ข้ามสู่เนื้อหาหลัก

“เกษตรรุ่นใหม่” จุดประกายทางรอดเกษตรกรไทย

วิกฤต.....ขาดแคลนเกษตรกร เหตุทำแล้วไม่รวย

 

 

            เป็นที่ยอมรับว่า ภาคการเกษตรมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยมาโดยตลอด  ไม่เพียงเป็นแหล่งรองรับอาชีพของประชากร แต่ยังเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของโลก ทั้งเพื่อการบริโภคและการส่งออก แต่ในปัจจุบันกลับพบว่า จำนวนผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมลดลง และเยาวชนให้ความสนใจต่อการเรียนในวิทยาลัยการเกษตรน้อยลง กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้รวมตัวกันสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทน โดยผ่านกระบวนการการจัดการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา

 

            นายพงศกร อรรณนพพร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หนึ่งในผู้ร่วมจุดประกายทางรอดของเกษตรกรไทย กล่าวว่า ปัจจุบัน พบว่า ผู้ประกอบอาชีพทางด้านเกษตรกรรมมีจำนวนลดน้อยลงจนเหลือเพียงร้อยละ 40 และคาดว่าในอนาคตอันใกล้จะเหลือเพียงร้อยละ 30 และเกษตรกรมีอายุเฉลี่ยสูงเกินกว่า 50 ปี จึงต้องเร่งหาทางออกมิเช่นนั้นคนก็จะไหลออกจากภาคเกษตรไปสู่ภาคอุตสาหกรรมตามค่านิยม ซึ่งอาจส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพทางด้านการผลิตและการแข่งขันภาคเกษตรของไทยในอนาคต

 

            โครงการเกษตรรุ่นใหม่ จึงเป็นการเปิดโอกาสในเรื่องของ การสร้างโอกาสในการเข้าถึงการพัฒนาที่ดิน ในกรณีที่เกษตรกรมีที่ดินไม่เพียงพอ การสร้างโอกาสในการเข้าถึงอาชีพโดยการพัฒนาตามกระบวนและกลไกอาชีวศึกษา และการสร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนด้วยการรวมกลุ่มและพัฒนาธุรกิจในรูปแบบวิสาหกิจชุมชนหรือสหกรณ์ ทั้ง 3 โอกาสนี้ คาดว่าน่าจะสามารถดึงดูดความสนใจของเยาวชนได้เป็นอย่างดีนายพงศกร กล่าว

 

            นายพงศกร กล่าวอีกว่า เกษตรกรในประเทศไทย มีภูมิปัญญาท้องถิ่นมาก แต่ขาดความรู้ในเรื่องของระบบคิด ระบบการรวมกลุ่ม ระบบการตลาด แต่ยึดติดสิ่งที่เคยเรียนรู้ หรือรับรู้มาตั้งแต่เริ่มแรก

 

            ชาวนาชาวไร่ไม่ได้เป็นคนโง่ แต่เป็นคนฉลาดมาก ถ้ามีการแนะนำทฤษฎี ชี้แนวทางการตลาด ให้พวกเขาสามารถนำไปปฏิบัติ และทำให้เกิดผลผลิตที่มากขึ้น แต่ที่ผ่านมาพวกเขา มักแข่งขันกันทางด้านผลผลิต ได้รับสิ่งของมากกว่าความรู้ ดังนั้น โครงการเกษตรกรรุ่นใหม่ จึงเป็นทางรอดในวิกฤติ การขาดแคลนทรัพยากร เพื่อเร่งส่งเสริมให้เยาวชนไทย มาร่วมกันพลิกฟื้นความอุดมสมบูรณ์ทางด้านการเกษตรนายพงศกร กล่าวด้วยความมั่นใจ

 

            ด้าน นายวีระศักดิ์ วงษ์สมบัติ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวถึงโครงการความร่วมมือในครั้งนี้ ว่า จะเป็นปฏิบัติการใหม่แก่เกษตรกร บุตรหลานเกษตรกร และนักศึกษา ที่จะได้รับโอกาสในการประกอบอาชีพเกษตรอย่างแท้จริง โดยมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนให้การสนับสนุน โดยผ่านกระบวนการเรียนการสอนและการบริหารจัดการให้ประชาชนผู้สนใจประกอบอาชีพเกษตรได้ตัดสินใจ และวางแผนการประกอบอาชีพทางการเกษตรด้วยตนเอง

 

            เพื่อให้เข้าถึงองค์ความรู้ทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติภาคเกษตร การพัฒนาพื้นที่ การจัดการเทคโนโลยีทางการเกษตรที่เหมาะสม รวมทั้งงานวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้ ซึ่งสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มีระบบการเรียนการสอนที่พร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตร เนื่องจาก มีเทคโนโลยีที่ครบครัน จากความสามารถในการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ของนักศึกษา พร้อมทั้งระบบการเรียนการสอนที่ได้ลงมือปฏิบัติจริงในทุกสถานการณ์ ทำให้นักศึกษาเมื่อจบไปแล้ว สามารถประกอบวิชาชีพได้จริงอีกด้วย

 

            ปัจจุบันเยาวชนให้ความสนใจสมัครเข้ามาเรียนในวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีน้อยลง สาเหตุเพราะเด็กรุ่นใหม่เคยเห็นผู้ปกครองหรือคนที่ทำอาชีพการเกษตรกรรมแล้วรู้สึกว่าเป็นอาชีพที่ต้องทำงานหนัก สู้ไปเรียนและทำงานในสาขาอื่น ๆ ที่ทำงานเบาและได้รายได้ดีกว่าไม่ได้ ที่สำคัญสินค้าการเกษตรหลายชนิดเกษตรกรจำหน่ายผลผลิตได้ไม่คุ้มทุน ทำให้ผู้ปกครองไม่ต้องการให้บุตรหลานเข้ามาทำอาชีพการเกษตร เพราะยิ่งทำก็ยิ่งเป็นหนี้สิน

 

            ซึ่งในเรื่องนี้ ถือว่าเยาวชนและผู้ปกครอง ยังไม่เข้าใจรูปแบบการเรียนการสอนของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี เพราะผู้ที่เข้ามาเรียนจะได้เรียนรู้ด้านการเกษตรกรรมรูปแบบใหม่ ไม่ใช่การทำการเกษตรแบบล้าหลัง มีการนำเทคโนโลยีและการพัฒนาด้านวิชาการใหม่ ๆ เข้ามาช่วยนายวีระศักดิ์ กล่าว

 

            นายวีระศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้จัด 3 หลักสูตรการเรียนการสอนด้านเกษตรกรรม ได้แก่ หลักสูตรปกติ (ปวช./ปวส.) ,หลักสูตรครบวงจร (ระยะยาว) เพื่อการพัฒนาด้านการจัดการภาคเกษตร ,หลักสูตรเฉพาะทาง (ระยะกลาง) เพื่อต้องการปรับเปลี่ยนอาชีพใหม่ และหลักสูตรเสริมความรู้ (ระยะสั้น) เพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วนตามความต้องการของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ทั้ง 76 จังหวัด โดยไม่ต้องสอบเข้าและไม่จำกัดพื้นฐานความรู้

 

            หากนักศึกษาหรือผู้สนใจคนใดที่มีใจอยากเป็นเกษตรกรอย่างแท้จริง สามารถสมัครเข้าเรียนได้ทันที พร้อมทั้งรับสิทธิ์เข้าพักในที่พักที่สถานศึกษาจัดให้และอาหาร โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ยังเปิดโอกาสให้เกษตรกรไทยที่มีความรู้ ความสามารถทางด้านการเกษตรเป็นทุนเดิม แต่การศึกษาไม่สูง สามารถนำความรู้ทางด้านการเกษตรมาเทียบโอนประสบการณ์ เพื่อรับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงทางด้านการเกษตรได้

 

            ทางด้านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เข้ามาสนับสนุนปัจจัยต่าง ๆ ร่วมรณรงค์สร้างแรงจูงใจให้ผู้สนใจประกอบอาชีพเกษตรเล็งเห็นความสำคัญและสนใจเข้าศึกษา โดยนายสมพัฒน์ แก้ววิจิตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกมาให้ความมั่นใจแก่นักศึกษาที่สนใจเข้าร่วมโครงการเกษตรรุ่นใหม่ ว่า เมื่อนักศึกษาเรียนจบ แต่ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะพิจารณานักศึกษาที่มีความตั้งใจ ความมุ่งมั่น ที่เป็นเกษตรกรอย่างแท้จริง เพื่อมอบที่ดิน จำนวน 5-10 ไร่ สำหรับทำกินต่อไปในอนาคต

 

            โดยมีขั้นตอนการพิจารณา คือ เมื่อนักศึกษาจบการศึกษาต้องเสนอโครงการต่อคณะกรรมการ ซึ่งโครงการนี้จะต้องเป็นโครงการที่มีความเป็นไปได้และสามารถทำได้จริง แต่ต้องมีข้อแม้ว่า เมื่อนักศึกษาได้รับที่ดินไปแล้ว จะต้องทำการเกษตร หรือ อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการเกษตรเท่านั้น นอกจากนี้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังจะทำการจัดหาแหล่งเงินทุน หรือเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ เพื่อช่วยเหลือนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์อีกด้วย

 

            นางสาวสุนันทา กาลาม นักศึกษาชั้น ปวส. 2 สาขาพืชศาสตร์ ผู้เข้าร่วมโครงการ กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้เข้าร่วมโครงการ ว่า  ฝันอยากเป็นเกษตรกร ได้ทำสวน ทำนา ทำไร่ มีที่ดินเป็นของตัวเอง สามารถเลี้ยงครอบครัวให้เป็นสุขได้ จึงรู้สึกดีใจมากที่เกิดโครงการเกษตรรุ่นใหม่ขึ้น เพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปให้กับนักศึกษาที่มีใจรักอาชีพเกษตรกร แต่ขาดปัจจัยหนุนในด้านต่าง ๆ ทั้งทุนทรัพย์ในการศึกษาและที่ดินทำกิน โดยมีเกษตรกรที่มีประสบการณ์มาสอน ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมปฏิบัติจริง ทำให้ได้รับความรู้และประสบการณ์โดยตรง

 

            ทางรอดของวิกฤติการขาดแคลนทรัพยากรบุคคลทางด้านการเกษตรไม่ได้มีคนใดคนหนึ่งที่นั่งเฝ้ามองเพียงอย่างเดียว แต่มีอีกหลายชีวิตที่ร่วมกันฟื้นฟูสภาวะทางด้านการเกษตรให้ดีขึ้น โดยปฏิบัติการครั้งนี้จะปรับโฉมเกษตรกรไทยให้เป็น...เกษตรกรรุ่นใหม่

 

 

 

 

 

 

เรื่องโดย : อารยา สิงห์สวัสดิ์ Team Content www.thaihealth.or.th

 

 

 

Update 12-05-51

 

แสดงความคิดเห็น