจฉัยโรคในระยะเริ่มแรก และสามารถรักษาหายขาดได้ ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาลง แต่กลับพบว่าอัตรารอดชีวิต 5ปีของผู้ป่วยมะเร็งช่องปากมีเพียงประมาณ 30%เมื่อเปรียบเทียบกับมะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูกที่พบอัตรารอดชีวิต 5ปี สูงถึง 60%ทั้งที่เป็นมะเร็งที่สามารถตรวจพบระยะเริ่มแรกได้เช่นเดียวกัน สาเหตุที่ทำให้อัตรารอดชีวิตน้อย เกิดจากการพบรอยโรคช้า เนื่องจากขาดความรู้ในการสังเกตอาการตนเอง ประชาชนจึงควรพบทันตแพทย์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

รศ.ทพ.วรนัติ วีระประดิษฐ์ อาจารย์ประจำภาควิชาพยาธิวิทยาช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล หัวหน้าโครงการศึกษาวิจัยเรื่องค่าใช้จ่ายรักษาผู้ป่วยมะเร็งช่องปากในประเทศไทย(Costs of Care for Oral Cancer in Thailand)กล่าวว่า จากการวิจัยเพื่อสนับสนุนการเลิกบุหรี่ในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับโรงพยาบาล 5แห่ง คือ รพ.ราชวิถี, รพ.รามาธิบดี, รพ.ชลบุรี, รพ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และรพ.ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น พบผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก 858ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่ มีอายุ 40ปีขึ้นไป มีถึง 91% ในจำนวนนี้อยู่ในช่วงอายุ 60ปีขึ้นไป อยู่ที่ 59.73% ดังนั้น ผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจคัดกรองโรค ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการรักษาเฉลี่ยอยู่ที่ 80,454 บาทต่อราย หรือคิดเป็น 64.1% ของรายได้ต่อปี โดยครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยมีอาการเข้าสู่ระยะที่ 4มีค่ารักษาอยู่ที่ 100,883 บาทต่อราย ผู้ป่วยที่ต้องจ่ายค่ารักษาสูงสุดอยู่ที่ 131,124.27 บาท ดังนั้น การค้นพบโรคในระยะเริ่มต้นจะช่วยให้การรักษาได้ผลดีและลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาได้
นพ.ธีรพล โตพันธานนท์ รองอธิบดีกรมอนามัยกล่าวว่า สัญญาณเตือนของมะเร็งช่องปากระยะแรก ได้แก่ มีแผลเรื้อรังในช่องปากไม่หายภายใน 2 สัปดาห์ มีรอยโรคสีขาว สีแดง หรือสีขาวปนแดงบริเวณเนื้อเยื่อในช่องปาก มีขอบลิ้น ขอบริมฝีปาก หรือตำแหน่งอื่นๆ ในช่องปากที่มีลักษณะแข็งเป็นไต ส่วนใหญ่ไม่มีอาการเจ็บ มักพบบริเวณด้านข้างของลิ้น ใต้ลิ้น บริเวณด้านหลังของฟันซี่สุดท้าย และเพดานปาก กลุ่มเสี่ยงคือคนอายุ 40 ขึ้นไป พบในเพศชายมากกว่าหญิง มีปัจจัยเสี่ยง คือ สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ช่องปากไม่สะอาด กินหมาก ผู้ทำงานกลางแจ้ง จะเสี่ยงเป็นมะเร็ง ที่ริมฝีปาก หรือมีคนในครอบครัวเคยมีประวัติเป็นมะเร็งที่ทางเดินอาหารส่วนบน และผู้ติดเชื้อไวรัส HPV
ที่มา : สำนักข่าว สสส.


แสดงความคิดเห็น