สคอ. ชวนคนไทยเดินทางปีใหม่...อย่างปลอดภัยไร้อุบัติเหตุ
ตั้งเป้าลดให้ได้ร้อยละ 10 เน้นดื่มไม่ขับ...ขับไม่ซิ่ง ในคนขับ
อีกไม่กี่อึดใจคนทั่วโลกจะได้สนุกสนานกับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันอีกครั้ง สำหรับคนไทยการร่วมฉลองกับครอบครัวจึงเป็นหัวใจหลักของสังคมไปแล้ว การเดินทางในช่วงนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ แต่จากสถิติที่ผ่านมาความสูญเสียอันเกิดจากอุบัติเหตุ ถือเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้หลายๆ คน กลับไปไม่ได้ และในบางรายการเดินทางในครั้งนี้ถือเป็นจุดจบของลมหายใจตัวเอง ไม่มีโอกาสแม้จะส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ หรือร่วมสังสรรค์กับครอบครัวอีกเลย…
ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา มีอุบัติเหตุทางถนนทั่วประเทศเกิดขึ้นประมาณ 4,456 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 449 คน และมีผู้บาดเจ็บอีกราว 4,943 คน ปีนี้ทางศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน จึงตั้งเป้าที่จะลดจำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บในช่วงเทศกาล ให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 จากยอดของปีที่แล้ว
นพ.พรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มองว่า การตั้งเป้าลดอุบัติเหตุให้ได้ร้อยละ 10 ไม่ได้เป็นสิ่งที่ยากจนเกินไป เพียงแต่ปีนี้มีปัจจัยเสี่ยงค่อนข้างมาก โดยเฉพาะผลกระทบที่มาจากการเลือกตั้ง ที่ทำให้การเตรียมความพร้อมของหลายๆ หน่วยงานต้องหละหลวมลงไป เพราะต้องมุ่งเน้นไปที่การเลือกตั้ง ที่เป็นเรื่องเร่งด่วน การทำงานด้านอุบัติเหตุจึงไม่รัดกุมเท่าที่ควร
ประกอบกับความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุปีนี้มีมากกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีจำนวนรถเพิ่มขึ้น มีการจดทะเบียนเพิ่มถึงร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับยอดเดิม อีกทั้งเป็นช่วงเทียบเคียงกับการเลือกตั้ง จึงมีการสัญจรที่หนาแน่นขึ้นเป็นพิเศษ และแน่นอนว่าการเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ภายหลังการเลือกตั้งเสร็จ ย่อมมีการสะพัดของเม็ดเงินมหาศาล มีการเฉลิมฉลองเกิดขึ้นมากมาย รวมทั้งมีเครื่องดื่มของมึนเมามาเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ยังผลให้ความเสี่ยงของปีนี้เพิ่มมากขึ้นเป็นประวัติการณ์กว่าทุกๆ ปี
“สำหรับการรับมือการเกิดอุบัติเหตุในช่วง 7 วันอันตราย ของเทศกาลปีใหม่ ทางสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ ได้ติดตามเฝ้าระวังมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน โดยจัดทำโครงการรณรงค์ร่วมรับเครือข่ายอื่นๆ ทั้งเครือข่ายมอเตอร์ริ่ง ที่จะประสานกับคณะกรรมการความปลอดภัยทางถนนในระดับจังหวัด และองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นต่างๆ ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์นำร่องในกลุ่มเด็กเยาวชนระดับอาชีวะศึกษา และอาสาสมัคร เพื่อสร้างให้เกิดการตระหนักรู้ในเรื่องความปลอดภัยอย่างทั่วถึง” นพ.พรหมมินทร์ กล่าว
ในส่วนของพื้นที่อันเป็นจุดเสี่ยง 21 จังหวัดทั่วประเทศรวมทั้งกรุงเทพมหานคร ทาง สคอ. ได้ประสานความร่วมมือกับมูลนิธิศูนย์เสมาส่งเสริมศีลธรรม ทำการฝึกอบรมเยาวชนอาสาลดอุบัติเหตุ จำนวน 2,000 คนทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้มีความพร้อมอย่างเต็มที่แล้ว โดยจะลงพื้นที่ดำเนินการรณรงค์กันในช่วง 7 วันอันตราย มีการให้ความรู้กับผู้เดิน ตลอดจนแนะนำวิธีการสร้างความปลอดภัย มีการตรวจสภาพทั้งรถ และความพร้อมของตัวผู้เดินทาง เยาวชนอาสากลุ่มนี้จะให้บริการตามปั๊มน้ำมันและเส้นทางถนนสายหลักต่างๆ ใครผ่านไปผ่านมาก็สามารถไปรับบริการกันได้ ....
นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือจากเครือข่ายแท็กซี่สามล้อไทยปลอดภัยใสสะอาด และเครือข่ายสามล้อเอื้ออาทรเพื่อคนจน ร่วมรณรงค์กันอีกด้วย มีการรณรงค์ดื่มไม่ขับ...ขับไม่ซิ่ง ในหมู่คนขับรถ แท็กซี่และสามล้อ ร่วมทั้งมีการอำนวยความสะดวกให้กับคนเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ด้วย ซึ่งบริการนี้สำหรับคนกรุงเทพมหานครโดยเฉพาะ แต่เมื่อผสานกันทุกเครือข่ายครบถ้วน ก็จะสามารถรณรงค์ได้อย่างรอบด้านทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเลยทีเดียว
ปีนี้แนวทางการรณรงค์ของของทางราชการในช่วงเทศกาลปีใหม่ มุ่งเน้นไปที่การลดความเร็วเป็นหลัก ในขณะที่ทาง สคอ. เน้นหนักให้ทั่วประเทศปลอดจากการดื่มเครื่องดองของเมา มีการร่วมมือกับภาครัฐจัดตั้งจุดบริการเสริมสร้างความปลอดภัย พร้อมกันนั้นก็ได้ดำเนินการกับพื้นที่ความเสี่ยงสูง อย่างทางโค้ง ทางแยกต่างๆ และแจ้งข้อมูลทางถนนไปยังหน่วยงานของแต่ละจังหวัด เพื่อเป็นการปูรากฐานความปลอดภัยให้คนสัญจรอีกทางหนึ่ง
การจะเดินทางให้ปลอดภัยนั้น ผู้อำนวยการ สคอ. แนะนำว่า ผู้เดินทางควรมีการวางแผนล่วงหน้าว่าจะเดินทางวันไหน โดยต้องไม่รีบร้อนจนเกินไป เพราะการสร้างความปลอดภัยที่สมบูรณ์แบบต้องเตรียมทั้งรถทั้งคนให้พร้อม และในระหว่างการเดินทางก็ควรพักบ่อยๆ อาจจอดรถตามปั๊มน้ำมันหรือตามหน่วยบริการที่หน่วยงานต่างๆ จัดขึ้นก็ได้ ซึ่งในปีนี้ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตั้งจุดบริการระหว่างทางไม่น้อยกว่า 3,000 จุดทั่วประเทศ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการ รวมทั้งภาคเอกชนก็จะเข้ามาจัดกาแฟ และน้ำดื่มให้อย่างพร้อมสรรพ เพราะฉะนั้นเมื่อผ่านไปยังจุดบริการก็ควรแวะพัก อย่ารีบเพราะการรีบย่อมนำไปสู่อุบัติเหตุได้เสมอ
รู้อย่างนี้แล้วก็ปฏิบัติตัวเสียให้ถูกต้อง อย่าลืมว่าเทศกาลปีใหม่หนึ่งปีมีครั้งเดียว บางคนต้องรอคอยวันนี้อย่างใจจดใจจ่อ เพราะเป็นโอกาสดีที่จะได้พบหน้าพ่อ แม่ ญาติพี่น้อง คำนึงถึงความปลอดภัยกันให้มาก เพื่อที่การเดินทางปีใหม่คราวนี้จะได้ราบรื่น ปลอดภัยและไร้อุบัติเหตุ
เรื่องโดย : Team Content www.thaihealth.or.th
ภาพประกอบ : www.thaihealth.or.th
Update 14-12-50


แสดงความคิดเห็น