ข้ามสู่เนื้อหาหลัก

“มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ” พบมาก 1 ใน 10 อันดับแรกของมะเร็งในชาย

เหตุเยื่อบุภายในกระเพาะ ปัสสาวะมีการแบ่งตัวเพิ่มขึ้น  

  

กะเพาะปัสสาวะมีลักษณะเป็นถุงไว้สำหรับเก็บน้ำปัสสาวะ อยู่ที่ช่องท้องบริเวณหัวเหน่า กระเพาะปัสสาวะมีหน้าที่รับน้ำปัสสาวะที่ไตกรองออกมาจากกระแสเลือด แล้วส่งผ่านมาทางท่อไตลงมาเก็บในกระเพาะปัสสาวะ เมื่อมีปริมาณมาก กระเพาะก็จะขับออกมาทางท่อปํสาวะ

  

ในประเทศไทย มะเร็งกระเพาะปัสสาวะเป็นมะเร็งที่พบมาก 1 ใน 10 อันดับแรกของมะเร็ง

ที่พบมากในเพศชาย โดยพบมากในช่วงอายุ 50-70 ปี ส่วนใหญ่เกิดขึ้นมาจากเยื่อบุภายในกระเพาะ

ปัสสาวะมีการแบ่งตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติจนกลายเป็นก้อนเนื้องอกขึ้นมา ก้อนเนื้อที่งอกขึ้นมานี้จะ

เจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนอาจโตเต็มกระเพาะปัสสาวะ และแผ่ขยายลุกลามออกไปยังอวัยวะและ

ต่อมน้ำเหลืองข้างเคียงได้หากไม่ได้รับการรักษาให้ถูกต้อง 

   

 สาเหตุ

 

            พบอุบัติการณ์สูงในคนที่สูบบุหรี่ ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับสีย้อมผ้า สีย้อมไม้ สีย้อมหนังที่มีสาร

เคมีบางชนิด เช่น สีอะนีลีน (aniline) หรือสารพวกไฮโดรคาร์บอน และผู้บริโภคขัณทสกร นอกจาก

นี้การระคายเคืองและการอักเสบเนื่องจากก้อนนิ่วในกระเพาะปัสสาวะก็เป็นสาเหตุชักนำให้เกิดโรคนี้ได้

   

 อาการแสดง

 

75 % ของผู้ป่วย มีอาการปัสสาวะเป็นเลือดโดยไม่มีอาการเจ็บปวด ผู้ป่วยบางรายอาจมีเพียง

เลือดหยดออกมาเมื่อปัสสาวะสุด บางครั้งจะมีอาการคล้ายกระเพาะปัสสาวะอักเสบ คือ ถ่ายปัสสาวะ

บ่อย แสบ หรือ ขัดเนื่องจากเลือดที่ออกจับตัวเป็นลิ่ม มีปัสสาวะมีเลือดปนเป็นครั้งเป็นคราวอยู่เป็น

ระยะเวลานาน ส่วนในระยะลุกลามจะมีอาการปวดและบางรายมีการอุดตันของท่อไตทำให้มีอาการ

ของภาวะไตวายและปวดหลังได้ด้วย 

   

การวินิจฉัยโรค

 

การตรวจวินิจฉัยมะเร็งของกระเพาะปัสสาวะ ทำได้หลายวิธี เช่น การซักประวัติและการตรวจ

ร่างกายคลำได้ก้อนเนื้อบริเวณหัวเหน่า การใช้นิ้วตรวจทางทวารหนักและการตรวจปัสสาวะพบมีเม็ด

เลือดหรือพบเซลล์มะเร็งปะปนอยู่ และเมื่อสงสัยควรได้รับการตรวจโดยการส่องกล้องขนาดเล็ก

สอดผ่านท่อปัสสาวะเข้าไปสำรวจภายในกระเพาะปัสสาวะ และขลิบเอาเนื้อที่สงสัยมาทำการพิสูจน์

ทางพยาธิวิทยาว่าเป็นมะเร็งหรือไม่ ในผู้ป่วยบางรายอาจมีความจำเป็นต้องตรวจด้วยการถ่ายภาพ

ทางรังสีกระเพาะปัสสาวะ หรือเครื่องตรวจอย่างอื่น เช่น เครื่องตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็ก หรือ ตรวจ

ด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง เป็นต้น

  

การรักษา

 

            วิธีการรักษามะเร็งกระเพาะปัสสาวะทำได้หลายวิธี ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของชิ้นเนื้อ

ทางพยาธิวิทยา และการแพร่กระจายของโรครวมทั้งการอุดตันของท่อไต

 

            กรณีโรคมะเร็งเป็นอยู่ที่เยื่อบุกระเพาะปัสสาวะ การรักษาอาจทำได้โดยการสอด

เครื่องมือเล็ก ๆ เข้าไปทางท่อปัสสาวะแล้วปล่อยกระแสไฟฟ้าจี้ที่ก้อนมะเร็งซึ่งทำลายก้อนมะเร็ง

ให้หมดไปได้ ผู้ป่วยบางรายแพทย์อาจป้องกันไม่ให้โรคกลับเป็นใหม่ ด้วยการใช้ยาเคมีบำบัดใส่

เข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ แล้วกักเก็บไว้เป็นระยะเวลาประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง แล้วจึงถ่ายทิ้ง 

 

            กรณีมีการลุกลามไปถึงผนังของกระเพาะปัสสาวะ การรักษาทำได้โดยการผ่าตัด

เอาก้อนเนื้อที่เป็นออกไปจากกระเพาะปัสสาวะแล้วเย็บผนังของกระเพาะปัสสาวะ ผู้ป่วยจะยังคง

ปัสสาวะได้เป็นปกติ 

 

             กรณีที่โรคลุกลามไปยังอวัยวะข้างเคียงแล้ว จะรักษาโดยการผ่าตัดเอากระ้เพาะ

ปัสสาวะพร้อมกับอวัยวะข้างเคียงส่วนที่มีโรคลุกลามไปออกจนหมด และตัดเอาบางส่วนของลำไส้

มาดัดแปลงเป็นกระเพาะปัสสาวะให้ใหม่ ผู้ป่วยจะยังคงถ่ายปัสสาวะได้ทางปลายลำไส้ที่นำมาเปิด

ออกทางหน้าท้อง 

 

             กรณีที่ไม่อาจให้การรักษาได้ด้วยการผ่าตัด สามารถทำการรักษาได้ด้วยการฉาย

รังสีรักษา ส่วนในกรณีที่โรคได้แพร่กระจายเข้าไปในกระแสเลือดแล้ว สามารถให้การรักษาได้

ด้วยการฉีดยาเคมีบำบัด

 

วิธีการป้องกัน

 

            1. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ โดยเฉพาะการสูบบุหรี่ก่อนนอน เพราะจะมีการคั่งค้างของสาร

ก่อมะเร็งอยู่ในกระเพาะปัสสาวะเป็นเวลานาน 

 

            2. ควรตรวจปัสสาวะเมื่อมีอาการผิดปกติของปัสสาวะ เช่น ปัสสาวะบ่อย ขัด ขุ่น โดย

เฉพาะเมื่อมีเลือดปนออกมาในปัสสาวะ 

 

 

 

 

 

ที่มา: ศูนย์มะเร็ง คณะแพทยศาสตร์ มหวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

 

Update:28-11-51

   

 

 

แสดงความคิดเห็น