“เบาหวาน” แนะเสี่ยง เลี่ยงได้
เน้นควบคุมอาหาร-ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

ขอส่งท้ายเรื่องสุขภาพในเดือนกุมภาพันธ์เดือนแห่งความรัก ด้วยเรื่องของความหวานที่ไม่หวานอย่างที่คิด นั่นก็คือ “โรคเบาหวาน” นั่นเอง
สำหรับสถานการณ์ของโรคเบาหวานในประเทศไทย นอกจากจะพบผู้ป่วยเบาหวานในวัย 35 ปีขึ้นไปร้อยละ 10 แล้ว สาธารณสุขยังพบผู้ป่วยเบาหวานในวันเด็กประถมอีก 10 เปอร์เซ็นต์ของเด็กประถมทั้งประเทศ เนื่องจากไม่ได้รับการส่งเสริมให้มีการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายที่เหมาะสมจากทางบ้านและโรงเรียน
โดยจากการสำรวจสถานะสุขภาพประชากรไทย พบว่า ร้อยละ 52 ของผู้ป่วยเบาหวาน ไม่ทราบว่าตัวเองเป็นโรคเบาหวานมาก่อน อีกทั้งในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ความชุกของโรคเบาหวานเพิ่มมากขึ้นอย่างน้อย 2 เท่า ซึ่งปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเป็นโรคเบาหวาน คือ ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน ไขมันในเลือดสูงและอายุ
โรคเบาหวานเป็นความผิดปกติเนื่องจากร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลในร่างกายไปใช้ได้อย่างเต็มที่ สาเหตุเนื่องจากขาดฮอร์โมนอินซูลินหรือไม่ขาดฮอร์โมน แต่ร่างกายไม่ตอบสนองต่อฮอร์โมนตัวนี้ ผลที่ตามมาคือระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ
ปัจจุบัน หากระดับน้ำตาลในเลือดที่เจาะหลังงดอาหาร 6 ชั่วโมงแล้วยังสูงกว่า 126 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ถือว่าเข้าข่ายผู้ป่วยโรคเบาหวานชัวร์ ทั้งนี้ระดับน้ำตาลที่สูงนี้เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา
ที่สำคัญคือตัวการเร่งให้เกิดการเสื่อมของหลอดเลือดแดงทั่วร่างกายทั้งหลอดเลือดแดงที่เลี้ยง สมอง หัวใจ ตา ไต แขน-ขา รวมทั้ง หลอดเลือดแดงเล็กๆ ที่เลี้ยงปลายปราสาทอีกด้วย ทำให้เกิดการตีบตันของหลอดเลือดแดงเหล่านี้ ดังนั้นจะเห็นว่า "โรคเบาหวาน" เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อ โรคทางสมอง อัมพาต โรคระบบปราสาท โรคหัวใจ โรคไต โรคตา แม้กระทั่งโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ หรือ ED ด้วย
บุคคลกลุ่มใดบ้างเสี่ยงเป็นเบาหวาน?
- หากคุณไปวัดความดันโลหิตแล้วพบว่าสูงเกิน 140/90
- คุณที่มีรอบเอวใหญ่ มองกระจกทีไรก็เห็นเงาของแอปเปิลยักษ์สะท้อนกลับมาทุกที นั่นหมายถึงคุณมีรอบเอวที่เกิน 88 ซม.ในคุณผู้หญิง และเกิน 102 ซม.ในคุณผู้ชายเค้าจึงเปรียบเทียบถึงลักษณะรูปร่างว่ามีรูปร่างกลมกลึงดังผลแอปเปิล เพราะฉะนั้น คุณต้องรีบกำจัดรอบเอวที่เกินนั้นโดยด่วน
- มีภาวะไขมันในเลือดสูงกว่าปกติ
- ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกิน 100 mg/dl ซึ่งยังไม่ถึงขั้นที่เป็นเบาหวาน แต่อย่านิ่งนอนใจไปเพราะ เพราะเป็นระดับที่ไม่น่าจะปล่อยทิ้งไว้นานๆ เพราะอาจจะทำให้เป็นได้ในที่สุด
หลักสำคัญในการรักษาผู้ป่วยเบาหวานที่ควรทราบ
- ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติให้มากที่สุดตลอดเวลา ซึ่งการที่จะทำเช่นนั้นได้ ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างมากจากผู้ป่วย ญาติผู้ป่วย (ประเภทหวังดีซื้อของมาให้รับประทาน หรือ ให้คำแนะนำผิดๆ) โดยการควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด รับประทานยาตามสั่ง
- ออกกำลังกายตามสมควร ลดน้ำหนัก หากยาไม่ได้ผลดีก็ จำเป็นต้องฉีดอินซูลินหากมีความดันโลหิตสูงก็จำเป็นที่จำต้องลดความดันโลหิตให้น้อยกว่า หรือ ใกล้เคียง 130/80 มม.ปรอท ทั้งนี้ต้องไม่มีผลแทรกซ้อนจากยาลดความดันโลหิตด้วย จะสามารถป้องกันหรือชะลอภาวะไตวายได้
- ลดไขมันคอเลสเทอรอลในเลือดสูงมากๆ โดยใช้ค่า LDL-Cholesterol เป็นเกณฑ์ให้ LDL-C น้อยกว่า 100 มก.ดล. เทียบเท่าผู้ที่มีโรคหัวใจอยู่ เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานแทบทุกรายมีการตีบตันของหลอดเลือดหัวใจซ่อนอยู่ด้วย การลดระดับไขมันในเลือดลงมากๆ (Cholesterol) จะช่วยลดปัญหาแทรกซ้อนทางหัวใจลง ปัจจุบันยาที่ใช้ลดไขมันคอเลสเทอรอลได้ดีมากที่สุด คือ ยากลุ่ม statins
- แนะนำให้ผู้ป่วยพบจักษุแพทย์ทุก 6 เดือน เพื่อป้องกันตาบอดจากเบาหวานขึ้นตา จอประสาทตาเสื่อม แนะนำให้ผู้ป่วยดูแลตนเองที่บ้าน อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง การดูแลเท้า ผิวหนัง (โอกาสเกิดแผลที่เท้า และทำให้ต้องตัดเท้าพบได้บ่อยๆ)
ใครที่รู้ตัวว่ากำลังมีน้ำตาลในเลือดสูง ไขมันเยอะ เอวเริ่มหนา คงต้องรีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างเร่งด่วน
วิธีง่ายๆ ในการควบคุมอาหาร มีดังนี้
- รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
- รับประทานข้าวเป็นหลัก สลับกับอาหารพวกแป้งเป็นบางมื้อ
- รับประทานพืชผักให้มาก และรับประทานผลไม้เป็นประจำ
- รับประทานเนื้อปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ และเมล็ดถั่วเป็นประจำ
- ดื่มนมให้พอเหมาะกับวัย
- หลีกเลี่ยงอาหารหวาน มัน และเค็ม
- รับประทานอาหาร 3 มื้อ และอาหารว่างหนึ่งมื้อ และรับประทานอาหารให้เป็นเวลา ห้ามงดอาหาร
- รับประทานอาหารให้หลากหลาย เพื่อที่ร่างกายจะได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ
- รับประทานไขมันให้น้อย เลือกเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน หลีกเลี่ยงการทอด ใช้การย่าง อบ ต้ม หรือเผาแทนการทอด
- รับประทานน้ำตาลให้น้อยลง ก่อนรับประทานอาหารให้อ่านสลากอาหาร และ หลีกเลี่ยง Sucrose, dextrose, fructose, com syrup หลีกเลี่ยงน้ำอัดลมที่ใส่น้ำตาล หลีกเลี่ยงคุกกี้ เค้ก ลูกอม
- หลีกเลี่ยงอาหารเค็ม โดยการเติมเกลือให้น้อย หลีกเลี่ยงอาหารกระป๋อง ใช้ชิมรสอาหารก่อนปรุง
- หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์
แค่ควบคุมอาหารยังไม่พอ ต้องหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วย เพียงเท่านี้การป้องกันความเสี่ยงจากโรคเบาหวาน ก็จะกลายเป็นเรื่องหวานหมูสำหรับคุณ
ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามกีฬา
Update 27-02-52


แสดงความคิดเห็น