“นมวัว” ทำผู้สูงวัยเสี่ยงต่อโรคอ้วน หัวใจ หลอดเลือด
แถมไม่ควบคุมเบาหวาน อันตรายต่อสุขภาพ
นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล ผู้เชี่ยวชาญธรรมชาติบำบัด กล่าวในการเสวนาเรื่อง "อาหารเพื่อผู้สูงวัย สมุนไพร ชีวจิต" จัดโดยสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ว่า ผู้สูงอายุเป็นวัยที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ อาทิ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคสมองเสื่อม โรคเบาหวาน ฯลฯ เพราะอนุมูลอิสระเป็นสารพิษที่ก่อความเสื่อมให้แก่ร่างกายมาจากความเครียด อาหารปิ้ง ย่าง ทอดเกรียม สารแต่งสีแต่งกลิ่น สารกันเสีย ควันบุหรี่ ย่าฆ่าแมลง ยากำจัดวัชพืช
ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ที่มีสารอาหารที่ครบถ้วน ที่ผ่านมาผู้สูงอายุส่วนใหญ่ยังขาดธาตุเหล็ก แคลเซียม ส่งผลให้เกิดโรคข้อเสื่อมในวัยชรา
และที่หลายคนเข้าใจว่าการดื่มนมวัวจะเป็นผลดีต่อสุขภาพ และจะช่วยให้กระดูกแข็งแรงเนื่องจากมีแคลเซียมสูง จากข้อมูลที่ผ่านมาพบว่า แม้นมวัวจะมีแคลเซียม แต่กลับอุดมด้วยกรดไขมันอิ่มตัว ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน และโรคหัวใจและหลอดเลือด แถมไม่สามารถควบคุมเบาหวาน
ต้องการแคลเซียมกินกุ้ง ปลากรอบ เต้าหู้ งาดำคั่ว และผักต่างๆ ข้อมูลจาก สกว.พบว่าคนไทยดื่มนมน้อยกว่าชาวตะวันตก แต่ภาวะกระดูกพรุนน้อยกว่าชาวตะวันตก เพราะมีพันธุกรรมที่แตกต่างกัน คือ ชาวตะวันตกมียีนที่เสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน ขณะที่คนไทยมียีนที่ช่วยให้กระดูกแข็งแรง
ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า สมุนไพรช่วยเสริมสมรรถนะ ฟื้นฟู และป้องกันความเสื่อมของอวัยวะได้ โดยพบในสมุนไพร 5 ชนิด คือ กระเทียม ขมิ้นชัน บัวบก มะขามป้อม และยอ ซึ่งเป็นสมุนไพรที่หาง่าย
กระเทียมมีคุณสมบัติในการฆ่าแบคทีเรียแต่ต้องกินคู่โปรตีน ขมิ้นชันช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกายแก้ท้องอืด บำรุงตับ และรักษาระบบทางเดินหายใจที่ผิดปกติ ขมิ้นชันแปรรูปเป็นแคปซูล บรรจุไว้ในบัญชียาหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ บัวบกช่วยบำรุงสมอง ขับปัสสาวะ และลดความดัน ส่วนมะขามป้อมแก้ไอ ต้านอนุมูลอิสระได้ และยอ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน บำรุงธาตุ ช่วยย่อยอาหาร แก้หวัด และทำให้นอนหลับง่าย
ที่มา
ข้อมูลจาก : มติชน
ภาพประกอบ : www.thaihealth.or.th
Update 18-12-50


แสดงความคิดเห็น