ข้ามสู่เนื้อหาหลัก

"มรรค 10 แห่งการปฏิรูปไทย"

ฝันยิ่งใหญ่เพื่อสุขภาวะที่ยั่งยืน

 

 

          เมื่อคราวที่แล้วในเรื่องฝันใหญ่ (Big Dream) ในการปฏิรูปประเทศไทย ซึ่ง ศ.นพ.ประเวศ วะสี ได้เสนอ "เป้าหมายร่วม" ให้กับคนไทยทั้งมวล ไว้ว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุด และคนไทยมีสุขภาวะ โดยให้ลักษณะทั้ง 5 ประการไว้ ได้แก่ การเป็นประเทศแห่งความพอเพียง ความดี ความงาม ปัญญา และสุขภาวะ วันนี้ขอชวนผู้อ่านมาร่วมกันติดตามหนทาง 10 ประการ หรือ มรรค 10 ปฏิรูปประเทศไทย

 

          มรรค 10 ปฏิรูปประเทศไทย เพื่อสุขภาวะคนไทย

 

          1. สร้างจิตสำนึกใหม่

 

          2. สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่

 

          3. สร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น

 

          4. สร้างระบบการศึกษาพาชาติออกจากวิกฤติ

 

          5. สร้างธรรมาภิบาลการเมือง การปกครอง ระบบยุติธรรม และสันติภาพ

 

          6. สร้างระบบสวัสดิการสังคมที่ก้าวหน้า

 

          7. สร้างสมดุลของสิ่งแวดล้อมและพลังงาน

 

          8. สร้างระบบสุขภาพเพื่อสุขภาวะคนทั้งมวล

 

          9. สร้างการวิจัยยุทธศาสตร์ชาติ

 

          10. สร้างระบบการสื่อสารที่ผสานการสร้างสรรค์ทั้งหมด

 

          กระบวนการและหนทางทั้ง 10 ประการ มีความเป็นเอกภาพต่อเนื่องกัน ทำเรื่องหนึ่งก็ส่งผลต่อเนื่องเชื่อมโยงอีก 9 มรรคครับ เราคนไทยมาช่วยกันคิด ช่วยกันฝันใหญ่ แต่ค่อยๆ ทำทีละขั้นตอน ทีละวัน โดยเฉพาะหน้าที่ของเราเองแต่ละคน ทุกๆ คนช่วยกันคนละไม้ละมือย่อมมีพลัง มือเล็กทำเล็กค่อยเป็นไป ผู้นำระดับต่างๆ ก็ทำระดับใหญ่ๆ โดยเฉพาะรัฐบาลไทย ผมเชื่อว่าการสร้างจิตสำนึกใหม่ซึ่งเป็นบันไดขั้นแรก น่าจะเป็นสิ่งที่ผู้นำรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนจิตสำนึกนักการเมืองและนักปกครองทั้งหลายได้ เอาละครับขอให้เรามาศึกษารายละเอียดที่ท่านประเวศได้ฝากไว้ ดังนี้

 

          1. สร้างจิตสำนึกใหม่ ภายใน 2 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2554) คนไทยควรคิดใหม่เลิกดูถูกตัวเองว่าต่ำต้อย เลิกเป็นไพร่ข้าใต้ระบบอุปถัมภ์ สำนึกในเกียรติและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีศักยภาพทำสิ่งดี ขยันขันแข็งพึ่งตนเองได้ เปิดเผยจริงใจ ใช้เหตุผลใช้ความรู้ ร่วมมือกันสร้างสรรค์ชุมชน ท้องถิ่น สังคมและประเทศให้น่าอยู่ที่สุด ทั้งนี้ต้องใช้นวัตกรรมในการสื่อสาร และ "ระบบการศึกษาต้องสร้างจิตสำนึกใหม่"

 

          2. สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ คนไทยจะต้องมีอาชีพที่ไม่เบียดเบียนตัวเอง ผู้อื่นและสิ่งแวดล้อม มีรายจ่ายน้อยกว่ารายได้ "สัมมาชีพรวมเศรษฐกิจ จิตใจ สังคม สิ่งแวดล้อมและศีลธรรมเข้าด้วยกัน" เมื่อมีเต็มพื้นที่จะเกิดความสงบสุข จะเป็นเป้าหมายการพัฒนาแทน GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ) ทุกชุมชนและท้องถิ่นพยายามสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ทำนโยบายต่างๆ ให้สนับสนุนเป้าหมายนี้ ได้แก่ การใช้ที่ดิน แหล่งน้ำ เทคโนโลยีการเงิน การศึกษา สุขภาพ การสื่อสาร ฯลฯ

 

          3. สร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น กระจายอำนาจให้ชุมชนท้องถิ่นพัฒนาตนเองทุกด้านอย่างเต็มที่ สนับสนุนทุกทาง ท้องถิ่นที่เข้มแข็งทุกด้านจะเป็นฐานให้ประเทศเข้มแข็งมั่นคง เมื่อพัฒนาตนเองให้คล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่นที่แตกต่างหลากหลาย ความขัดแย้งจะบรรเทาลง เช่น ความรุนแรงของภาคใต้ ส่วนหนึ่งเกิดจากความขัดแย้งของรัฐรวมศูนย์กับวัฒนธรรมท้องถิ่น

 

          4. สร้างระบบการศึกษาที่พาชาติออกจากวิกฤต เลิกมองระบบการศึกษาเฉพาะกระทรวงและโรงเรียน ทุกคน องค์กร พื้นที่ ภาคส่วน เรื่องต้องเป็นไปเพื่อการเรียนรู้ "รู้ที่จะสร้างสำนึกใหม่ที่ปลุกศักยภาพความเป็นมนุษย์" ที่สร้างสมรรถนะ สร้างสรรค์ระดับคนองค์กร สังคม ทั้งชาติจะกระตือรือร้นและสร้างสรรค์ ต้องประสานกับอีกทั้ง 9 มรรค

 

          5. สร้างธรรมาภิบาลทางการเมือง การปกครอง ระบบความยุติธรรม และสันติภาพ หากขาดธรรมาภิบาล ขาดความยุติธรรมและขาดสันติภาพแล้ว เราไม่สามารถคงบูรณภาพและดุลยภาพของประเทศได้ ประเทศจะวิกฤติต่อเนื่องเดินหน้าต่อไปไม่ได้

 

          6. สร้างระบบสวัสดิการสังคมที่ก้าวหน้า ไม่ใช่การแจกอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีและศักยภาพแห่งความเป็นมนุษย์ ที่จะสร้างสรรค์ พึ่งตนเอง พึ่งกันเอง รวมตัวกันจัดการเรื่องต่างๆ เองได้ รวมทั้งระบบการเงินภาคประชาชน

 

          7. สร้างสมดุลของสิ่งแวดล้อมและพลังงาน จะต้องอนุรักษ์และเพิ่มพูนสิ่งแวดล้อมใช้อย่างเป็นธรรม แสวงหาและใช้พลังงาน เพื่อคงบูรณภาพและดุลยภาพของประเทศ

 

          8. สร้างระบบสุขภาพเพื่อสุขภาวะของคนทั้งมวล การปฏิรูปสุขภาพก้าวหน้ามากกว่าภาคส่วนอื่นๆ และได้สร้างเครื่องมือใหม่ๆ ไว้มาก เช่น สวรส. สสส. สปสช. สช. ควรเชื่อมโยงอีก 9 มรรค เพราะสุขภาวะคนไทยจะเกิดจากการเชื่อมโยงทั้ง 10 มรรค เข้าด้วยกัน

 

          9. สร้างการวิจัยยุทธศาสตร์ชาติ ในสภาวะที่โลกซับซ้อนเชื่อมโยงกันหมด จนสิ่งหนึ่งที่เกิดในที่ใดที่หนึ่งอาจสร้างวิกฤติให้เราได้ ฉะนั้นประเทศไทยจะต้องรู้สภาพและเหตุการณ์ทุกด้านตลอดเวลา เพื่อวางตัว (Position) และดำเนินยุทธศาสตร์ของประเทศได้ถูกต้อง

 

          10. สร้างระบบการสื่อสารที่ผสานการสร้างสรรค์ทั้งหมด ระบบสื่อสารที่ดีจะสร้างจิตสำนึกใหม่ ส่งเสริมความตื่นตัวสร้างสรรค์ประเทศทุกด้าน สร้าง "เป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วม" ของคนไทยทั้งประเทศ ครีเอทีฟจะมีบทบาทมากในการสื่อสารเข้าสู่เบื้องลึกจิตใจคน มรรคอื่นทั้ง 9 มรรคควรเชื่อมโยงกับระบบสื่อสาร

 

          การดำเนินมรรค 10 ควรมี

 

          กลุ่มยุทธศาสตร์ทำงานเป็นเรื่องๆ บุคคลหรือองค์กรอาจเป็นสมาชิกได้หลายยุทธศาสตร์ เพราะแต่ละอันเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย แต่ละเรื่องต้องการ "การรวบรวมและการสร้างความรู้" และการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ (Interactive Learningthrough Action) จึงสำเร็จได้

 

          ท่านประเวศได้สรุปไว้ว่า การปฏิรูปประเทศไทยเพื่อสุขภาวะคนไทยกำลังดำเนินอยู่จริง มีเครือข่ายสถาบันทางปัญญาและบุคคลเข้ามาทำงานร่วมกัน มี สสส. เป็นผู้ประสานและสนับสนุน "การปฏิรูปประเทศไทยนี้ จะขับเคลื่อนขยายตัวจนเป็นกระแสใหญ่ที่ทุกภาคส่วนสามารถเข้าร่วม เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลก"

 

          คิดใหม่ฯ ต้องขอร่วมวิเคราะห์

 

          ว่าหากเราขับเคลื่อน 10 จุดไปพร้อมกันได้ ก็จะเสมือนร่างกายนักกีฬาระดับโลกที่สามารถเคลื่อนไหวสัมพันธ์กับกีฬานั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นนักฟุตบอล นักเทนนิส นักบัลเล่ต์หรือนักกอล์ฟ ผมแบ่งกลุ่มดังนี้

 

          กลุ่ม 1) จิตสำนึกใหม่ สัมมาชีพ และความเข้มแข้งของชุมชนท้องถิ่น เปรียบเหมือนประสาทที่ปลายอวัยวะต่างๆ ที่จะได้รับผลจากปฏิกิริยาของสมองส่วนกลางคือ กลุ่ม 2) ยุทธศาสตร์ชาติ สวัสดิการสังคม สมดุลของสิ่งแวดล้อมพลังงาน และระบบสุขภาพของคนทั้งมวล ส่วนกลุ่มสุดท้ายคือ จิตใจและปัญญาในการปฏิรูปคือ กลุ่ม 3) ธรรมาภิบาลการเมืองฯ ระบบการศึกษา และระบบการสื่อสาร หากทั้งจิตและปัญญา สมองส่วนกลางและประสาทปลายอวัยวะทำงานร่วมกันอย่างมีเอกภาพ

 

          ท้ายที่สุดประเทศไทยน่าจะเป็นประเทศที่น่าอยู่และมีสุขภาวะดีที่สุดได้อย่างแท้จริงครับ แล้วยังจำเป็นหรือไม่ที่เราจะต้องไขว่คว้าเป็นประเทศเศรษฐกิจดี ประเทศพัฒนาแล้ว หรือเป็นประเทศผู้ให้ยืม (เป็นเจ้าหนี้) หากเราสามารถเป็นประเทศไทยที่น่าอยู่และมีความสุขที่สุดอย่างนี้แล้ว...ไม่ต้องไขว่คว้า ก็จะมาเองเชื่อไหมครับ

 

 

 

 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

 

 

Update 25-06-52

อัพเดทเนื้อหาโดย : กันทิมา ลีจันทึก

 

 

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

 

- "หมอประเวศ" เสนอแก้วิกฤติชาติ

- หนุน'ธนาคารต้นไม้'สร้างชุมชนแก้วิกฤติ

- สสส. หนุนสร้างชุมชน "อบอุ่น-เข้มแข็ง"

- ปฏิรูปประเทศไทย ปฏิรูประบบอุดมศึกษา อุดมศึกษาคือหัวรถจักรทางปัญญา พาชาติออกจากวิกฤต

- เผย ทุกข์ตัวใหม่ทำลายความสุขของคนไทย

- ตำบลสุขภาวะสวรรค์บนดินที่เราสร้างได้

แสดงความคิดเห็น