"ชีวิตมีไว้ใช้" ท่องเที่ยวแนวใหม่ที่ปราศจากอุปสรรคสำหรับคนทั้งมวล
เพื่อผู้พิการ-สูงอายุ
หากมีใครสักคนมาชวนกันเที่ยวในขณะนี้ หลายคนที่อยู่ในวัยหนุ่มสาวอาจรีบตอบตกลงพร้อมเก็บข้าวของใส่กระเป๋า สะพายเป้คู่ใจ ออกไปป่ายปีนโลกอันกว้างใหญ่ ในทางกลับกัน หากคำถามนี้ถูกถามกับ "ผู้พิการและผู้สูงอายุ" เขาเหล่านั้นอาจจะต้องคิดหนัก เพราะปัจจัยหลายอย่างที่การตะลอนฝันไม่อาจเอื้ออำนวย
ถึงแม้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งแก้ไขปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้นกับผู้พิการและผู้สูงอายุโดยการให้ผู้พิการและผู้สูงอายุได้รับการพัฒนาศักยภาพในด้านต่าง ๆ โดยการประกาศใช้พระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ พ.ศ. 2535 จนถึงพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 รวมทั้งได้มีการจัดทำแผนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งอยู่ในแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติฉบับที่ 3 (พ.ศ.2550-2554) จนส่งผลให้ผู้พิการได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างครบวงจรและเป็นระบบมากขึ้นทั้งการแพทย์ การศึกษา อาชีพ และทางด้านสังคมที่ทำให้คนพิการสามารถพึ่งพาตนเองได้ แต่สิ่งหนึ่งในนั้นที่หลาย ๆ ฝ่ายอาจลืมนึกถึงนั่นคือ การอำนวยความสะดวกในการผ่อนคลายด้วยการ "ท่องเที่ยว" ของผู้พิการและผู้สูงอายุที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก
แผนงานสร้างเสริมสุขภาพคนพิการในสังคมไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยวกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานองค์การคนพิการสากลประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และเมืองพัทยา ได้เล็งเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจึงได้ร่วมกันจัดทำโครงการดี ๆ ภายใต้ชื่อ "กิจกรรม Rally ท่องเที่ยวแนวใหม่ ที่ปราศจากอุปสรรคสำหรับคนทั้งมวล" ตามคู่มือท่องเที่ยวสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ ระหว่างวันที่ 27-28 สิงหาคม 2552 ด้วยเส้นทางการท่องเที่ยวกรุงเทพฯ-ชลบุรี
นพ.วิชัย โชควิวัฒน์ รองประธานคนที่ 2 คณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวถึงที่มาของการจัดงานครั้งนี้ว่า "เรามีความเชื่อในเรื่องของศักยภาพของผู้พิการและผู้สูงอายุว่าสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข โดยที่สังคมต้องไม่ปิดกั้นและแบ่งปัน การจัดทำโครงการของพวกเราในครั้งนั้นก็เพื่อให้ผู้พิการและผู้สูงอายุได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการเดินทาไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ที่เสมือนเป็นการเปิดกว้างให้เขาเหล่านั้นได้เรียนรู้โลกและชีวิต และได้ร่วมกันชื่นชมความงามของโลกใบนี้
การจัดทำโครงการเราได้จัดทำแผนที่ท่องเที่ยวสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ ได้มีการสำรวจและจัดทำแผนที่หลัก 5 ภูมิภาคทั่วประเทศประกอบด้วย 1.กรุงเทพฯ-ชลบุรี-ระยอง 2.กรุงเทพฯ-นครราชสีมา-นครพนม 3.กรุงเทพฯ-เชียงใหม่-เชียงราย 4.กรุงเทพฯ-สงขลา-นครศรีธรรมราช และ 5.กรุงเทพฯ-นครปฐม-กาญจนบุรี
ซึ่งสถานที่ต่าง ๆ ที่ผมได้กล่าวมานี้มีความพร้อมทั้งทางด้านสถานที่พักที่เหมาะกับผู้พิการและผู้สูงอายุ รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวเองก็มีความหลากหลาย รวมทั้งยังมีร้านอาหารที่กระจายตามจุดต่าง ๆ ที่ผู้พิการและผู้สูงอายุเองสามารถเข้าถึงได้อย่างมากที่สุด และในครั้งนี้เราจึงได้เริ่มต้นในการสำรวจเส้นทางสายกรุงเทพฯ และชลบุรีที่มีความพร้อมในการรองรับการท่องเที่ยวของผู้พิการและผู้สูงอายุ" นพ.วิชัย กล่าว
กิจกรรม Rally ท่องเที่ยวแนวใหม่ ที่ปราศจากอุปสรรคสำหรับคนทั้งมวล มีครอบครัวของผู้พิการและผู้สูงอายุเข้าร่วมกิจกรรม โดยแบ่งเป็นกลุ่มตามสีต่าง ๆ พร้อมทั้งแข่งขันกันเก็บคะแนน จากจุดแรกคือร้านอาหารครัวต้นข้าวหาดวอนนภาบางแสน โดยใช้เส้นทางผ่านแหลมแท่น และจากนั้นก็เดินทางจากชายหาดบางแสนมุ่งสู่เขาชีจรรย์เพื่อทำการเก็บคะแนนครั้งที่สองพร้อมเยี่ยมชมและสักการะพระพุทธรูปแกะสลักบนหน้าผาเขาชีจรรย์ พักผ่อน-ถ่ายรูปที่ไร่องุ่น Silver lake เยี่ยมชมกิจกรรมของศูนย์พระมหาไถ่ ตามด้วยเที่ยวชมตลาดน้ำ 4 ภาคประจำเมืองพัทยาในวัดถัดมา ซึ่งใบหน้าของหลายสิบครอบครัวของผู้พิการและผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรมต่างเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและรอยยิ้ม
"ตาดีใจที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ตาเองก็เกษียณมานานแล้วอยู่บ้านเฉย ๆ ก็เบื่อ ลูกชายเขาชวนมาบอกว่ามาเล่น Rally ไปที่เที่ยวทะเลไปไหว้พระ ตาก็อยากมา มากันทั้งบ้าน ยายกับลูกสะใภ้ก็มา ความจริงเราไปเที่ยวมาหายที่ก็ไม่เคยคิดนะว่ามันเหมาะกับคนแก่อย่างเราหรือเปล่า รู้แค่ว่าตรงไหนมันเดินลำบากมันเหนื่อยก็ไม่ไป ไปเที่ยวที่สบาย ๆ ดีกว่า ยิ่งเขาจัดหาที่เที่ยวที่เหมาะสมให้กับคนแก่อย่างตาแบบนี้ยิ่งดีเลย" คุณตาถลาง เย็นใจ อดีตข้าราชการบำนาญอายุ 70 ปี บอกเล่าความรู้สึกกับเราก่อนจะเดินไปรวมกลุ่มกับครอบครัวเพื่อเล่นกิจกรรมเก็บคะแนนที่ชายหาดวอนนภาบางแสน
ความรู้สึกของคุณตาถลาง คงไม่ต่างไปจากความรู้สึกของคุณปู่ชาติ แสงศรี อดีตพนักงานธนาคารอายุ 65 ปี ที่จับราวรถเข็นคันเล็ก ๆ บรรทุกร่างของเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม "น้องชื่อน้องพลอย อายุ 12 ปีแล้วพิการทางกล้ามเนื้อและสมอง น้องพลอยชอบเที่ยวกับปู่ ไปไหนก็ไปกับปู่ตลอด ผมก็เลยพามาเที่ยวงานนี้ด้วย พลอยจะติดปู่มาก ชอบพบปะและเจอคนเยอะ ๆ บางทีเราก็พาน้องพลอยเดินทางบ่อย และส่วนใหญ่ก็จะมีอุปสรรคในเรื่องการเดินทางหรือเรื่องที่พักอะไรแบบนี้บ้าง การมาเที่ยวครั้งนี้ก็คงจะเป็นเรื่องที่ดี ที่ผมในฐานะคนแก่หรือน้องพลอยที่พิการจะสามารถเที่ยวได้อย่างไร้อุปสรรค จริงมั้ยลูก" ปู่ชาติพูดเสร็จพร้อมหันไปถามหลานสาวตัวเล็กที่นั่งอยู่บนรถเข็นซึ่งมีเสียงหัวเราะเล็ดลอดออกมา
ภาพครอบครัวของผู้พิการและผู้สูงอายุที่ร่วมกิจกรรมด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะไม่มีแม้แต่ครอบครัวเดียวที่จะบ่นคำว่า "เหนื่อย" และทุก ๆ สถานที่เตรียมพร้อมสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำ หรือแม้กระทั่งทางเดิน
วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า "ผมดีใจมากที่เห็นผู้พิการและผู้สูงอายุสนุกและมีความสุขที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เพราะทิศทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ปราศจากอุปสรรคสำหรับคนทั้งมวลนั้นถือเป็นการเดินมาถูกทางและจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว สิ่งอำนวยความสะดวกให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเป็นระบบ ทั้งการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวทางกายภาพ ผ่านธุรกิจระบบการท่องเที่ยวเช่น ร้านค้า ร้านอาหาร และสถานที่พัก หากมีมาตรการจูงใจ เช่นการลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ประกอบการที่ร่วมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงความเอาใจใส่ของผู้ให้บริการ ก็จะทำให้เกิดการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอย่างครบวงจรที่เหมาะสมสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุได้"
เส้นทางกรุงเทพฯ ไปยังเมืองพัทยา เป็นเพียงเส้นทางหนึ่งของแหล่งท่องเที่ยวสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ ยังมีเส้นทางท่องเที่ยวอีกหลายสายที่รอคุณอยู่
แล้วคุณพร้อมหรือยังที่จะพาคนใกล้ชิด ร่วมเดินทางไปกับคุณ
สนใจคู่มือท่องเที่ยวสำหรับคนพิการ และผู้สูงอายุ ติดต่อ สสส. 0-2298-0500
ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
Update 22-09-52
อัพเดทเนื้อหาโดย : อารยา สิงห์สวัสดิ์


แสดงความคิดเห็น