ข้ามสู่เนื้อหาหลัก

ชวนลูกน้อยออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดี

เสริมพัฒนาการ-สติปัญญาและวุฒิภาวะทางอารมณ์

 

          เมื่อพูดถึงการออกกำลังกาย เรามักจะนึกถึงการเล่นกีฬาตามโรงยิมหรือสถานฟิตเนส แต่สำหรับเด็กแล้วการออกกำลังกายหมายถึงการเล่นและทำกิจกรรมทางกายภาพ เด็กส่วนใหญ่จะได้เล่นกีฬาตอนมีชั่วโมงเรียนพลศึกษาที่โรงเรียน การเตะฟุตบอลกับเพื่อนๆ หรือเข้าคอร์สเรียนเต้น นอกจากนี้พวกเขายังได้ออกกำลังกายระหว่างที่เล่นกับเพื่อนในช่วงพักกลางวัน ปั่นจักรยาน หรือแม้แต่การวิ่งไล่จับ

 

          ประโยชน์จากการออกกำลังกาย เด็กที่เล่นกีฬาเป็นประจำจะได้รับประโยชน์ดังนี้

 

          - มีกล้ามเนื้อและกระดูกที่แข็งแรง

 

          - รูปร่างดี ไม่มีไขมันส่วนเกิน เพราะการออกกำลังกายจะช่วยควบคุมไขมันในร่างกายได้

 

          - ลดโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน

 

          - ลดโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวาน

 

          - ลดระดับความดันและโคเลสเตอรอลในเลือด

 

          - มีบุคลิกภาพที่ดี

 

          นอกจากประโยชน์ที่กล่าวมาแล้ว การออกกำลังกายยังช่วยให้เด็กนอนหลับได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งช่วยให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีทั้งทางกายภาพ ระดับสติปัญญา และวุฒิภาวะทางอารมณ์ อันส่งผลให้เด็กสามารถทำกิจกรรมบางอย่างได้ด้วยตนเอง เช่น ขึ้นรถบัส ผูกเชือกรองเท้า และเรียนหนังสือได้ดี

 

          3 องค์ประกอบเพื่อสุขภาพที่ดี

 

          เด็กที่จะเรียกว่ามีสุขภาพดีได้นั้นต้องมีองค์ประกอบ 3 ประการคือ ความอดทน ความแข็งแรง และความยืดหยุ่น ดังนั้น พ่อแม่ควรกระตุ้นให้ลูกหลานทำกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อให้พวกเขาเป็นเด็กที่มีสุขภาพดี

 

          ความอดทนสามารถสร้างได้ด้วยการสนับสนุนให้เด็กทำกิจกรรมทางแอโรบิก เพราะระหว่างที่เด็กทำกิจกรรมประเภทนี้ หัวใจของพวกเขาจะเต้นเร็วขึ้นและหายใจไม่ค่อยสะดวก แต่ถ้าเด็กได้ทำกิจกรรมเช่นนี้เป็นประจำจะช่วยให้ระบบการทำงานของหัวใจดีขึ้น โดยแต่ละครั้งที่หายใจจะสามารถส่งออกซิเจนที่ได้รับไปยังเซลล์ต่างๆได้ทั่วถึง

 

          ทั้งนี้ กิจกรรมทางแอโรบิกยังเป็นกิจกรรมที่ให้ความสนุกสนาน สามารถทำร่วมกันได้ระหว่างเด็กและผู้ปกครอง อาทิ บาสเกตบอล ปั่นจักรยาน สเกตน้ำแข็ง ฟุตบอล ว่ายน้ำ เทนนิส เดิน จ๊อกกิ้ง วิ่ง เป็นต้น

 

          ส่วนการเพิ่มความแข็งแรงนั้นสามารถทำได้ โดยสนับสนุนให้พวกเขาทำกิจกรรมต่างๆ อาทิ วิดพื้น ซิทอัพ กีฬาที่ต้องใช้แรงกดหรือดึงซึ่งจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ ทั้งนี้ เด็กยังฝึกความแข็งแรงได้จากการเล่นกีฬาประเภทปีนป่ายหรือต่อสู้

 

          ส่วนกีฬาที่เกี่ยวกับการยืดกล้ามเนื้อจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ร่างกายได้ดี ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อและข้อต่อของร่างกายเคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้น โดยปรกติแล้วเด็กมีโอกาสยืดกล้ามเนื้อได้เกือบตลอดทั้งวันจากการทำกิจกรรม แม้กระทั่งการเอื้อมมือหยิบของที่อยู่ไกลตัวก็ถือเป็นการยืดกล้ามเนื้อ

 

          ผลกระทบจากการอยู่เฉยๆ

 

          จากผลสำรวจส่วนใหญ่ในรอบ 30 ปี พบว่าเด็กมีโอกาสที่จะเผชิญกับภาวะน้ำหนักตัวเกินหรือเป็นโรคอ้วนเพิ่มสูงขึ้นเป็น 2 เท่า เนื่องจากเด็กนั่งอยู่เฉยๆมากขึ้น จากการวิจัยของแผนกกุมารเวชศาสตร์ของอเมริกา (American Academy of Pediatrics) หรือเอเอพี พบว่าเด็กโดยเฉลี่ยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงต่อวันสำหรับการนั่งดูโทรทัศน์ และประมาณ 5 ชั่วโมงต่อวัน สำหรับการนั่งอยู่เฉยๆ หน้าสื่อชนิดต่างๆ ตามการวิจัยของมูลนิธิไคเซอร์ แฟมิลี่ (Kaiser Family Foundation) ของอเมริกา

 

          ปรกติแล้วเด็กเล็กไม่ควรนั่งอยู่เฉยๆ นานกว่า 1 ชั่วโมง ยกเว้นเวลาที่นอนหลับ ขณะที่เด็กวัยเรียนไม่ควรนานกว่า 2 ชั่วโมง หนทางที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งที่จะช่วยไม่ให้เด็กนั่งเฉยๆคือ ควรจำกัดเวลาของเด็กสำหรับการดูโทรทัศน์หรือเล่นวิดีโอเกม

 

          นอกจากนี้ เอเอพียังแนะนำผู้ปกครองด้วยว่าไม่ควรให้เด็กอายุน้อยกว่า 2 ขวบดูโทรทัศน์ ขณะที่เด็กอายุ 2 ขวบขึ้นไปควรจำกัดเวลาในการดูประมาณ 1-2 ชั่วโมง

 

          การออกกำลังกายที่พอเพียงสำหรับเด็ก

 

          ผู้ปกครองควรให้เด็กได้ออกกำลังกายที่เพียงพอต่อวัน แต่คุณจะทราบได้อย่างไร จากการศึกษาของกระทรวงเกษตร (Department of Agriculture) หรือ USDA และกระทรวงสุขภาพและสวัสดิการของมนุษย์ (Department of Health and Human Services) หรือ HHS

 

          ทั้ง 2 สถาบันพบว่าเด็กวัย 2 ขวบขึ้นไปควรออกกำลังกายอย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ควบคู่กับการรับประทานอาหารครบทั้ง 5 หมู่ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง ขณะเดียวกันยังแนะนำด้วยว่าเด็กควรบริโภคผลไม้ ผัก หรือเมล็ดธัญญาหารให้มากขึ้น

 

          ต่อไปนี้เป็นตารางกิจกรรมสำหรับเด็ก ตามคำแนะนำของ National Association for Sport and Physical Education หรือ NASPE

 

          - ทารก ควรทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวร่างกาย

 

          - เด็ก 2-3 ขวบ 30 นาที สำหรับทำกิจกรรมทางกายภาพ และ 60 นาที สำหรับการเล่นที่ได้เคลื่อนไหวร่างกาย

 

          - เด็กก่อนวัยเรียน 2 ชม. 60 นาที สำหรับทำกิจกรรมทางกายภาพ และ 60 นาที สำหรับการเล่นที่ได้เคลื่อนไหวร่างกาย

 

          - เด็กวัยเรียน 1 ชม. ขึ้นไป ควรมีการหยุดพักทุกๆ 15 นาที

 

          ข้อแนะนำเพื่อให้เด็กแข็งแรง

 

          - สนับสนุนให้เด็กทำกิจกรรมหลากหลายที่เหมาะสมกับช่วงอายุ

 

          - จัดตารางสำหรับออกกำลังกายของเด็ก

 

          - ประยุกต์การออกกำลังกายกับกิจวัตรประจำวัน เช่น ให้เด็กขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์

 

          - พ่อแม่ควรมีสุขภาพดีก่อน เพื่อเป็นต้นแบบให้ลูก และควรเลือกกิจกรรมที่สนุกให้เด็กทำ

 

 

 

 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์โลกวันนี้

 

 

Update 02-12-51

แสดงความคิดเห็น