ข้ามสู่เนื้อหาหลัก

ความสุขของคุณหายไปหรือเปล่า

 

ใครๆ บอกว่าเงินไม่ได้บันดาลความสุขให้กับผู้ที่มีเงินเสมอไป แต่ถึงไงเงินก็เป็นปัจจัยพื้นฐานที่สามารถบันดาลสุขให้มนุษย์ได้ละน่า สัปดาห์นี้ขออนุญาตพูดถึงเรื่องความสุขกันหน่อย เพราะเห็นบางคน มีแววตาหวาดวิตกพอสอบถามว่า กังวลใจเรื่องอะไร หลายคนตอบตรงกันว่ากลัวว่าน้ำจะท่วมสิถามได้

ผู้ที่เคยผ่านประสบการณ์น้ำท่วมบ้านมาแล้วบอกกำลังหวั่นใจว่าปีนี้น้ำจะท่วมอีกหรือไม่ เพราะเพิ่งลงทุนซ่อมบ้านไปเอง แต่อ้าว...นี่ก็เข้าหน้าฝนอีกแล้ว จึงเกรงว่าน้ำจะท่วมบ้านทั้งที่เพิ่งซ่อมเสร็จไปไม่ทันไรน่ะซี เฮ่อ ฟังแล้วก็เข้าใจ แต่ไม่เป็นไร ใครที่เคยโดนน้ำท่วมเมื่อปีที่แล้ว หากน้ำจะมาอีกทีเชื่อว่าปีนี้พวกเราน่าจะมีวิธีรับมือกับน้ำได้ดีกว่าปีที่แล้ว เพราะน้ำท่วมคราวก่อนทำให้พวกเราฉลาดมากขึ้นไงล่ะ

ถ้าคิดได้ซะอย่างนี้ก็น่าจะหายกังวลและหายทุกข์ใจไปได้บ้างแล้วหันมาแสวงหาความสุขกันดีกว่า ในพจนานุกรมอธิบายคำว่า สุข อย่างสั้นๆ ง่ายๆ ว่า เป็นความสบายกาย สบายใจ ดังนั้น หากใครมีความสบายกายสบายใจก็ถือว่ามีความสุขในระดับหนึ่ง แล้วสังเกตดูเถอะคนเรามักแสดงออกว่าตัวเอง

มีความสุขด้วยการยิ้ม, หัวเราะ, อารมณ์ดี, ร่าเริง, แจ่มใส ขณะเดียวกัน พวกเรามักได้ยินคำเตือนให้ ระลึกอยู่เสมอว่า การโกรธ 1 นาที จะทำให้ความทุกข์อยู่กับคนคนนั้น 3 ชั่วโมง ที่จริงตัวเลขนี้อาจไม่เท่ากันเสมอไปทุกคน แต่ที่แน่ๆ ใครที่โกรธก็น่า จะมีความทุกข์มากกว่าสุขละเนอะ

แล้วการมีความสุขก็ใช่ว่าจะต้องใช้เงินจำนวนมากซื้อหามันมาเพื่อที่จะทำให้มนุษย์มีความสุขเสมอไป เพราะคนเราสามารถมีความสุขได้โดยที่ไม่ต้องเสียสตางค์ หรือถ้าจ่ายก็จ่ายเพียงเล็กน้อยก็มีความสุขได้ ไม่จำเป็นต้องถลุงเงินเพื่อให้ได้มาซึ่งความสุขหรอกนะ ยกตัวอย่าง...

1. การใช้เวลาว่างอยู่กับครอบครัวงี้ รับรองทำให้มีความสุขได้แน่ เพราะการได้ใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกัน อะไรก็ได้สักอย่างนึงกับคนที่คุณรักและเขาก็รักคุณแล้วจะไม่ทำให้สุขได้อย่างไร ส่วนการทำกิจกรรมในบ้านด้วยกันก็มีหลายอย่าง เช่น ชวนเล่นเกมกันไหมหรือหาดีวีดีมาดูพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งบ้านก็ประหยัดดี

2. ชวนเพื่อนๆ ไปรับประทานไอศกรีมกัน แถมยังได้มีเวลาพบปะสังสรรค์พูดคุยอัพเดทแบ่งปันเรื่องราวชีวิตในหมู่เพื่อนฝูงด้วย ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

3. ชวนคนรักไปเดินชายหาดริมทะเล โอ้ย...บรรยากาศโรแมนติกชวนให้เลิฟกันมากขึ้น

4. อ่านหนังสือ เชื่อเลยว่าทุกบ้านย่อมมีหนังสือที่อยากจะอ่านแต่ยังไม่มีโอกาสเหมาะสักที แล้วก็ปล่อยให้ฝุ่นจับหนังสือเล่มนั้นอยู่นั่นเอ้างั้น...ได้เวลาหยิบหนังสือเล่มนั้นมาอ่านได้แล้ว อย่ารอช้า

5.เลิกทำตัวจำเจ เปลี่ยนไปทำสิ่งใหม่ๆ บ้าง โดยเฉพาะถ้าไม่เคยอยากออกกำลังกายเลย ก็ลองซะเริ่มจากการออกกำลังง่ายๆ นิดๆหน่อยๆ ก่อนก็ได้สุดท้ายอย่าไปรับหน้าที่ให้คำปรึกษาปัญหาของทุกคน อย่ารับปรับทุกข์ทุกเรื่องการเป็นที่พึ่งของใครๆน่ะดี แต่ต้องรู้จักความพอดีและเหมาะสมของตัวเองด้วย

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ โดย คมสมถะ

แสดงความคิดเห็น