ข้ามสู่เนื้อหาหลัก

อดอาหารเช้า สาวออฟฟิศ...เสี่ยงเป็นเบาหวาน

เบาหวาน โรคที่คนส่วนใหญ่เชื่อว่า เกิดจากพันธุกรรมล้วนๆ แต่ในความเป็นจริงโรคดังกล่าวเกิดจากพันธุกรรม 90% เท่านั้น ส่วนอีก 10% ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่องเฝ้าระวัง เกิดจากภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดมากเกินปกติ สาเหตุจากการขาดฮอร์โมนอินซูลิน หรือ ประสิทธิภาพการทำงานของอินซูลินลดลง เนื่องจากภาวะดื้อต่ออินซูลิน และปัจจัยหลักที่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นคือ กลุ่มอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต แป้ง และ น้ำตาลนั่นเอง


อดอาหารเช้า สาวออฟฟิศ...เสี่ยงเป็นเบาหวาน


กลัวอ้วน แต่ลืมกลัวหวาน!! นี่คือค่านิยมที่สาวออฟฟิศส่วนใหญ่ยึดถือ ด้วยกลัวจะหุ่นไม่งามออกงานแล้วดูฉุ เธอๆ เหล่านั้นจึงหันมาลดการรับประทานอาหารมื้อหลัก เช้าก็แค่กาแฟหนึ่งแก้วเบาๆ ให้ท้องร้องจ๊อกก่อนแล้วค่อยทานมื้อเที่ยง แต่ทว่า... งดอาหารหลักแต่ไม่ได้งดของกินเล่นจุกจิกซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการให้แป้งและน้ำตาล จากพฤติกรรมการกินดังกล่าวทำให้นักโภชนาการออกมาเตือนว่ากลุ่ม "สาวออฟฟิศ" คือผู้มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานมากที่สุด


สำหรับคำแนะนำง่ายๆ สั้นๆ ที่นักโภชนาการอยากส่งถึงสาวออฟฟิศทั้งหลายให้อยู่ห่างโรคร้ายอย่าง "เบาหวาน" ก็คือ ควบคุมพฤติกรรมการกินให้เหมาะสม ไม่ควรอดอาหารเช้า เพราะบางครั้งกว่าสมองจะสั่งการให้รู้ตัวว่าหิวหรืออิ่ม ร่างกายก็รับแป้ง รับน้ำตาลจากของกินเล่นไปจนเกินความจำเป็นแล้ว ดีไม่ดีแป้งและน้ำตาลที่ได้รับอาจมากกว่าในอาหารหลักเสียด้วยซ้ำ และเมื่อร่างกายได้ได้รับปริมาณน้ำตาลและแป้งมากเกินไป ตับอ่อนก็จะทำงานหนักในการผลิตอินซูลิน และยิ่งคนที่มีไขมันมากจะยิ่งทำให้อินซูลินออกฤทธิ์ได้ไม่ดี น้ำตาลที่สะสมอยู่ในในกระแสเลือดก็จะเพิ่มสูง จนเป็นหาเหตุของโรคเบาหวานได้ และการรับประทานอาหารควรค่อยๆ เคี้ยวช้าๆ ยิ่งเคี้ยวนานเท่าไหร่ก็จะรู้สึกอิ่ม โดยที่ไม่ได้รับประทานเกินความต้องการของร่างกาย ที่สำคัญควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้อินซูลินทำงานได้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม การเป็นโรคเบาหวานจะเกิดขึ้นเร็วหรือช้านั้นอยู่ที่ประสิทธิภาพตับอ่อนของแต่ละบุคคลด้วย


 


 


ที่มา : อินโฟเควสท์ โดย ฐณฐ ธาระศัพท์/ณัฐชญา อัครยรรยง

แสดงความคิดเห็น