สอศ. จับมือ วช. เพิ่มประสิทธิภาพเด็กอาชีวะ
พร้อมผลักดันสู่เวทีระดับชาติ
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวะศึกษา (สอศ.) จับมือ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ลงนามความร่วมมือ การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพขีดความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนาอาชีวศึกษา เพื่อดำเนินการเร่งรัดพัฒนาการวิจัย นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ให้มีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดคุณประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศ
นาย
“ที่ผ่านมานักเรียน นักศึกษาของอาชีวะ ได้ผลิตนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมาหลายชิ้น ได้จดสิทธิบัตร 40-50 ชิ้นต่อปี ล้วนแต่เป็นผลงานที่ได้รับการยอมรับ แต่ไม่ค่อยตรงกับหลักการสังเคราะห์ของการวิจัยและพัฒนา การอาชีวศึกษา จึงต้องผลักดันบุคลากรของอาชีวศึกษานั้นมีความรู้ ความชำนาญในด้านการวิจัย เพื่อไปพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ เหล่านี้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” นายวีระศักดิ์ กล่าว

นายวีระศักดิ์ กล่าวต่อว่า การลงนามครั้งนี้มีระยะเวลาของสัญญาร่วมกัน 2 ปีนับตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 51 ซึ่งทาง สอศ. จะมีหน้าที่คัดเลือกนักวิจัยเข้าร่วมโครงการและดำเนินการจัดอบรม พร้อมทั้งคัดเลือกงานวิจัยไปถ่ายทอดสู่ชุมชน ส่งเสริมการจดสิทธิบัตร จนนำไปสู่เวทีระดับชาติต่อไป
ด้านศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ บุณยะรัตเวช เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ทางด้าน วช. ยินดีให้การสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับ สอศ. อย่างเต็มที่ ทั้งการจัดหาบุคลากรที่มีความชำนาญการด้านการวิจัย มาให้ความรู้กับกลุ่มนักวิจัยอาชีวศึกษา เพื่อคิดค้นนวัตกรรม และสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางเศรษฐกิจของประเทศทดแทนการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศในอนาคต

“ปัจจุบันประเทศไทยมีนักวิจัยเพียง 20,000 คน ไม่เพียงพอที่จะรองรับนวัตกรรมใหม่ๆ ได้การร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่เพื่อนำไปสู่การดำเนินการที่มีคุณภาพต่อไป โดย วช. เอง มีหน้าที่ให้การอบรมการเขียนข้อเสนอการวิจัย พัฒนาหลักสูตรกำหนดรูปแบบของการอบรม พร้อมทั้งจัดหาผู้เชี่ยวชาญมาเป็นวิทยากรในการอบรมเพื่อแนะนำและเพิ่มความรู้ด้านวิชาการ เชื่อว่าจะสามารถเพิ่มจำนวนนักวิจัยได้แน่”
ศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ ได้กล่าวต่อไปอีกว่า การร่วมมือในครั้งนี้นอกจากจะช่วยพัฒนาศักยภาพนักวิจัยอาชีวะแล้ว ยังเป็นการศึกษารูปแบบและระบบการสร้างกำลังคนอาชีวศึกษาเข้าสู่การประกอบอาชีพในพื้นที่ 3 จว. ชายแดนภาคใต้อีกด้วย อีกทั้งยังมีการคัดเลือกผลงานสิ่งประดิษฐ์ที่มีคุณค่าออกมาประกวด ให้ของรางวัลเพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ พร้อมทั้งช่วยผลักดันผลงานสู่เวทีระดับชาติต่อไป
นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ต้องจับตามอง แต่จะได้ผลเพียงใด... ต้องรอดูกันต่อไปแล้วละค่ะ
ที่มา : Team content www.thaihealth.or.th
Update 23-05-51

แสดงความคิดเห็น