ข้ามสู่เนื้อหาหลัก

ภัยแฝงกาแฟลดอ้วนเตือนอยากสวยอย่าไร้สติ

ความอ้วนนอกจากจะเป็นศัตรูตัวฉกาจของผู้หญิงแล้ว ยังเป็นสาเหตุของโรคภัยไข้เจ็บหลากหลายประเภท เช่น เบาหวาน, ความดัน, โรคหัวใจ, ข้อเข่าเสื่อมและอื่นๆ อีกมากมาย”


ภัยแฝงกาแฟลดอ้วนเตือนอยากสวยอย่าไร้สติ


แม้จะรู้เช่นนี้แต่น่าเสียดายที่จำนวนผู้ที่เป็นโรคอ้วนกลับเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่าปัจจุบันคนไทยกว่า 17 ล้านคนมีภาวะน้ำหนักเกิน ซึ่งตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นปีละ 25% และมีผู้เสียชีวิตจากโรคอ้วนถึงปีละ 20,000 คน นอกจากนี้รัฐต้องนำเงินภาษีมาใช้จ่ายในการรักษาโรคอ้วนและโรคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วนมากกว่าปีละ 1 แสนล้านบาท


ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเพิ่มห่วงยางรอบเอวนั้นง่ายดายราวปอกกล้วยเข้าปาก แต่การเอาห่วงยางที่สะสมไว้ออกกลับยากเย็นกว่ากันมาก


ด้วยเหตุนี้เราจึงได้เห็นผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนมากหน้าหลายตาวางขายอยู่ในท้องตลาดและผลิตภัณฑ์รูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากก็คือ กาแฟลดความอ้วน ซึ่งปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ออกคำเตือนถึงอันตรายของผลิตภัณฑ์เหล่านี้แล้ว


โดยจากเอกสารของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ประสิทธิภาพของสารต่างๆ ที่ผสมลงในกาแฟ เช่น คอลลาเจน, ถั่วขาว, โสม, ไฟเบอร์, อะมิโนและโครเมี่ยม ฯลฯ นั้นล้วนไม่มีหลักฐานทางวิชาการรองรับว่าสารดังกล่าวมีสรรพคุณในการลดความอ้วนอย่างมีประสิทธิภาพ


ในทางตรงข้ามการบริโภคกาแฟลดความอ้วนในปริมาณมากอาจก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วยจากการได้รับกาเฟอีนมากเกินไป ซึ่งจะส่งผลให้หัวใจทำงานหนักผิดปกติและใจสั่น โดยเฉพาะกับผู้ที่มีความไวต่อกาเฟอีนสูงกว่าปกติ


นอกจากผลข้างเคียงของกาเฟอีนแล้ว ในกระบวนการผลิตกาแฟสำเร็จรูปมักมีการผสมครีมเทียมและน้ำตาลด้วย ซึ่งส่วนผสมทั้ง 2 ต่างให้พลังงานหลายกิโลแคลอรี่ จึงอาจส่งผลให้น้ำหนักขึ้นได้ด้วย


ไม่เพียงเท่านั้นผลิตภัณฑ์กาแฟลดความอ้วนบางยี่ห้อยังมีการลักลอบผสมยาลดความอ้วนลงไปด้วย โดยยาลดความอ้วนที่มักพบว่ามีการลักลอบผสม คือ ยาไซบูทรามีน ซึ่งมีฤทธิ์เป็นอันตรายต่อสุขภาพ


โดยผู้ที่ได้รับยาไซบูทรามีนนั้นอาจมีอาการผิดปกติหลายอย่างได้แก่ คลื่นไส้ นอนไม่หลับ ร้อนวูบวาบ ปากแห้ง เวียนศีรษะ ชา ความดันโลหิตสูง เกล็ดเลือดต่ำ ใจสั่น เยื่อเมือกในช่องจมูกอักเสบไปจนถึงอาการทางจิต เช่น อาการซึมเศร้าหรือกระตือรือร้นผิดปกติ


แม้เจ้าหน้าที่รัฐจะพยายามปราบปรามสินค้าเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการบุกจับแหล่งผลิตของ อย. และการสั่งห้ามโฆษณาของ สคบ. แต่ก็ยังไม่อาจยับยั้งการขยายตัวของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้


ดังนั้นการที่จะหลีกเลี่ยงจากการตกเป็นเหยื่อของผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนเหล่านี้มีอยู่เพียงหนทางเดียวนั่นก็คือ ใช่สติไตร่ตรองอยู่เสมอไม่ให้ถูกข้อความโฆษณาที่สวยหรูเกินจริงหลอกเอาได้


เพราะวิธีการลดน้ำหนักที่ได้ผลนั้นก็คือ การเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิต โดยออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละไม่ต่ำกว่า 30 นาที พร้อมกับการควบคุมอาหารโดยลดอาหารประเภทที่มีแป้งและไขมันสูง หันมากินอาหารที่มีเส้นใยอย่างผักและผลไม้แทน


ส่วนกาแฟลดความอ้วนที่มีมาตรฐานและไม่มีสารแปลกปลอมนั้นสามารถนำมาใช้เป็นตัวช่วยเสริมกับการออกกำลังกายได้ แต่การกินการแฟเพียงอย่างเดียวย่อมไม่สามารถทำให้ผอมได้


 


 


 


ที่มา :หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ  

แสดงความคิดเห็น