ข้ามสู่เนื้อหาหลัก

อยากเป็นพ่อแม่ยอดแย่ หรือยอดเยี่ยม

คู่รักส่วนใหญ่ พอแต่งงานแล้วย่อมอยากมีลูกไว้สืบสกุลและเป็นโซ่ทองคล้องใจ แต่การเลี้ยงลูกไม่ใช่เรื่องง่าย พ่อแม่อยากเลี้ยงลูกอย่างมีคุณภาพมากกว่าเน้นปริมาณ ดังนั้น คู่สมรสที่ฐานะปานกลางจึงมักตกลงกันก่อนว่าจะมีลูกกี่คน ถึงเป็นจำนวนที่เหมาะสมกับฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว เพราะการเลี้ยงลูกคนนึงต้องใช้งบไม่น้อย บางประเทศจึงไม่สนับสนุนให้ประชากรมีลูกมากเช่นจีน เกรงว่ามีลูกมากจะยากจน จึงชูนโยบายลูกคนเดียวซะเลย จะได้ควบคุมจำนวนประชากรในประเทศไปด้วย


อยากเป็นพ่อแม่ยอดแย่ หรือยอดเยี่ยม


แม้การมีลูกทำให้เหนื่อยก็จริง แต่เชื่อไหมว่าบางครอบครัว พอมีลูกกลับยิ่งทำให้พ่อแม่มีสุขภาพดีกว่าแต่ก่อน อย่างเพื่อนเล่าให้ฟังว่า เคยขอให้แฟนเลิกสูบบุหรี่เท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จสักที แต่พอมีน้องแอปเปิ้ลลูกสาว สามีก็เลิกสูบบุหรี่ทันที เกรงว่าลูกจะได้รับอันตรายจากควันบุหรี่ อีกอย่างเขาไม่อยากสูบให้ลูกเห็นด้วย กลัวว่าพอลูกโตขึ้นแล้วจะเลียนแบบ หากคู่ไหนเป็นงี้ก็โชคดีไป


และพอหนุ่มสาวเข้าสู่วัยอันควรแก่การมีลูกแล้วอย่างนี้ ร้อยทั้งร้อยย่อมอยากเป็นผู้ปกครองและพ่อแม่ที่ดีของลูกด้วยกันทั้งน้าน ถามว่าการเป็นพ่อแม่และผู้ปกครองที่ดีของลูกนั้นยากไหม วิสัชนาหรือคำตอบก็คือ ไม่ยากเกินความสามารถของมนุษย์ทั่วไปแน่นอน เพราะการเป็นพ่อแม่และผู้ปกครองที่ดี (สำหรับในกรณีมีลูกที่ยังอยู่ในวัยเรียน) ก็แค่ทำตามนี้ให้ได้เท่านั้นก็พอ แถ่น แท้น ได้แก่...


1.ดูแลลูกให้พร้อมที่จะไปโรงเรียนในตอนเช้า เช่น จัดเตรียมเครื่องแต่งกายและเครื่องแบบนักเรียนของลูกให้พร้อมก่อนวันเปิดภาคเรียน ถ้าต้องซื้อใหม่ในเมื่อจำเป็นก็ต้องซื้ออ่ะนะ ทำไงได้ พอเปิดเทอมทีไร มักเป็นช่วงที่ผู้ปกครองมีรายจ่ายเยอะก็เห็นใจอยู่ แต่การเตรียมชุดนักเรียนให้พร้อมก็ส่งผลดีในแง่ช่วยกระตุ้นให้เด็กๆ อยากไปเรียนหนังสือเช่นกัน อีกอย่าง ควรเตรียมอาหารเช้าให้เด็กรับประทานด้วย อย่าข้ามมื้อนี้ไปเชียว


2.เจียดเวลามาทำการบ้านกับลูก หากลูกยังอายุน้อยอยู่ พ่อแม่คงต้องลงแรงมาช่วยดูแลเรื่องการบ้านกับลูกหน่อยล่ะ แต่ถ้าเด็กโตขึ้นมาแล้ว จะแค่เตือนให้เขาทำการบ้านก็ได้ แต่คอยถาม แล้วกันว่าทำได้ไหม อยากให้ช่วยอธิบายการบ้านให้ฟังไหม มีอะไรที่ไม่เข้าใจหรือเปล่า ควรใส่ใจเรื่องนี้ด้วย


3.พูดคุยและสอบถามลูกเรื่องที่โรงเรียนและเพื่อนๆ ของลูก จะได้รู้ว่าลูกสนิทกับใคร และเพื่อนของลูกๆ มีอุปนิสัยอย่างไรกัน และจะดีมากหากฝากขนมให้ลูกไปแจกเพื่อนๆ ที่โรงเรียนบ้าง หรือเอ่ยปากให้ลูกพาเพื่อน มาเที่ยวที่บ้านบ้างก็ได้ ให้มาทำการบ้านด้วยกัน แล้วเตรียมอาหารไว้ให้ทานน่ารักดีออก


4.ติดตามพัฒนาการด้านการเรียนของลูกอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่รอการแจ้งผลจากสมุดรายงานของโรงเรียนอย่างเดียว และไม่ควรบีบให้เด็กต้องเรียนเก่ง จริง อยู่ ใครๆก็อยากให้ลูกเรียนเก่ง แต่ถ้าเผื่อเด็กไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวัง ก็ทำใจซะเถอะ


5.อาสาช่วยงานของโรงเรียน ถ้าช่วยด้านมันนี่ให้ ร.ร.ไม่ได้ก็ต่อรองขอช่วยออกแรงแทนละกัน  


 


 


ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

แสดงความคิดเห็น