ข้ามสู่เนื้อหาหลัก

'โรคเรื้อน'ไม่ติดต่อ

คนในยุคปัจจุบันมีโรคมากมายหลายอย่างรุมเร้า เช่น มะเร็ง เอดส์ ไข้หวัด 2009 ไข้หวัดนก และโรคอื่นๆ อีกมากมาย จนอาจหลงลืมบางโรคไปทั้งที่ยังมีอยู่ อย่างเช่น "โรคสะเก็ดเงิน" หรือบ้างก็เรียกกันว่า "โรคเรื้อนกวาง" ซึ่งเป็นโรคที่เป็นแล้วต้องทุกข์ทั้งกายและใจ เนื่องจากจัดอยู่ในกลุ่มโรคที่เป็นแล้วใครๆ ก็ไม่รัก ทั้งๆ ที่ไม่ใช่โรคติดต่อ จึงควรให้ความเข้าใจกับผู้ป่วยกลุ่มนี้เป็นพิเศษ


'โรคเรื้อน'ไม่ติดต่อ


โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) เป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่เกิดได้จากหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งปัจจัยภายในและภายนอก การมียีนผิดปรกติหลายชนิด มีเชื้อโรคหรือสารเคมีกระตุ้นให้เกิดโรคขึ้น โดยระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปรกติและส่งผลกระทบต่อผิวหนัง ทำให้มีการสร้างเซลล์ผิวหนังเร็วเกินไป ส่งผลให้ผิวหนังต้องถูกแทนที่วันเว้นวัน ซึ่งเร็วกว่าปรกติมาก ทำให้ผิวหนังเป็นผื่น เกล็ด หรือมีจุดสีแดงๆ ลอกเป็นขุย มีอาการคัน สร้างความหงุดหงิดแก่ผู้ป่วย บางรายอาจเป็นแล้วหาย แต่บางรายอาจเป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง ทำให้มีภาพลักษณ์น่ากลัวแก่ผู้พบเห็นแม้ไม่ติดต่อผ่านการสัมผัส ส่วนความผิดปรกติอื่นๆที่พบได้คือ ความผิดปรกติที่เล็บ ข้ออักเสบ และเสี่ยงเกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆได้ รวมถึงโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือหลอดเลือดหัวใจตีบ


รศ.นพ.นภดล นพคุณ อดีตนายกสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย และหัวหน้าสาขาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความเห็นว่า ในไทยมีผู้ป่วยโรคนี้จำนวนไม่น้อย ซึ่งใน 100 คน จะพบ 2 คน หรือกล่าวได้ว่าปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 1 ล้านคนเลยทีเดียว  เมื่อมียีนเข้ามาเกี่ยวข้อง แน่นอนว่าโรคนี้จึงถ่ายทอดไปสู่ลูกหลานได้เพราะเป็นโรคทางพันธุกรรม จึงต้องทำความเข้าใจหาความ รู้เกี่ยวกับโรคเพื่อให้รู้เท่าทันและทำให้เป็นอันตรายต่อสมาชิกในครอบครัวน้อยลง และโรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถ ควบคุมได้เพื่อให้มีชีวิตตามปรกติโดยไม่ทุกข์ใจมากนัก และรักษาหน้าที่การงานทางสังคมเอาไว้ได้ เช่น ต้องรู้ว่าอาการของโรคจะเกิดขึ้นในเด็กที่มีอายุเฉลี่ย 8 ปี และไม่น้อยกว่า 15 ปี ส่วนในวัยผู้ใหญ่พบที่ช่วงอายุ 27-60 ปี ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง หลีกเลี่ยงการตากแดดนานๆ ลดความเครียด หรืองดดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น


แต่สิ่งสำคัญคือ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและได้รับการรักษาอย่างสม่ำเสมอ มีหน่วยงานและโรงพยาบาลหลายแห่งรองรับ อาทิ สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข, คณะแพทย ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล, คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามา  ธิบดี, คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, คณะแพทย ศาสตร์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า, คณะแพทยศาสตร์ มหา วิทยาลัยเชียงใหม่, คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, โรงพยาบาลศูนย์ และโรงพยาบาลทั่วไป  สำหรับผู้ที่โชคดีไม่เป็นโรคนี้ควรให้ความเข้าใจกับผู้ป่วย เพื่อนร่วมโลกที่โชคร้ายกลุ่มนี้ด้วย...อย่างน้อยก็เพื่อมนุษยธรรม


 



ที่มา : หนังสือพิมพ์โลกวันนี้วันสุข โดย สิริรัตน์ วารี

แสดงความคิดเห็น