ข้ามสู่เนื้อหาหลัก

ภาวะฉุกเฉินทางหัวใจ

ภาวะฉุกเฉินทางหัวใจ

 

ภาวะฉุกเฉินทางหัวใจ คือ ภาวะการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันและมีอาการรุนแรงที่มีสาเหตุมาจากโรคหัวใจ และผู้ป่วยอาจเสียชีวิตได้ถ้าไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที

อาการผิดปกติสำคัญที่บ่งชี้ว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากโรคหัวใจ เช่น

-อาการเจ็บแน่นหน้าอกรุนแรง

-อาการหอบเหนื่อยหรือหายใจลำบาก

-อาการสั่นจากมีภาวะหัวใจเต้นเร็วและแรงผิดปกติ

-อาการหน้ามืดหรือหมดสติ

อาการต่างๆ เหล่านี้อาจเกิดได้หลายสาเหตุเช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน โรคหัวใจล้มเหลว และโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นต้น บทความที่จะกล่าวต่อไปนี้จะพิจารณาในแง่ของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเป็นหลัก เนื่องจากเป็นโรคที่พบมากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตจากโรคหัวใจที่สำคัญที่สุดในปัจจุบัน

กลุ่มเสี่ยงโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดแบ่งปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้เป็น 2 ลักษณะใหญ่ๆ คือ

1.ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงและแก้ไขได้ ซึ่งได้แก่

a.เพศ จากข้อมูลทางสถิติที่ผ่านมาพบว่า พบผู้ชายป่วยเป็นโรคนี้มากกว่าผู้หญิง

b.อายุ มักพบผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดในวัยกลางคนขึ้นไปถึงวัยสูงอายุ กล่าวคือ อายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไปในเพศชาย และอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไปในเพศหญิง

c.พันธุกรรม ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเดียวกันป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดร่วมด้วย โดยเฉพาะถ้าคนในครอบครัวที่เป็นโรคนี้เริ่มมีอาการตั้งแต่วัยกลางคนขึ้นไป บุคคลผู้นั้นจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้มากกว่าผู้ที่ไม่มีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคนี้ร่วมด้วย

2.ปัจจัยเสี่ยงที่สามารถเปลี่ยนแปลงและแก้ไขได้มีดังนี้

a.โรคประจำคตัวหรือโรคที่พบร่วมด้วย เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน เป็นต้น

b.พฤติกรรมเสี่ยง ซึ่งได้แก่ การสูบบุหรี่ การไม่ออกกำลังกาย ภาวะเครียดเรื้อรัง

อาการที่เกิดจากโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้เป็น 3 ระดับ คือ

ระดับที่ 1 มีอาการเจ็บหน้าอกขณะออกแรง โดยมักเจ็บหน้าอกแบบแน่นๆ บีบๆ หรือหนักๆ ที่หน้าอกตรงกลางหรือหน้าอกด้านซ้าย โดยอาการเจ็บหน้าอกอาจร้าวที่ขากรรไกรล่าง กราม หัวไหล่ หรือท้องแขนด้านซ้ายหรือทั้งสองข้างก็ได้ และมักเป็นอยู่ไม่นานประมาณ 5-10 นาที อาการมักดีขึ้นหรือหายไปได้เมื่อหยุดพัก

ระดับที่ 2 มีอารเจ็บหน้าอกขณะพัก และอาการเจ็บหน้าอกมักจะเป็นรุนแรงมากขึ้น เป็นเวาลานานมาขึ้นประมาณ 10-20 นาที และเป็นบ่อยครั้งขึ้นกว่าเดิมโดยอาการอาจทุเลาลงได้เมื่อหยุดพักหรืออาจไม่ดีขึ้นแต่ตรวจไม่พบมีการบาเจ็บของกล้ามเนื้อหัวใจ

ระดับที่ 3 มีอาการเจ็บหน้าอกขณะพัก โดยมักมีอาการเกิดขึ้นทันทีทันใด อาการเจ็บหน้าอกมักเป็นรุนแรงและเป็นยาวนานกว่า 30 นาทีขึ้นไป โดยมักมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น เหงื่อแตก ใจสั่น หายใจไม่สะดวกหน้ามืดหรือเป็นลม  และตรวจพบว่ามีอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อหัวใจร่วมด้วย ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะมีอาการรุนแรงและเฉียบพลัน ซึ่งถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

ดังนั้น ผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงควรสังเกตอาการของตนเองว่ามีลักษณะอาการที่อาจบ่งชี้ว่ามีโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดร่วมด้วยหรือไม่ และควรไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมถ้ามีอาการผิดปกติดังกล่าวข้างต้น โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงระดับที่ 3 ควรได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วและทันท่วงที เนื่องจากอาจมีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและเสียชีวิตได้

การป้องกันการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดที่สำคัญที่สุดคือ การควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่เป็นสาเหตุของโรคโดยเฉพาะการควบคุมและรักษาโรคที่พบร่วมต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งได้แก่ การงดสูบบุหรี่ การควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้อ้วนจนเกินไปโดยการออกกำลังกายชนิดแอโรบิกเป็นประจำสม่ำเสมอครั้งละ 30 นาที อย่างน้อย 5 ครั้งต่อสัปดาห์ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่าร่างกาย เช่น ปลา ผักและผลไม้ งดรับประทานอาหารที่มีรสมันจัดหรือมีคอเลสเตอรอลสูง และอาการผ่อนคลายจิตใจเพื่อลดภาวะเครียด

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก 

แสดงความคิดเห็น