สร้าง "Web Accessibility" สร้างความเท่าเทียม "คนพิการ"
คงเป็นเรื่องยากสำหรับผู้พิการหรือผู้มีปัญหาทางร่างกายในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่มีอย่างล้นหลามในปัจจุบัน ซึ่งเดินสวนทางกับเว็บไซต์ที่ยังไม่ได้รับการพัฒนามาเพื่อคนอีกกลุ่ม ความไม่เท่าเทียมหรือช่องว่างในการเข้าถึงข้อมูลจึงเกิดขึ้น

การพัฒนาที่เรียกว่า "Web Accessibility" จึงถูกหยิบยกขึ้นเป็นประเด็นอีกครั้ง เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาเว็บไซต์หน่วยงานภาครัฐของไทย "Web Accessibility" เป็นการพัฒนาเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับการเข้าถึงสารสนเทศที่เท่าเทียมและทั่วถึง สามารถให้บริการข้อมูลข่าวสารที่อำนวยความสะดวกให้กับคนพิการสามารถใช้บริการได้ ซึ่งผู้ที่พัฒนาเว็บจะต้องมีแนวทางในการพัฒนาที่ตรงกัน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ให้คนพิการสามารถใช้บริการ โดยจะคำนึงถึงความพิการในทุกๆ ด้าน เช่น ความพิการทางด้านการมองเห็น, การได้ยิน, การเคลื่อน ไหวส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายที่ไม่สามารถทำได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นไปทางผู้บกพร่องทางการมองเห็งน
ดังนั้นแนวทางการพัฒนาที่ตรงกันจึงจำเป็นต้องมีเสาหลักเพื่อเป็นแกนกลางให้ผู้สร้างสรรค์เว็บจากทั่วโลกสามารถสร้างเว็บไซต์ที่เอื้อแก่คนกลุ่มนี้
กลุ่ม Web Accessibility Initiative (WAI) ภายใต้องค์กร World Wide Web Consortium (W3C) จึงได้มีการกำหนดแนวทางการพัฒนาเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึง เพื่อใช้เป็นมาตรฐานกลางในการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ที่เรียกว่า Web Content Accessibility Guideline (WCAG)
ดร.ชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล รองผู้อำนวยการ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) กล่าวถึงความจำเป็นของไทยในการกำหนดเรื่องนโยบายการเข้าถึงสารสนเทศของคนพิการ แบ่งได้ 3 ระดับ คือ ระดับบุคคล คือคนพิการต้องการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและใช้ประโยชน์จากข้อมูลมากขึ้น และระดับประเทศพบว่ารัฐธรรมนูญมีการพูดเรื่องสิทธิ ความเสมอภาคแก่ประชาชน อย่างเช่น รัฐธรรมนูญฉบับออกเสียงประชามติ ก็มีหลายมาตราพูดถึงเรื่องสิทธิ ความเท่าเทียม การปฏิบัติกับผู้พิการ
ขณะที่ระดับนานาชาติก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เช่น องค์การสหประชาชาติ ที่ต้องการช่วยให้ผู้พิการเข้าถึงข้อมูล อย่าง UNESCAP ได้มีการลงปฏิญาร่วมกันใน "Biwako Millennium Framwork" เกี่ยวกับสิทธิของผู้พิการ ซึ่งหนึ่งในขั้นตอนหลัก คือ เรื่องการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร
"ถึงแม้ภูมิภาคนี้จะมีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า แต่ก็ยังพบช่องว่างระหว่างคนรวย คนจน คนชนบท คนเมือง และเรื่องคนพิการ"
ที่ผ่านมาไทยได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อจัดแนวทางการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเทคโนโลยีสารสนเทศ การติดต่อสื่อสารตลอดจนเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ และมีแผนแม่บทแห่งชาติปี 2545-2549 ที่ช่วยกำหนดทิศทางและลดช่องว่างการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของคนพิการ โดยตั้งเป้าหมายว่า ผู้พิการจำนวนร้อยละ 70 ต้องสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศได้ และมีการกำหนดมาตรฐานการเข้าถึงข้อมูลของคนพิการระดับชาติให้สอดคล้องกับระดับนานาชาติ และคนพิการสามารถหาซื้อเทคโนโลยีที่ช่วยเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้สะดวกโดยได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า
"แต่ที่ผ่านมาพบว่าบางเรื่องก็สำเร็จแต่บางเรื่องก็ไม่ถึงเป้าหมาย เช่น สัดส่วนจำนวน 70% ที่คาดไว้ก็ไม่เป็นตามที่ตั้งไว้ การยกเว้นภาษีทำได้เพียงบางรายการ รวมถึงยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าหน่วยงานไหนเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง จึงทำให้แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างก็ผลักดันเป็นเรื่องๆ ไป"
ดร.ชฎามาศยอมรับว่า ปัจจุบันมีเว็บของหน่วยงานภาครัฐเกือบ 200 เว็บ แต่มีเว็บที่ได้รับมาตรฐานในการเข้าถึงสำหรับผู้พิการเพียง 2-3 เว็บเท่านั้น เช่น เว็บของการประปาส่วนภูมิภาค เว็บของศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชีย-แปซิฟิก ก็คาดว่าหลังจากมีแนวทางไกด์ไลน์ให้น่าจะเพิ่มขึ้น 5%
ด้าน นางสาววันทนีย์ พันธชาติ ผู้อำนวยการ โครงการศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ ของเนคเทค กล่าวว่า ภาพรวมของปัญหาในประเทศไทยที่ทำให้ไม่สามารถสร้าง Web Accessibility ให้เข้าถึงได้ คือ
1. การเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่ใช่ตัวอักษร เช่น ภาพ กราฟิก วัตถุที่แสดงบนเว็บเพจซึ่งทำให้ผู้พิการไม่สามารถเข้าใจความหมายของภาพนั้นได้ (กรณีเนื้อหาเป็นตัวอักษรจะมีโปรแกรมช่วยอ่านออกเสียง)
2. เว็บไซต์มีตัวอักษรขนาดเล็กไม่สามารถขยายใหญ่ขึ้นได้ ทำให้ผู้มีปัญหาทางสายตา ผู้สูงอายุ ไม่สามารถอ่านได้ถนัด
3. การสร้าง Pop Up Window มีจำนวนเยอะทำให้กลับไปหาวินโดวส์หน้าเก่าไม่เจอ
4. การใช้เมาส์คลิกที่อาจก่อให้เกิดปัญหากับผู้พิการ ดังนั้นควรทำให้สามารถใช้คีย์บอร์ดเพื่อให้ควบคุมการทำงานต่างๆ ง่ายขึ้น
5. การสร้างตารางแล้วไม่อธิบายความหมายและบางตารางนั้นซับซ้อนยุ่งยาก จึงควรต้องมีการสรุปข้อมูลบนตารางด้วย
"จากการสำรวจผู้พิการทางสายตาเกี่ยวกับการเข้าถึงเว็บไซต์ พบว่าเว็บไซต์ส่วนใหญ่มีรูปภาพแต่ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ ลิงก์ไม่มีการบอกว่าเชื่อมข้อมูลไปยังแหล่งใด ไม่มีความชัดเจน มีแต่ข้อความ ์"click here์" ใช้รูปภาพที่เป็นลิงก์ไม่ได้ มีแต่ Pop Up Window จำนวนมาก และไม่สามารถกรอกแบบฟอร์มได้"
สำหรับมาตรฐาน WCAG ที่ไทยนำมาปรับใช้นั้น เพื่อตอบโจทย์ด้านภาษาสำหรับสื่อมัลติมีเดียเพื่อให้ง่ายกับการเข้าใจ ทำให้โลกของคนตาบอดไม่หยุดชะงัก สามารถรับรู้ข้อมูลได้ไม่น้อยกว่าคนทั่วไป สามารถใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการค้าหรือเข้าถึงบทเรียนได้
มากกว่านั้น หนึ่งเสียงจากผู้พิการยังกล่าวว่า นอกจากการสร้าง ์"Web Accessibility์" ว่าจะต้อง มี universal design การออบแบบให้เป็นสากลและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ยังต้องมีเทคโนโลยีที่อำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์เฉพาะคนหรือกลุ่มคน (คนพิการ) ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ต้องอยู่คู่กันเสมอถึงครบกระบวนการ ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้
"เหมือนกับทางลาด ที่มีการออกแบบไว้แล้ว ก็ต้องมีวีลแชร์ให้ผู้พิการด้วยเพื่อได้ใช้ประโยชน์"
ที่มา : วิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล
เรื่องที่เกี่ยวข้อง:


แสดงความคิดเห็น