อ่านสร้างสุข พบโลกใบใหม่เมื่อเปิดหนังสือ

มีผลวิจัยระบุว่า ไม่ว่าประเทศที่เจริญแล้วหรือประเทศกำลังพัฒนามีปัญหาด้านวัฒนธรรมการอ่าน เพราะละเลยเรื่องของการส่งเสริมการตระหนักให้คนในประเทศเห็นความสำคัญของการอ่าน สำนักงานสถิติแห่งชาติสำรวจพบว่าในปี พ.ศ. 2544 คนไทยทั้งประเทศอ่านหนังสือกันวันละ 2.99 นาทีเท่านั้น
แต่ยังมีข้อเท็จจริงอีกด้านของทัศนคติของเยาวชนไทยต่อการอ่านว่า แม้เยาวชนไทยจะมีโอกาสเข้าถึงหนังสือแต่ไม่มีแรงผลักดันให้อ่าน เพราะภาพลักษณ์ของการอ่านหนังสือผูกติดอยู่กับระบบการศึกษา ความยากลำบากในการท่องจำ ความน่าเบื่อของหนังสือเล่มหนา และภาพประกอบที่ไม่มีชีวิตชีวา และยิ่งในปัจจุบันโลกไซเบอร์เข้ามาเยี่ยมเยือนอยู่ทุกที่ ทำให้โลกของหนังสือยิ่งห่างไกลสังคมไทยออกไปเรื่อยๆ
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กศน. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร จัดทำโครงการ "อ่านสร้างสุขในโรงเรียนและสถานศึกษา" เพื่อให้เกิดวัฒนธรรมการอ่านสร้างสุขในกลุ่มผู้เรียนทั้งในและนอกระบบ จุดประกายให้ผู้อ่านชอบที่จะอ่าน มีความสุข ความพึงพอใจ ความเพลิดเพลิน และนำการอ่านไปสร้างสุขในชีวิตได้ โดยได้จัดกิจกรรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการโครงการ "อ่านสร้างสุขในโรงเรียนและสถานศึกษา" เมื่อวันที่ 3-5 เม.ย. 2555 ณ รร.เอเซียแอร์พอร์ต โดยจัดนิทรรศการรูปแบบส่งเสริมการอ่านที่สัมฤทธิผล พิธีลงนามความร่วมมือโครงการ "การอ่านสร้างสุขในโรงเรียนและสถานศึกษา" ระหว่าง สสส.และหน่วยงานด้านการศึกษา
ตัวอย่างกิจกรรมเชิญชวนเพื่อนๆ มาอ่านหนังสือของโรงเรียนเทศบาลบูรพาอุบล จ.อุบลราชธานี ที่เกิดจากการริเริ่มของรุ่นพี่ชั้น ม.2 ในชมรมห้องสมุด ได้นำส้มตำอาหารยอดนิยมของท้องถิ่น มาดึงดูดให้เด็กชั้นประถมเข้าห้องสมุด ด้วยการประดิษฐ์บัตรคำ บอกเล่าข้อมูลด้านโภชนาการของวัตถุดิบที่มีอยู่ในส้มตำ อาทิ มะเขือเทศ มีวิตามินซี และวิตามินเอช่วยบำรุงสายตา เป็นต้น มะละกอดิบ ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี เป็นต้น ความรู้สั้นๆ ที่เขียนไว้ในบัตรคำ พร้อมรูปกำกับสีสันสดใส โดยใส่บัตรคำไว้ในครกให้น้องหยิบมาอ่าน ซึ่งจะแยกเป็นคำถาม คำตอบ ใครจับคู่ได้ตรงกัน 3 ข้อรับไปเลยส้มตำพร้อมทาน
"กิจกรรมนี้จัดทุกเที่ยงวันศุกร์ แต่ละครั้งมีน้องเข้ามาต่อแถวเล่นเกมเพื่อลุ้นรับรางวัลส้มตำราว 20-30 คน หรือบางสัปดาห์เปลี่ยนเป็นแฮมเบอร์เกอร์บ้าง แต่ส้มตำได้รับความนิยมสูงสุด" ด.ช.วรนิธิ ศรัทธาธรรมกุล นร.ชั้น ม.2 บอกเล่า
หรืออีกกิจกรรมส่งเสริมการอ่านของโรงเรียนสุเหร่าทรายกองดิน เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร ด.ญ.พรชิตา ชัยเจริญ นร.ชั้น ม.2 เล่าว่า เธอและเพื่อนๆ ได้จัดกิจกรรมหนังสือในสวนขึ้น แทนที่จะนำหนังสือวางอยู่ในห้องสมุด หนึ่งวันในสัปดาห์ จะนำหนังสือมาวางในสวนใส่ตะกร้า มีขนมขบเคี้ยวบริการให้กับ นร.ที่มานั่งอ่านหนังสือในสวน พร้อมกับมีกิจกรรมเล่านิทาน จัดทำหนังสือทำมือ เน้นเนื้อหาให้ความรู้เรื่องยาเสพติดเพราะเด็กในชุมชนมีความเสี่ยงเรื่องนี้
ทพ.กฤษดา เรืองอารีรัชต์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ (สสส.) กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากส่งเสริมการอ่านในโรงเรียน ยังส่งเสริมให้การอ่านในครอบครัวและกลุ่มผู้อยู่นอกระบบการศึกษา เช่น ห้องสมุดโรงเรียนบ้านน้ำฉา จัดกิจกรรมการอ่านแบบบุฟเฟ่ต์ เน้นแก้ปัญหาการอ่านหนังสือไม่ออก อ่านหนังสือไม่คล่อง โดยเปิดโอกาสให้ครูบรรณารักษ์ ยุวบรรณารักษ์ ร่วมกับครูผู้สอน จัดทำคำถาม แยกเป็นกลุ่มสาระ ระดับชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษา เลือกทำกิจกรรมใบงานตามความสนใจ ทำให้ผู้เรียนสามารถหาคำตอบจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เช่น หนังสือในห้องสมุด หนังสือพิมพ์ อินเทอร์เน็ต และที่อื่นๆ นร.ที่ส่งใบงาน 1 ครั้งจะได้รับสิทธิสะสมแต้ม 1 แต้ม สะสมครบ 5 ครั้งจะได้รับรางวัล ผลการประเมินพบว่า นร.มีนิสัยรักการอ่านเพิ่มขึ้น มีนร.มาใช้บริการห้องสมุดเฉลี่ย 29.2
สำหรับโครงการอ่านสร้างสุขในโรงเรียนและสถานศึกษา เริ่มตั้งแต่เดือนเม.ย.-ต.ค. 2555 โดยคณะผู้จัดทำจะประเมินกิจกรรมอ่านสร้างสุขที่เป็นรูปธรรม โดยศึกษาจากพฤติกรรมผู้อ่านทั้งจากรายงาน สังเกต แบบบันทึกจำนวนนร.ที่เข้าห้องสมุด การลงพื้นที่ติดตาม เพื่อนำข้อมูลและองค์ความรู้มาส่งเสริมการอ่านของคนไทยให้ประหนึ่งว่าพบโลกใบใหม่เมื่อเปิดหนังสือ
ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์


แสดงความคิดเห็น