เรื่องของเห็ด
เห็ด เป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำประเภทรา จัดอยู่ในอาณาจักรย่อยแทลโลไบออนตา หมวดเห็ดรา มีโครงสร้างพื้นฐานทั่วไปเป็นเส้นใย มีผนังเซลล์ แต่ไม่มีคลอโรฟิลล์ จึงไม่สามารถสังเคราะห์อาหารเองได้ ดำรงชีวิตอยู่ด้วยการย่อยสลายซากพืชซากสัตว์ และสารอินทรีย์ในดิน เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่จะรวมกลุ่มเส้นใยจนอัดแน่นเป็นยอด และโผล่จากพื้นดินเพื่อชูดอกที่มีลักษณะคล้ายร่ม หรือหมวก

สำหรับประโยชน์ทางการแพทย์ของเห็ดชนิดต่างๆ มีดังนี้ 1. เห็ดหอมหรือเห็ดชิตาเกะ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด เพิ่มภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสและมะเร็ง มีกรดอะมิโน 21 ชนิด วิตามินบี 1 บี 2 และวิตามินดี ช่วยบำรุงกระดูก มีปริมาณโซเดียมต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคไต
นอกจากนี้ยังมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส และเหล็ก ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยลดความเป็นกรดในกระเพาะอาหาร ช่วยบำรุงกำลัง บรรเทาอาการไข้หวัด ชาวจีนถึงกับยกให้เห็ดหอมเป็นอาหารต้นตำรับ "อมตะ"
2. เห็ดหูหนู เป็นกลุ่มคาร์โบไฮเดรต เพิ่มความแข็งแรงให้เม็ดเลือดขาวในผู้สูงอายุ ทำให้ภูมิต้านทานร่างกายดีขึ้น ช่วยรักษาโรคกระเพาะและริดสีดวง ส่วนเห็ดหูหนูขาว ช่วยบำรุงปอดและไต
3. เห็ดหลินจือ มีสารสำคัญคือ เบต้ากลูแคน มีคุณสมบัติต้านมะเร็ง คนญี่ปุ่นมักใช้ควบคู่กับการรักษาโรคมะเร็งและโรคผู้สูงอายุ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง และโรคความดันโลหิตสูง
4. เห็ดกระดุมหรือเห็ดแชมปิญอง มีบทบาทในการรักษาและป้องกันการเกิดมะเร็งเต้านมมากที่สุด เพราะมีสารช่วยยับยั้งเอนไซม์อะโรมาเตส ทำให้เกิดการยับยั้งการเปลี่ยนฮอร์โมนเอนโดรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน เมื่อร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนได้น้อยลง ก็สามารถลดโอกาสในการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมให้น้อยลงตามไปด้วย
5. เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า และเห็ดเป๋าฮื้อจัดอยู่ในตระกูลเดียวกัน สามารถป้องกันโรคหวัด ช่วยการไหลเวียนเลือด และโรคกระเพาะ
6. เห็ดฟาง ให้วิตามินซีสูง และมีกรดอะมิโนสำคัญอยู่หลายชนิด หากรับประทานเป็นประจำจะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันการติดเชื้อต่างๆ ช่วยลดความดันโลหิตและเร่งการสมานแผล
7. เห็ดหลินจือ นอกจากใช้รับประทานแล้ว ปัจจุบันยังมีการนำไปเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางด้วย เพราะมีคุณ สมบัติช่วยต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้อร้าย และกระตุ้นภูมิคุ้มกันไวรัส
8. เห็ดเข็มทอง หากรับประทานเป็นประจำจะช่วยรักษาโรคตับ กระเพาะ และลำไส้อักเสบเรื้อรัง
9. เห็ดโคน ช่วยเจริญอาหาร บำรุงกำลัง แก้บิด แก้คลื่นไส้ อาเจียน แก้ไอ ละลายเสมหะ ในการทดลองทางเภสัชศาสตร์พบว่า น้ำที่สกัดจากเห็ดโคนสามารถยับยั้งเชื้อโรคบางชนิด เช่น เชื้อไทฟอยด์
เนื่องจากเห็ดมีทั้งชนิดที่รับประทานได้ และรับประทานไม่ได้ หรือที่เรียกว่า "เห็ดพิษ" หากรับประทานเข้าไปจะมีอันตรายถึงชีวิต หรือทำให้เกิดอาการมึนเมา และเกิดภาพหลอน
วิธีสังเกตเห็ดพิษในเบื้องต้น ส่วนใหญ่จะเจริญงอกงามในป่า มีก้านสูง ลำต้นพองออก โดยเฉพาะที่ฐานกับที่วงแหวนจะเห็นชัดเจน สีผิวของหมวกมีหลายสี เช่น สีมะนาวถึงสีส้ม สีขาวถึงสีเหลือง
ส่วนบนหมวกเห็ดจะมีแผ่นหรือเกล็ดขรุขระ ครีบแยกออกจากกันอย่างชัดเจน มักมีสีขาว บางชนิดมีสีแดง หรือสีเขียวอมเหลือง สปอร์ใหญ่ มีสีขาวหรือสีอ่อน ลักษณะใสๆ เป็นรูปไข่กว้าง เมื่อกรีดที่หมวกเห็ดจะมีน้ำเมือกหรือมีน้ำยางสีขาวออกมา มีขนหรือหนามเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วไป
ประเภทของเห็ดที่ไม่แนะนำให้รับประทาน ประกอบด้วย เห็ดกระโดงตีนต่ำ เห็ดแดงน้ำหมาก เห็ดระโงกหิน เห็ดสมองวัว เห็ดรูประฆัง เห็ดเกล็ดดาว เห็ดขี้วัว เห็ดขี้ควาย เห็ดขอนสีทองเกล็ดแดง เห็ดหัวกรวดครีบเขียว เห็ดกรวดเกล็ดทอง เห็ดไข่เน่า เห็ดไข่หงส์ เห็ดปะการังส้มอมชมพู เห็ดห้า เห็ดนมหนู
หากจะรับประทานควรเลือกรับประทานแต่เห็ดที่รู้จัก และมีความปลอดภัยต่อสุขภาพเท่านั้น
ที่มา :หนังสือพิมพ์ข่าวสด


แสดงความคิดเห็น