ทำตัวให้ "ลูกรัก" ง่ายนิดเดียว
ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อแม่ทุกท่านอยากเป็นที่รัก และคนสำคัญของลูก แต่บางครั้งอาจใช้ความรัก หรือปฏิบัติตัวไม่น่ารักจนลูก ๆ เริ่มเขยิบออกห่างโดยไม่รู้ตัว ในโอกาสนี้ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายได้รู้วิธีการปฏิบัติตัวให้ "ลูกรัก" ทีมงาน Life & Family มีแนวทางดี ๆ จากพระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต อีกหนึ่งพระนักเทศน์ชื่อดังของเมืองไทยมาฝากกัน

เอาใจลูกมาใส่ใจเรา (พ่อแม่)
หากลูกเรียนไม่เก่ง ใช่ว่าเขาจะทำอย่างอื่นได้ไม่ดี ดังนั้น ไม่ควรใช้คำพูดทำลายความรู้สึกของลูกด้วยการเปรียบเทียบกับลูกคนอื่น แต่ควรสนับสนุน และให้ความสำคัญในสิ่งที่ลูกทำได้ดี เช่น เล่นกีฬา หรือวาดภาพ นั่นจะช่วยให้เด็กรู้สึกดีที่พ่อกับแม่เข้าใจ และเห็นคุณค่าในตัวเขา
ติด "ดาว" ในใจลูกอยู่บ่อย ๆ
ควรชื่นชมยินดีเมื่อลูกประสบความสำเร็จ ไม่ว่าเรื่องนั้น ๆ จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม เช่น เก็บของคืนให้ผู้อื่น หรือช่วยคุณแม่กรอกน้ำใส่ตู้เย็น ซึ่งการที่เด็กได้รับคำชม จะทำให้เด็กภูมิใจในตัวเอง และรักคุณพ่อคุณแม่มากขึ้น เช่น "ถ้าไม่ได้หนูช่วย ก็คงไม่เสร็จไวแบบนี้หรอกนะ" เป็นต้น
"การที่ลูกได้เป็นฮีโร่เล็ก ๆ อาตมาเชื่อว่า จะสั่งสมให้เด็กเติบโตเป็นคนดีมีคุณค่า พร้อมที่จะทำประโยชน์ให้กับผู้อื่นในสังคมตามมา" พระมหาสมปองเผย
รักลูกให้เป็นกลางบนความยุติธรรม
คุณพ่อคุณแม่ควรวางใจเป็นกลาง ไม่เอียงซ้าย เอียงขวา หรือชื่นชมลูกคนใดคนหนึ่งมากเกินไป แต่ควรชื่นชมลูก ๆ อย่างยุติธรรม หรือหากจะชื่นชมใครสักคนเป็นพิเศษ ควรชื่นชมตัวต่อตัว ไม่ใช่ชมต่อหน้าลูกอีกคน เพราะจะทำให้เด็กเกิดความรู้สึกด้อย และน้อยใจพ่อแม่ที่รักลูกไม่เท่ากัน
"ในฐานะพ่อแม่ ต้องเข้าใจว่า ลูกแต่ละคนมีความโดดเด่นกันคนละด้าน ฉะนั้น อย่าตำหนิมากเกินไป อย่าชมมากเกินไป หรือใช้ 2 มาตรฐานในการเลี้ยงลูก แต่ควรใช้ความรักเป็นตัวพูดคุยกัน เพราะไม่เช่นนั้นอาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้"
ทั้งนี้ พระมหาสมปอง ฝากทิ้งท้ายว่า คุณพ่อคุณแม่เป็นโมเดล และเทรนเนอร์ที่สำคัญของลูก อยากให้ลูกมีความสุข พ่อแม่ต้องข่มใจ และทำอารมณ์ให้ดีมีความสุข หรืออยากให้ลูกเป็นดี พ่อแม่ก็ต้องเป็นคนดีให้ลูกเห็น เช่น คนนี้เขาเดือดร้อนก็สอนให้ลูกช่วยเหลือเท่าที่พอจะช่วยได้ ลูกก็จะซึมซับว่า เราจะต้องรู้จักช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่ใช่เห็นแก่ตัว ดังนั้น เมื่อลูกได้ซึมซับแบบอย่างเหล่านี้ เด็กก็จะชื่นชม และมองคุณพ่อคุณแม่เป็นต้นแบบในการใช้ชีวิต
ลองนำไปปรับใช้กันดูนะครับ อย่างน้อย ๆ จะเป็นตัวช่วยให้ลูกหันมารัก และเข้าใจคุณมากขึ้น หรือถ้าใครมีข้อเสนอแนะดี ๆ เข้ามาแลกเปลี่ยนกันได้ทางกล่องแสดงความคิดเห็นด้านล่างนี้ครับ
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์


แสดงความคิดเห็น