ข้ามสู่เนื้อหาหลัก

แม่ทำงาน...ก็ให้ลูกกินนมแม่ได้

ลูกรักจะแข็งแรง แจ่มใส แม่ก็ทำงานได้สบายใจ ไม่กังวล

 

ไปทำงาน...ก็ให้นมแม่ได้

 

            “3 เดือนแรกลาคลอดเพื่ออยู่กับลูก เลี้ยงลูกเอง ขอให้คุณแม่ถือโอกาสนี้ให้ลูกได้กินนมแม่อย่างเต็มที่

 

            ไปทำงานก็ให้นมแม่ได้

 

            เดี๋ยวนี้คุณแม่ส่วนใหญ่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินของคุณพ่อบ้าน ตามกฎหมายคุณแม่สามารถลาคลอดได้ถึง 3 เดือน เป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะจะได้มีเวลาให้ลูกได้กินนมแม่อย่างเต็มที่ ระยะนี้ถ้าให้ลูกดูดนมจากเต้าน้ำนมจะไหลดี ณ วันนี้เรายังมีคุณแม่ที่มีวันลาคลอดจำกัด และมีความจำเป็นจะต้องไปทำงานในช่วงที่ยังให้นมลูกอยู่นั้น ก็ยังให้ลูกได้กินนมแม่อย่างเต็มที่ได้เช่นกัน

 

            แต่ต้องเตรียมตัวกันหน่อย

 

            อย่าง บังอร ต้องกลับไปทำงาน โชคดีที่บ้านของบังอรอยู่ใกล้ที่ทำงาน ก่อนไปทำงานบังอรจะให้ลูกวัย 2 เดือนกว่า ๆ ดูดนมจากเต้า ให้เต็มอิ่มก่อน และบีบนมสำรองไว้ให้คุณยายป้อนให้ลูกในตอนสาย ๆ ถึงเวลาพักเที่ยงก็จะบึ่งจักรยานคู่ใจมาให้นมลูกที่บ้านทุกวัน

 

            เตรียมเก็บนมก่อนไปทำงาน

 

            ถ้าคุณแม่ไม่สามารถมาให้นมลูกได้อย่างบังอร ก็ทำแบบนี้ค่ะ

 

            * บีบนม เก็บ ตุนให้ลูก เริ่มได้ตั้งแต่เมื่อน้ำนมมาเต็มที่ คือช่วง 1 – 2 เดือนหลังคลอด

 

            * บีบให้พอกิน ประมาณ 3 – 4 ออนซ์ต่อครั้ง

 

            * 2 สัปดาห์ก่อนกลับไปทำงาน นำน้ำนมแม่ที่เก็บไว้มาฝึกให้ลูกกินโดยใช้ช้อนหรือแก้วใบเล็ก ๆ เอียงป้อน หรือจะใช้ขวดนมก็ได้

 

            * ถ้าจะใช้ขวดนมป้อนลูก คุณแม่ควรฝึกหลังลูกอายุ 6 สัปดาห์ หรือ 6 เดือนไปแล้ว เพราะถ้าให้ฝึกเร็วกว่านี้ ลูกจะมีโอกาสติดหัวนมยาง จนไม่ยอมกินนมจากอกแม่

 

            * กำชับพี่เลี้ยงว่า ระยะ 2 – 3 ชั่วโมง ก่อนแม่จะกลับมาถึงบ้านอย่าพึ่งให้ลูกกินนมที่เก็บไว้ ให้รอกินจากเต้าแม่ น้ำนมจะได้คงสร้างได้ดี

 

            ถุงเก็บนมแม่ สะอาด สะดวก

 

            ขณะอยู่ที่ทำงานทุกครั้งที่รู้สึกเต้านมคัด หรือทุก 3 ชั่วโมง บังอรจะบีบน้ำนมเก็บไว้ทุกครั้ง เพราะคุณหมอที่อนามัยแนะนำไว้ว่า การบีบนมก็เป็นการกระตุ้นให้มีการสร้างน้ำนมอย่างต่อเนื่องและป้องกันเต้านมอักเสบด้วย

 

            น้ำนมที่ได้บังอรจะเก็บไว้ในแก้วหรือขวดที่สะอาด ปิดฝาไว้อย่างมิดชิด หลังจากนั้นก็จะนำไปเก็บไว้ในตู้เย็น พอเลิกงานก็จะนำมาแช่ในกระติกน้ำแข็งเพื่อเอากลับบ้านด้วย จนวันหนึ่งบังอรได้ ถุงเก็บนมแม่มาจากโรงพยาบาล บีบนมเสร็จแล้วก็เก็บไว้ในถุงนี้ บังอรบอกว่าสะดวกกว่าเดิมเยอะ แถมยังไม่ต้องห่วงเรื่องความสะอาด เพราะขั้นตอนการผลิตใช้อุณหภูมิสูงถึง 150 องศาเซลเซียส เพียงแต่ต้องล้างมือให้สะอาดก่อน บีบน้ำนมทุกครั้ง เพื่อป้องกันเชื้อโรคจากมือที่อาจจะปนเปื้อนภายในถุงได้

สำหรับถุงนมแม่สามารถหาซื้อได้ที่คลินิกนมแม่ของโรงพยาบาลตามรายละเอียดท้ายเล่ม และมีวางขายที่ห้างสรรพสินค้าบางแห่ง

 

            นมแม่ เก็บอย่างไร ไม่ให้เสีย

 

            ง่ายที่สุดคือการเก็บนมไว้ในตู้เย็น สำหรับช่องธรรมดาที่ไม่มีของอื่นปน จะเก็บได้ประมาณ 5 วัน ถ้าเก็บในช่องธรรมดาแต่มีของอื่นปนด้วยจะเก็บได้ 2 – 3 วัน เก็บไว้ในช่องแช่แข็งได้นานประมาณ 2 สัปดาห์ และถ้าบ้านไหนมีตู้เย็นแบบประตูช่องแช่แข็งแยกจากประตูใหญ่ หากเก็บไว้ในช่องแช่แข็ง โดยไม่ปนกับอาหารอื่นจะเก็บได้นานถึง 3 เดือน แต่ถ้ามีอาหารอื่นปน ระยะเวลาในการเป็นก็จะสั้นลง คือเก็บได้ประมาณ 1 – 2 เดือน

 

            กรณีที่ไม่มีตู้เย็นคุณแม่สามารถเก็บน้ำนมไว้ในกระติกน้ำแข็งแทนได้ แต่ถ้าหากวางไว้โดยไม่แช่เย็นโดยเฉพาะอากาศแบบบ้านเรา แนะนำว่าควรเก็บไว้ไม่เกิน 4 ชั่วโมง เพราะถ้านานกว่านี้ภูมิคุ้มกันในนมจะลดลง จะให้ดีควรเก็บไว้ในตู้เย็นจะดีกว่าค่ะ

 

            อ้อ...การเก็บนมใส่ถุงต้องรีดอากาศออกก่อนปิดถุงนะคะ

 

            นมแม่...แช่แข็ง

 

            นมแม่ที่แช่แข็งก่อนที่จะให้ลูกกิน ควรนำมาไว้ที่ช่องธรรมดาก่อน 1 คืน เพื่อให้ละลาย เมื่อจะให้ลูกกิน

 

            * นำนมมาวางไว้นอกตู้เย็นสักพัก

 

            * นำมาแช่ในน้ำอุ่น แต่อย่านำไปแช่น้ำร้อนหรืออุ่นในไมโครเวฟเด็ดขาด เพราะจะทำให้ภูมิต้านทานในน้ำนมเสียไป

 

            * ในกรณีที่นมที่เก็บมีปริมาณมาก ให้แบ่งออกมาแค่พอใช้ นมที่เหลือในตู้เย็นยังเก็บได้ต่ออีก 2 – 3 วัน

 

            พ่อ...ผู้ช่วยมือหนึ่ง

 

            บทบาทของพ่อหรือคนที่เป็นสามี มีความสำคัญต่อครอบครัว บทบาทพ่อเริ่มได้ตั้งแต่ตอนภรรยาตั้งครรภ์ ให้กำลังใจตอนคลอด กำลังใจถือว่ามีความสำคัญต่อแม่มาก ความสบายใจ มีผลต่อการผลิตน้ำนมของแม่ที่จะเพิ่มขึ้นด้วย ตรงส่วนนี้คุณพ่อสามารถพูดให้กำลังใจคุณแม่ว่ามีน้ำนมพอที่จะเลี้ยงลูกได้

 

            มีผลการวิจัยชี้ชัดว่า คุณพ่อ...ที่ได้อุ้มลูกตั้งแต่ชั่วโมงแรกหลังคลอดได้จับนิ้วมือนิ้วเท้าลูกเล่น หรือแม้แต่ได้ช่วยเปลี่ยนผ้าอ้อม จะค่อย ๆ รู้สึกผูกพันกับลูกมากขึ้นหลังจากเวลาผ่านไปอีกสามเดือนมากกว่าพ่อที่พลาดโอกาสเช่นนั้น ซึ่งอันที่จริงไม่ใช่แค่แม่ฝ่ายเดียวที่จะได้ใกล้ชิดลูกเพราะต้องดูแลลูกอ่อน คุณพ่อก็ทำได้เช่นกัน เพียงแต่ต้องให้เวลาและความใส่ใจมากขึ้นเท่านั้น

 

            คุณแม่เอง ก็ช่วยได้ โดยให้กำลังใจสามีให้เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น ด้วยการให้เขาอุ้มลูก เปลี่ยนผ้าอ้อม อาบน้ำลูก พูดคุยกับลูก และสัมผัสลูก ไม่ว่าจะเป็นการจูบ หอม นวด ให้ลูกหลังอาบน้ำ หรือกระทั่งเป่าพุงเล่นก็จะช่วยสร้างความผูกพันได้ แม้แต่เรื่องการให้นม คุณพ่อก็มีส่วนช่วยจับลูกเรอได้ หลังจากที่คุณแม่ให้นมเสร็จ หรือยิ่งกว่านั้นคุณแม่อาจปั๊มนมแม่ใส่แก้วไว้ให้คุณพ่อเป็นฝ่ายป้อนลูกบ้าง นอกจากคุณพ่อจะได้มีส่วนร่วมในการให้นมลูกแล้ว ยังเป็นการผลัดเวรให้คุณแม่มีโอกาสพักบ้าง

 

            การมีคนใกล้ชิด เช่น คุณพ่อ ช่วยแบ่งเบาภาระจากการเลี้ยงลูก จะทำให้คุณแม่และคุณพ่อมีความสุข และเป็นการสานสายสัมพันธ์กับลูก

 

 

 

 

 

ที่มา : ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย

 

 

Update 30-07-51

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมอนามัย-ศูนย์นมแม่ฯ-สสส. รณรงค์สัปดาห์นมแม่โลก 1-7 สิงหา

 

 

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง "นมแม่" 

งานวันสัปดาห์ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่โลกปี 2551

คำขวัญ 16 ปี นมแม่

นมแม่...ต้องรู้

นมแม่...ดีอย่างไร

นมแม่...กินอย่างไร

มหัศจรรย์ น้ำนมแม่

แม่ทำงาน...ก็ให้ลูกกินนมแม่ได้

นมแม่ เพิ่มพลัง เพิ่มพัฒนาการ

“เริ่มแรกอย่างมีพลัง” ด้วยสัมผัสรักจากแม่

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น