ข้ามสู่เนื้อหาหลัก

ใช้ศีลธรรมช่วยแก้ปัญหา ‘เด็กตีกัน’


วัยรุ่นมีนิสัยอย่างหนึ่งที่แก้ยากและแก้ไม่ค่อยหาย คือนิสัยชอบเลียนแบบไม่ว่าสิ่งนั้นจะถูกหรือไม่ แต่คิดว่าทำแล้วเพื่อนๆ ให้การยอมรับมักจะทำกัน ความคิดแบบนี้ของเด็กๆ ทำให้เราเห็นวิกฤตซ้อนวิกฤต ซึ่งน่าเป็นห่วงอย่างมาก นั่นคือการตีรันฟันแทงกัน โดยเฉพาะเด็กช่างกลมีเรื่องมีราวมากที่สุด แต่ปัจจุบันลามมาถึงเด็กขาสั้นหรือเด็กมัธยมฯมากขึ้น ไม่รู้ต่อไปจะลามไปถึงเด็กประถมฯด้วยหรือเปล่า ถ้าลามไปถึงเด็กประถมฯอะไรจะเกิดขึ้น จึงเป็นเรื่องน่าวิตกและน่าเป็นห่วงพอสมควร


ปัญหาดังกล่าวไม่ค่อยมีใครสนใจแก้อย่างจริงๆจังๆ รัฐบาลไหนเข้ามาก็ให้ความสนใจแต่เรื่องเศรษฐกิจ ส่วนเรื่องศีลธรรมเอาไว้เป็นเรื่องรอง เรียกว่าห่วงแต่งบมักจะพุ่งเป้าไปที่งบก้อนนั้นก้อนนี้ที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องศีลธรรม ขณะนี้งบประมาณในท้องถิ่นอย่างงบ อบต. งบ อบจ. หรืองบอะไรต่อมิอะไรมักขนไปลงเกี่ยวกับสาธารณูปโภคเป็นส่วนใหญ่ เพื่อพัฒนาชุมชนเป็นหลัก


น้อยมากที่จะปันงบมาดูแลเยาวชน ไม่ว่าจะเป็นการทำค่ายอบรม ต้องยอมรับว่าเมื่อเด็กไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนตักเตือน ต้องมีประเภทที่ออกมาทำเรื่องอย่างที่เห็น และเป็นอย่างที่อาตมากล่าวไว้ในช่วงต้นของบทความนี้ว่า "มันน่าอเนจอนาถใจ เพราะลูกหลานไทยฆ่ากันไม่เว้นแต่ละวัน" เรียนหนังสือก็ไม่เก่ง แต่เก่งในการฆ่า การฟันกันเสียมากกว่า


ถึงเวลาที่ควรห่วงใยเรื่องนี้เป็นหลักส่วนเศรษฐกิจเอาไว้เป็นเรื่องรอง เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นต้นเหตุของการทำลายเศรษฐกิจเหมือนกัน คิดง่ายๆเมื่อลูกเจ็บต้องอยู่โรงพยาบาล พ่อแม่ก็ต้องไปเฝ้า งานการไม่ได้ทำ ค่ารักษาก็ต้องจ่าย บางครอบครัวแย่กว่านั้น เพราะคนอื่นตีกันลูกตัวเองโดนลูกหลงโดยที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว แต่ต้องไปนอนเจ็บปวด เสียค่ารักษาพยาบาลกันเป็นแสนถ้าเกิดเรื่องในสถานบันเทิง ไม่รู้เจ้าของสถานที่จะรับผิดชอบหรือเปล่า สามารถตามตัวคนทำได้หรือเปล่า ส่วนคนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือคนที่ได้รับบาดเจ็บ



ดังนั้น หากผู้ใหญ่ในบ้านเมืองยังไม่เห็นความสำคัญของทรัพยากรบุคคลในประเทศจะแย่ เพราะถ้ายังให้ความสำคัญกับเรื่องอื่น โดยเฉพาะเศรษฐกิจมากเกินไปเพราะเห็นว่าทุกกระทรวงได้รับงบประมาณไปกระตุ้นเศรษฐกิจกันแบบงามๆทั้งนั้น แต่กระทรวงที่ดูแลเรื่องศาสนาและวัฒนธรรมกลับไม่ได้อะไรมากมาย ยิ่งในช่วงนี้ยิ่งแย่ คือกิจกรรมพัฒนาความรู้ด้านจริยธรรมคุณธรรม ศีลธรรมของเด็กก็ไม่น้อยลง จึงอยากบอกว่าสถานการณ์น่าเป็นห่วง ประเทศชาติก็น่าเป็นห่วง ถ้ายังมีเรื่องปิดกั้นโอกาสการอบรมสั่งสอนเด็กๆจะทำให้ความชั่วขยายตัวมากกว่านี้ ความชั่วร้ายที่จะเกิดกับเด็กจะรุนแรงมากขึ้นๆ


ส่วนผู้ใหญ่ที่ตีกัน ด่ากันอยู่ทุกวันนี้ก็เป็นแบบอย่างที่เลวให้กับเด็กๆอยู่แล้วแถมยังปิดโอกาสไม่ให้เด็กได้เรียนรู้ศีลธรรมจริยธรรมอีก หรือแม้แต่การปิดกั้นไม่ให้ฟังเทศฟังธรรม ผู้ใหญ่ลองนึกภาพกันเองว่าความระยำตำบอน ความชั่วร้ายจะเบ่งบานกระจายไปอีกเท่าไร ขอให้ติดตามดูต่อไป เพราะถ้ายังแบ่งพวกเขาพวกเรา และปิดกั้นแม้กระทั่งการห้ามพระเข้าไปอบรมเพาะบ่มศีลธรรมในโรงเรียน


ระวังผู้ใหญ่ที่ชอบตีกันให้เด็กๆเห็นเด็กๆจะเอาไปทำต่อ ฉะนั้นอยากให้เราช่วยเป็นตัวอย่างคือ "ช่วยกันทำดีไว้ให้ลูก ช่วยกันทำถูกไว้ให้หลาน อย่าให้บ้านเมืองต้องชั่วช้าสามานย์ เพราะลูกหลานได้ตัวอย่างไม่ดีมาจากผู้ใหญ่"


เจริญพร


ส่วนผู้ใหญ่ที่ตีกันด่ากันอยู่ทุกวันนี้ก็เป็นแบบอย่างที่เลวให้กับเด็กๆอยู่แล้วแถมปิดโอกาสไม่ให้เด็กเรียนรู้ศีลธรรม จริยธรรมอีก


 


ที่มา : หนังสือพิมพ์โลกวันนี้ โดย พระพยอม กัลยาโณ

แสดงความคิดเห็น