บริษัทน้ำเมางัดยุทธการดาวกระจาย เจาะชุมชน-รากหญ้าช่วงเข้าพรรษา

ก่อนถึงเทศกาลเข้าพรรษา ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 3 สิงหาคม 2555 มีหลายองค์กรชวนพุทธศาสนิกชนจนกระทั่งคอทองแดงเข้าพรรษาทำความดีร่วมกัน โดยเฉพาะการละเว้นจากการทำผิดศีล ตั้งจิตใจให้มั่นคง งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งนำไปสู่ความเสี่ยงในการใช้ชีวิต เรียกความตายเข้ามาหาตัวเอง ซึ่งช่วงเข้าพรรษามีผลต่อยอดขายของบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้บรรดาบริษัทน้ำเมาต้องใช้กลยุทธ์ต่างๆ สร้างการจดจำและกระตุ้นยอดขายตลาดน้ำเมา
ดร.ศรีรัช ลอยสมุทร คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะเครือข่ายนักวิชาการเฝ้าระวังเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้ภาพบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำการตลาดส่งเสริมการขายในช่วงเข้าพรรษาตลอด 3 เดือนว่า ธุรกิจแอลกอฮอล์สองค่ายแข่งขันกันโดยการจับงานเทศกาลอาหาร งานของดีประจำเภอ งานของดีประจำตำบล หรือแม้กระทั่งงานลดราคาขายสินค้าครั้งใหญ่ของจังหวัดต่างๆ มีการตั้งลานเบียร์ปะปนในงานเทศกาลดังกล่าว จัดกิจกรรมดนตรีให้ชมฟรี เช่น มีเวทีคอนเสิร์ต มีสาวสวยมาเต้นยั่วยวนแนวจ๊ะคันหู ซึ่งเราพบกลยุทธ์แบบนี้กระจายในหลายจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลางและเหนือเกิดถี่มาก โดยรูปแบบการตลาดแบบนี้จะยาวถึงเดือนพฤศจิกายน หลังออกพรรษาไปแล้ว ช่วงปลายปีเข้าฤดูหนาว บริษัทธุรกิจแอลกอฮอล์จะมีการจัดกิจกรรมลานเบียร์ตามสถานที่ต่างๆ นั่นเป็นการทำตลาดเข้มข้นอีกครั้ง
"จากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลพบบริษัทน้ำเมาใช้กลยุทธ์เลี่ยงกฎหมายการขาย ตั้งซุ้มจำหน่ายน้ำดื่ม ใช้สัญลักษณ์โซดา น้ำดื่มแทน แต่ลูกค้าจดจำตราสินค้าได้ มีการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นี่คือการปิดบังการขายให้นักดื่มรู้เอง โซดาและน้ำดื่มเป็นเพียงสินค้าทดแทน ธุรกิจน้ำเมาไม่ได้ทำเพื่อขายอย่างแท้จริง แต่ต้องการผลักดันสินค้าเหล่านี้เข้าสู่ตลาดเพื่อเป็นสัญลักษณ์สร้างการจดจำ" ดร.ศรีรัชเน้นกลยุทธ์น้ำเมาช่วงเข้าพรรษาที่ใกล้เข้ามา
รวมทั้งเห็นว่าช่วงหลังมาในเทศกาลเข้าพรรษา การโฆษณาตรงของธุรกิจแอลกอฮอล์ตามโทรทัศน์ลดลงเพื่อไม่ให้สวนกระแส เพราะองค์กรต่างๆ ได้รณรงค์เรื่องงดเหล้าเข้าพรรษาจริงจัง และคนที่ร่วมโครงการมีเพิ่มขึ้น โดยจะหันมาสร้างภาพลักษณ์ทางการตลาดในรูปแบบกิจกรรมสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR เพิ่มมากขึ้น สนับสนุนด้านกีฬา บันเทิง การศึกษาตามสถาบันการศึกษา หรือช่วงน้ำท่วม-หลังน้ำลดที่ผ่านมาจะพุ่งไปที่การสนับสนุนซ่อมแซมอาคารที่เสียหาย อยากเห็นการทำ CSR ของบริษัทน้ำเมาอย่างจริงใจแบบปิดทองหลังพระ ไม่ต้องโฆษณาตราสินค้า มิฉะนั้นคงเป็นเพียงบริษัทสีเทา ทำกิจกรรมเพื่อลบคำครหาของสังคม
ยิ่งไปกว่านั้น วิธีทำการตลาดที่ลงลึกในระดับชุมชน ยังเป็นสิ่งที่สร้างความวิตกกังวลให้กับนักวิชาการเฝ้าระวังเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผู้นี้ เธอให้ข้อมูล ตอนนี้ธุรกิจเหล้ารุกพื้นที่ชุมชนขนาดเล็ก มีธุรกิจแอลกอฮอล์ค่ายหนึ่งใช้การขายแบบดาวกระจาย ลงลึกระดับชุมชนในสเกลที่เล็กลงเรื่อยๆ ก็อันตรายมาก ยกกรณีงานของชุมชนตลาดบ้านสวน จ.สุโขทัย มีชุมชนล้อมรอบตลาด และมีวัดบ้านสวนตั้งอยู่ สิ่งที่เกิดขึ้นมีการตั้งซุ้มขายเบียร์ติดกำแพงวัด ซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมาย แต่เจ้าหน้าที่อาจดูแลไม่ทั่วถึงเพราะเป็นชุมชนเล็กๆ กลยุทธ์แบบนี้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการโฆษณา หรือประชาสัมพันธ์เหมือนงานกิจกรรมใหญ่ๆ แต่เป็นการขายตรงที่กระตุ้นการขายสินค้าได้ดีมาก
"อยากให้ชาวบ้านรู้เท่าทันบริษัทเหล่านี้ ชุมชนต้องลุกขึ้นมาปกป้องตัวเอง เพราะการมีซุ้มเบียร์ในพื้นที่ ทำให้คนในชุมชนเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ง่ายขึ้น พ่อแม่มาดื่ม ลูกๆ ก็วิ่งเล่นอยู่แถวนั้น จุดนี้สำคัญ เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีให้เด็กๆ ทำให้เขาเคยชินกับพฤติกรรมการดื่ม ต่อไปอาจมีคอนเสิร์ตสาวเซ็กซี่มาเต้น มีการทะเลาะวิวาท อุบัติเหตุจากเมาแล้วขับตามมา ถามว่าชุมชนส่วนใหญ่จะรับได้หรือไม่" ดร.ศรีรัชแนะนำชุมชน ให้เตรียมรับมือกับรูปแบบการทำตลาดรุกพื้นที่ของบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขณะเดียวกันภาคีเครือข่ายเฝ้าระวังเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในแต่ละภาค ต้องมีการเก็บข้อมูลความเสี่ยงและเป็นหูเป็นตาตรวจสอบการกระทำผิดต่อไปด้วย
ส่วนการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาที่ผ่านมานั้น ดร.ศรีรัชเสนอข้อมูลผ่านงานวิจัยว่า คนรากหญ้าจะร่วมงดเหล้าเข้าพรรษามากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ เพราะไม่มีรายได้มากพอจะทำบุญด้วยอามิสบูชาหรือเงินตรา ขณะที่คนชนชั้นกลางใช้วิธีทำบุญด้วยปัจจัย เพราะปฏิบัติบูชาไม่ได้ ฉะนั้นเห็นว่าองค์กรต่างๆ ที่รณรงค์เข้าพรรษางดเหล้าเสริมไปที่คนชนชั้นกลางกลุ่มนี้ด้วย รวมถึงเยาวชนคนรุ่นใหม่ เพื่อขยายผลการทำงานลด ละ เลิกเหล้า จะเกิดประโยชน์ต่อสังคมมากขึ้น
ขณะนี้ทางเครือข่ายติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์การดื่มในชุมชนชานเมืองกรุงเทพฯ โดยเฉพาะกลุ่มรากหญ้า มีรายได้วันต่อวัน แต่มีพฤติกรรมดื่มหนัก ลูกก็เป็นเหยื่อ พ่อแม่ให้ดื่ม กลายเป็นนักดื่มทั้งครอบครัว พบเด็กดื่มตั้งแต่อายุเพียง 7 ขวบ เป็นทัศนคติของเด็กที่รับรู้จากการกระทำของผู้ใหญ่
สำหรับผู้ที่ต้องการเลิกเหล้าแต่ทำไม่สำเร็จเสียที เข้าพรรษานี้ ดร.ศรีรัชฝากทิ้งท้าย เป็นโอกาสดีที่จะได้ทำความดีอีกครั้ง ดร.ศรีรัชแนะนำว่า ต้องมีความตั้งใจจริง อย่ามีข้ออ้างมาดื่มเหล้าเพื่อเข้าสังคม จะงดเหล้าได้อยู่ที่จิตใจ จะเลิกเลยตอนนี้ก็ได้ไม่ต้องรอเข้าพรรษา หรือถ้าเลิกเข้าพรรษาได้ จะเลิกถาวรตลอดไปยิ่งดีต่อสุขภาพ เศรษฐกิจในครอบครัว เกิดผลดีต่อสังคมโดยรวม อยากให้คนไทยตระหนักภัยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คงไม่มีใครอยากเห็นร้านเหล้ารอบสถานศึกษา ร้านสะดวกซื้อจำหน่ายเหล้า-เบียร์โชว์หราในตู้ สังคมจะดีได้ต้องช่วยกัน ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องมีจิตสำนึกมากขึ้น
ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์


แสดงความคิดเห็น