เมื่อสื่อนำเสนอแต่เรื่องในด้านลบย่อมชี้นำสังคมไปในทิศทางเดียวกับสื่อด้วย

เทศกาลแห่งความรัก หรือวันวาเลนไทน์ แม้จะไม่ใช่เทศกาล ที่เป็นวัฒนธรรมไทย แต่ชาวไทยไม่น้อยก็ให้ความสำคัญกับวันนี้ค่อนข้างมากทีเดียว
ทุกครั้งที่เทศกาลแห่งความรักมาถึง บรรดาสื่อสารมวลชน แทบจะทุกแขนงต่างก็พากันทำผลสำรวจเพื่อสะท้อนภาพของสังคมวัยรุ่นที่เกี่ยวกับการเสียตัวของเหล่าเยาวชน และทุกครั้ง ทุกปี ผลสำรวจออกมาในลักษณะที่ น่าเป็นห่วงเยาวชนไทยในเรื่องของ การไม่รักนวลสงวนตัวตามแบบแผนของกุลสตรีไทยทุกครั้ง
ทำให้องค์กรที่ทำเพื่อสังคม อย่างเช่น แผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเด็กและเยาวชน แผนงานสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศ ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ (สสส.) จำเป็นต้องทำการสำรวจตามแนวทางของตนเองบ้าง เพื่อสำรวจความคิดเห็นของวัยรุ่นไทยในปัจจุบันในประเด็น ที่ว่า "รักจริงรอได้ จริงหรือไม่" โดยการสอบถามความคิดเห็นของ วัยรุ่น 2,428 คน จากหลากหลายภูมิภาค ระหว่างวันที่ 22-27 มกราคมที่ผ่านมา พบว่า ในความเป็นจริงแล้ว วัยรุ่นไทยกว่า 80% มองว่า เรื่องความรักเป็นเรื่องใหญ่และไม่คิดว่าเรื่องเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องสำคัญในชีวิตของเขา โดยเฉพาะผู้หญิง มีถึงร้อยละ 86.04 ผู้ชายมีร้อยละ 69.75
สำหรับความเห็นต่อการมีเพศสัมพันธ์เพื่อแสดงความรัก พบว่าไม่เห็นด้วยถึงร้อยละ 77.77 อย่างไรก็ตาม ยังมีบางส่วนเห็นด้วย วัยรุ่นชายร้อยละ 34.38 เพศที่ 3 ร้อยละ 36.05 มากกว่าเพศหญิง ที่มีเพียงร้อยละ 13.05 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าวัยรุ่นนั้นเข้าใจ และแยกแยะในเรื่องของความรักและเพศสัมพันธ์ออกจากกันได้ ซึ่งเป็นความคิดเชิงบวกที่ดีในการดำเนินชีวิต
คุณเข็มพร วิรุณราพันธ์ ผู้จัดการแผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเด็กและเยาวชน บอกว่า วันวาเลนไทน์นับเป็นอีกวันหนึ่ง ที่สื่อสนใจ และผู้ใหญ่ก็จ้องมองจนเกิดเป็นวาทกรรมวาเลนไทน์ เป็นวันเสียตัวแห่งชาติ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการสื่อสารของผู้ใหญ่ในสังคม นับว่ามีบทบาทสำคัญอย่างมาก เพราะหากพูดถึงปัญหาเชิงลบก็จะกลายเป็นการตีตราของผู้ใหญ่ที่มีต่อวัยรุ่น ทั้งๆ ที่จากประสบการณ์ การทำงานกับวัยรุ่น จะเห็นว่าวัยรุ่นส่วนใหญ่ในสังคมไทยยังมีทัศนคติและพฤติกรรมเรื่องความรักและเพศสัมพันธ์ที่เหมาะสม แต่การนำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวกับวัยรุ่นและเพศสัมพันธ์ที่ผ่านมามักจะออกมาในทางตรงกันข้าม เพราะการนำเสนอนั้นมักจะให้ความ สำคัญในประเด็นเชิงลบ หรือแม้กระทั่งการบอกเล่าข่าวสาร ละครที่เป็นการยั่วยุในลักษณะอารมณ์ และบางครั้งก็มีการสื่อสารเรื่องเพศที่ผิดๆ ดังนั้นเราต้องเปิดพื้นที่ให้สื่อดีๆ มากขึ้น
คุณณัฐยา บุญภักดี ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศ กล่าวว่า จากการติดตามผลสำรวจความเห็นในช่วงวาเลนไทน์ ย้อนหลังไป 10 ปี พบว่า 80% ของพาดหัวข่าวเป็นข่าววัยรุ่นเสียตัวรับวาเลนไทน์ ซึ่งถือเป็นการสร้างบรรยากาศด้านลบทางสังคม ซึ่งสื่อมวลชนถือเป็นสื่อที่จะช่วยสร้างบรรยากาศ ทางสังคมที่ดีได้มาก เพราะหากเราสร้างบรรยากาศเชิงลบ นำเสนอ ข่าวแต่วัยรุ่นไทยเสียตัว สังคมแหลกเหลว เมื่อบรรยากาศเชิงลบเกิดขึ้นซ้ำซากกลายเป็นค่านิยมและนำไปสู่พฤติกรรมในไม่ช้า
"สื่อคือสิ่งแวดล้อมที่อยู่กับชีวิตคนตลอด 24 ชั่วโมง หากสื่อโหมกระหน่ำแต่ข่าวด้านลบ เช่น วัยรุ่นไทยพร้อมเสียตัว สังคมแหลกเหลว สร้างแต่บรรยากาศเชิงลบที่เกิดขึ้นซ้ำซาก มันก็จะกลายเป็นค่านิยมและนำไปสู่พฤติกรรมในไม่ช้า หากเราไม่คิดบวก ขายข่าวเชิงลบมากกว่าเรามีส่วนทำบรรยากาศสังคมให้ลบ สังคมไทยยังไม่แหลก แต่แหลกไปแล้วในหน้าหนังสือพิมพ์ ขณะที่เด็กรุ่นหลังก็โตมากับกระแสข่าวแบบนี้โดยไม่รู้ตัว เป็นการฝังชิพ เข้าไปในหัวว่าอ๋อวาเลนไทน์เท่ากับบวกเสียตัว" ณัฐยา กล่าว
ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศ บอกด้วยว่า นอกจากนี้จากข้อมูลของพื้นที่รับทราบว่าสถานประกอบการที่เปิด เป็นรีสอร์ทขนาดเล็กบางแห่งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดใช้ช่วงเวลาที่ลูกค้าไม่มาก เปิดให้บริการแก่วัยรุ่นโดยไม่ขอดูบัตรประจำตัวประชาชนว่าอายุถึงหรือไม่ ดังนั้น อยากขอให้สถานประกอบการต่างๆ มีความรับผิดชอบต่อสังคม ให้บริการกับผู้ที่อายุถึงกำหนดน่าจะเหมาะสมกว่า อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันได้มีการพัฒนาช่องทางที่ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเพศสัมพันธ์กับวัยรุ่นหลายช่องทางด้วยกัน เช่น เว็บไซต์ talkaboutsex.thaihealth.or.th, เว็บไซต์ dekdee.com/truelove ซึ่งเด็กๆ สามารถเข้าไปทำทดสอบ "เมื่อรักเรียกร้อง ต้องสำรวจความพร้อม"
น้องนัท-ณัฐพล รุ่งเกียรติวงศ์ นักเรียนชั้น ม.6 กล่าวว่า เชื่อมั่นอย่างมากว่าวัยรุ่นไทยคิดเหมือนผลโพลล์ที่ออกมาว่ารักจริงรอได้ เพราะโดยส่วนตัวเห็นว่าเรื่องเพศสัมพันธ์ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ความรักเป็นเรื่องสำคัญที่คนทั้งสองมีความจริงใจต่อกัน ส่วนที่ผู้ใหญ่ชอบนำเสนอแต่ข่าวด้านลบ มองว่าเป็นการนำเสนอข่าวด้านเดียว หากมองกันดีๆ เรื่องเพศไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไปหากเราเปิดใจคุยกัน และจะช่วยลดปัญหาเรื่องนี้ได้
น้องหลิน-อัญรินทร์ ชัยกุลวราพันธ์ นักเรียนชั้น ม.5 จากโรงเรียนศึกษานารี กล่าวยืนยันเช่นกันว่า ผู้ใหญ่อาจจะคิดมากไปเอง เพราะจากที่อยู่ในสังคมกับเพื่อนๆ ไม่ได้รู้สึกว่าจะเป็นเรื่องเพศจะเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้น เพราะเรื่องเพศก็เป็นแค่ส่วนหนึ่ง และที่สำคัญก็เป็นแค่บางคนที่จะไปเกี่ยวข้องกับการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าวัยรุ่นยุคใหม่ รักจริงรอได้ เชื่อได้ว่าแม้จะมีข่าวด้านลบที่ปรากฏในหน้าสื่ออยู่บ่อยครั้ง แต่นั่นไม่ได้แปลว่าเด็กไทยสมัยนี้จะแหลกเหลวตามสภาพสังคมเสมอไป ร่วมสร้างบรรยากาศทางสังคมที่ดี เพื่อต้อนรับวาเลนไทน์ให้ปีไหนๆ วัยรุ่นไทยก็ยังจะรักจริงรอได้เสมอ
สรุปรวบยอดเนื้อหาทั้งหมด คงบอกได้ว่า หากเยาวชนไทยดำเนินชีวิตอยู่บนความมีสติที่จะคิด ที่จะพิจารณา แม้สภาพแวดล้อม จะเร่งเร้าอย่างไร ก็ย่อมไม่ถูกจูงไปในทางเลวร้ายนั้นๆ ด้วย
ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า โดย ปานมณี
เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

แสดงความคิดเห็น