ข้ามสู่เนื้อหาหลัก

น้ำดื่มมีคุณค่ากว่าที่คิด

เคยคิดหรือไม่ว่า ทำไมคนเราต้องดื่มน้ำทุกวัน และเหตุใดเมื่อเกิดเหตุการณ์ภัยธรรมชาติน้ำจึงเป็นสิ่งแรกที่ขาดแคลนและมีราคาสูง นั่นเป็นเพราะน้ำม่เพียงใช้เพื่อดับกระหายเท่านั้น แต่ยังจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ อีกทั้งมีคุณค่าที่เป็นประโยชน์แฝงอยู่ ซึ่งหลายคนไม่เคยคาดคิด  


น้ำดื่มมีคุณค่ากว่าที่คิด


ผศ.ดร.เรวดี จงสุวัฒน์ หัวหน้าภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า น้ำดื่ม มีความสำคัญมากกว่าอาหาร หากขาดน้ำเพียง 3 วัน จะทำให้เสียชีวิตได้ เพราะน้ำดื่มไม่ได้มีไว้บริโภคเพื่อดับกระหายเท่านั้น แต่ในทางโภชนาการน้ำจัดเป็น 1 ในหมวดอาหารที่มีความสำคัญต่อการทำงานของอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ช่วยทำหน้าที่ในระบบการย่อยอาหารและการขับถ่ายของเสียทำหน้าที่เป็นตัวกลางนำอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ ช่วยหล่อลื่นให้อวัยวะต่างๆ เช่น ข้อต่อต่างๆ เคลื่อนไหวได้ดีและทำงานเป็นปกติ ช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่างกายให้คงที่ เป็นต้น ที่สำคัญน้ำยังเป็นองค์ประกอบหลักของเซลล์ทั่วร่างกายถึง 2 ใน 3 ส่วน


ปัจจุบันน้ำที่คนส่วนใหญ่บริโภค ได้แก่ น้ำดื่มบรรจุขวด และน้ำประปา น้ำดื่มบรรจะขวดเป็นน้ำที่คนไทยนิยมบริโภคมากที่สุด ซึ่งแบ่งออกเป็นน้ำดื่มจากธรรมชาติ (น้ำแร่ น้ำพุ หรือน้ำจากแหล่งใต้ดินอื่นๆ) และน้ำดื่มทั่วไป ที่จำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป มีหลากหลายยี่ห้อหลายคุณภาพ ดังนั้นวิธีการเลือกบริโภคน้ำจะต้องคำนึงถึงคุณภาพ 3 ด้าน ได้แก่ คุณภาพกายภาพ จะต้องปราศจากสี กลิ่น รส มีความใส และมีค่าความเป็นกรดด่างอยู่ที่ 6.5-8.5 บรรจุในภาชนะปิดสนิท คุณภาพทางเคมี จะต้องมไมสารปนเปื้อน มีแร่ธาติบางชนิดที่ร่างกายต้องการ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม โซเดียม ซัลเฟต คลอไรด์ สังกะสี ฟลูออไรด์ ซิลิก้า เป็นต้น ซึ่งแร่ธาตุบางชนิดจะมีเฉพาะในน้ำแร่ หรือน้ำพุจากธรรมชาติเท่านั้น และคุณภาพทางจุลชีวิวิทยา จะต้องไม่ตรวจพบจุลินทรีย์ และอีโคไล


สำหรับต่างประเทศนั้นได้มีการให้ข้อมูลแก่ประชาชนให้เห็นความสำคัญของการบริโภคน้ำ ซึ่งมีการจัดน้ำให้อยู่ในข้อแนะนำการบริโภคอาหารโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้นน้ำในร่างกายจะน้อยลง ส่งผลให้ร่างกายทำงานไม่เป็นปกติ ทั้งนี้ หากร่างกายไม่ได้รับน้ำตามที่ต้องการจะส่งผลต่อการทำงานของร่างกาย ได้แก่ ความเหนื่อยล้า เกิดไมเกรน ท้องผูก เป็นตะคริว ความดันเลือดผิดปกติ ไตทำงานผิดปกติ และหากขาดน้ำมากๆ อาจถึงแก่ชีวิตได้ ซึ่งข้อบ่งชี้ที่แสดงว่าร่างกายต้องการน้ำ อาทิ ปัสสาวะสีเหลืองเข้ม ผิวแห้ง กระหายน้ำ อ่อนล้า เป็น


ดร.วิยาดา กุนทีกาญน์ คณะ เทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าวว่า น้ำดื่มทั่วไปจะผลิตจากน้ำบาดาล โดยผ่านกรรมวิธีการกรองผ่านทราย คาร์บอน เรซิน และอื่นๆ เพื่อจำกัดกลิ่น รส สิ่งสกปรก และจุลินทรีย์ รวมถึงอาจผ่านการฆ่าเชื้อด้วยแสงอุลตราไวโอเลต หรือโอโซน ก่อนบรรจุขวด ส่วนน้ำดื่มประเภทน้ำแร่ น้ำพุ หรือน้ำบ่อที่มีแร่ธาตุจะเกิดจากแหล่งน้ำธรรมชาติใต้ดิน ซึ่งน้ำว่าเป็นแหล่งกำเนิดน้ำที่สะอาดที่สุด เช่น ใต้เทือกเขาสูง หรือใต้ภูเขาน้ำแข็ง เป็นต้น โดยชนิดและประมาณของแร่ธาตุที่อยู่ในน้ำจะขึ้นอยู่กับแหล่งกำเนิดหินและดินเป็นหลัก ก่อนบรรจุขวดจะผ่านกระบวนการผลิตให้น้อยที่สุดเพื่อรักษาคุณค่าของแร่ธาตุไว้  


องค์อารอนามัยโลก (WHO) ได้มีการกำหนดค่ามาตรฐานของแร่ธาตุในน้ำแร่ไว้ โดยรูปแบบของแร่ธาตุน้ำจะอยู่ในรูปของสารละลาย จะต้องเป็นแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และประกอบด้วย 5แร่ธาตุหลัก ได้แก่ โซเดียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม แคลเซียม และฟลูออไรด์ นอกจากนี้น้ำแร่บางชนิดยังมีแร่ธาตุอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ สามารถดูดซึมเข้าสู่เซลล์ได้ง่ายและส่งไปใช้ยังอวัยวะต่างๆ ได้รวดเร็ว เช่น ซิลิกอน หรือ OSA เป็นแร่ธาตุที่หลายคนไม่คุ้นเคย ที่ตลอด 20ปีที่ผ่านมาได้มีการวิจัยถึงบทบาทสำคัญของ OSA ที่มีต่อร่างกาย โดยมีการทดลองพบว่าเมื่อใช้ซิลิกอนในรูป OSA ร่วมกับแคลเซียมในผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน จะช่วยให้กระดูกกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม ไบคาร์บอเนต เป็นองค์ประกอบที่ช่วยให้น้ำมีความเป็นด่างเล็กน้อย จึงสามารถล้างพิษจากร่างกายได้ รวมถึงเหล็กที่เป็นแร่ธาตุที่มีประโยชน์กับเลือด เป็นต้น


อย่างไรก็ตามการจะบริโภคน้ำทั่วไปก็ดี หรือน้ำแร่ก็ดี ควรศึกษาความต้องการของร่างกายเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นปริมาณน้ำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน รวมทั้งชนิดและประมาณาของแร่ธาตุในน้ำ โดยจะต้องเป็นแร่ธาตุที่มีคุณค่าต่อร่างกาย และไม่ส่งผลกระทบต่อโรคประจำตัว


 


 


 


ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามกีฬาโดย รัชนก อมรรักษากุล

แสดงความคิดเห็น