ข้ามสู่เนื้อหาหลัก

แฉ! ยาเจริญอาหาร ทำเด็กโตเกินวัย

มีพฤติกรรมอารมณ์รุนแรง อาจตัวเตี้ยเมื่อโตขึ้น

นับเป็นความเข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวงอีกประการแล้ว สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่นิยมให้ลูกรับประทานยาบำรุงหรือยาเจริญอาหารล่าสุด ศ.นพ.พัฒน์  มหาโชคเลิศวัฒนา หัวหน้าหน่วยต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิซึม ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์รามาธิบดี เปิดเผยผลการศึกษาว่า ที่ผ่านมาได้ทำการตรวจรักษาคนไข้เด็ก 2 ราย เป็น ด.ช.อายุ 4 ขวบ และ ด.ญ.อายุ 2 ขวบ จาก จังหวัดนครสวรรค์ ที่ถูกส่งต่อมารักษา มีปัญหาแตกเนื้อหนุ่มแตกเนื้อสาวเกินวัย ซึ่งสาเหตุมาจากความรู้เท่า ไม่ถึงการณ์ของผู้ปกครอง

           สืบเนื่องจากผู้ป่วย ด.ช.อายุ 4 ขวบ จาก จ.นครสวรรค์ ได้มารับการตรวจที่หน่วยต่อมไร้ท่อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ด้วยอาการเป็นหนุ่มก่อนวัย คือ มีอวัยวะเพศเท่ากับขนาดของผู้ใหญ่ คือ ประมาณ 10 เซนติเมตร ร่วมกับมีขนที่หัวหน่าว มีหนวดบางๆ มีเสียงแตก และสิวบนใบหน้า เด็กโตเร็วกว่าปกติ มีความสูงเท่ากับเด็ก 8 ขวบ มีพฤติกรรมและอารมณ์รุนแรง อาการดังกล่าวเป็นมาประมาณ 2 ปี แล้ว สาเหตุของปัญหาที่แพทย์มักจะคิดถึง คือ ด.ช.มีการสร้างฮอร์โมนเพศชายมากผิดปกติ หรือได้รับฮอร์โมนเพศชายจากภายนอกโดยการกินหรือฉีด แต่มารดาบอกว่าได้รับยาบำรุงช่วยเจริญอาหารเท่านั้น จึงได้ทำการตรวจทดสอบจากห้องปฏิบัติการ ปรากฏว่าได้รับฮอร์โมนเพศชายจากภายนอก                                                                                                                           
           ทราบภายหลังว่ามารดาของเด็กได้เริ่มซื้อยาบำรุงชนิดหนึ่ง ขนาดประมาณ 60 ซีซี ราคาขายประมาณ 30-40 บาท ให้ผู้ป่วยกินตั้งแต่ 2 ปีก่อน เพื่อให้เจริญอาหาร ซึ่งยาชนิดดังกล่าวมีส่วนประกอบของฮอร์โมนเพศชายชนิดหนึ่ง คือ แอนโดรเจน ประมาณ 5 มิลลิกรัม ซึ่งฮอร์โมนดังกล่าวทำให้เด็กชายเป็นหนุ่มก่อนวัย มีผลเสียอย่างมากต่อระบบการทำงานต่างๆ ในร่างกาย ได้แก่ ผู้ป่วยเด็กจะโตเร็วผิดปกติ มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย อารมณ์ จิตใจ ที่ไม่เหมาะสมกับวัย และเมื่อเป็นผู้ใหญ่จะเตี้ยกว่าคนปกติเนื่องจากกระดูกพัฒนาเกินกว่าวัยที่แท้จริงในช่วงเด็ก และหยุดเจริญเติบโตก่อนวัยอันสมควร

           ส่วนเด็กหญิงถ้ารับประทานยานี้เข้าไปก็จะทำให้มีลักษณะอวัยวะเพศผิดปกติ คือ คลิตอริส หรือภาษาชาวบ้านเรียกปุ่มกระสัน หรือเม็ดละมุดจะโตคล้ายองคชาติในเพศชาย ซึ่งกรณี ด.ญ. 2 ขวบก็มีขนหัวหน่าว มีสิวก่อนวัย และเติบโตเร็วผิดปกติส่งผลให้ตัวเตี้ยในที่สุดเช่นเดียวกัน ในขณะที่ผู้ใหญ่ทานแล้วไม่มีผลกระทบ

           จากการสอบถามมารดาของ ด.ช. 4 ขวบ ทราบว่ายาดังกล่าวซื้อหาได้ง่ายมาก มีขายในร้ายยาทุกแห่ง และในการประชุมวิชาการระหว่างแพทย์ด้วยกัน พบว่า แพทย์ในหลายสถาบันก็เคยพบผู้ป่วยในลักษณะเดียวกันนี้มาก่อน ข้อมูลทั้งหมดนี้บ่งชี้ว่าเด็กจำนวนมากอยู่ในภาวะกลุ่มเสี่ยงอันตรายต่อการรับประทานยาบำรุงเจริญอาหาร ถึงแม้ยาดังกล่าวจะมีฉลากยาบ่งชี้ "เด็กห้ามรับประทาน" แต่ในคำเตือนเขียน "ห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี ห้ามใช้ในเด็กติดต่อกันนานเกิน 3 เดือน เพราะอาจกดการเจริญเติบโตได้" ซึ่งเป็นการเขียนที่ขัดแย้งและทำให้ผู้อ่านสับสนจนเข้าใจผิดว่า เด็กใช้ยาดังกล่าวได้ ซึ่งเข้าใจว่าเป็นเจตนาแอบแฝงของทางบริษัท โดยเฉพาะในการผลิตในรูปแบบของยาน้ำ แสดงถึงความจงใจที่จะให้มีการใช้ในเด็ก นอกจากนี้ยังแจ้งผลไม่พึงประสงค์ของยาไม่ครบถ้วนด้วย                                  

           ศ.นพ.พัฒน์ กล่าวด้วยว่า ยาดังกล่าวถูกสั่งห้ามใช้ในเด็กมา 17 ปี โดยมีหนังสือยืนยันจากทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ว่าอนุญาตให้ใช้เฉพาะในผู้ใหญ่ แต่จงใจผลิตในรูปยาน้ำเชื่อม ซึ่งได้เคยรายงานให้ อย.ทราบ 2 รายเมื่อ 7 ปีก่อนแต่ยังมีการขายทั่วไปโดยเฉพาะในต่างจังหวัด ทั้งๆ ที่ยานี้ห้ามใช้ในเด็กทุกอายุ อีกทั้งหากเด็กหยุดการรับประทานยาดังกล่าวร่างกายก็จะไม่คืนสู่ภาวะปกติ เพราะอวัยวะเพศที่โตขึ้นจะไม่หดเล็กลงเหมือนกับอวัยวะเพศเด็ก คือ อาจหดเล็กลงนิดหน่อย และสีขนจางลงเท่านั้น               

           น่าเป็นห่วงเด็กๆ ในขณะเดียวกันก็น่าวิตกแทนพ่อ แม่ ผู้ปกครอง  เพราะนอกจากหมดหวังที่จะเห็นลูกเจริญเติบโตและมีพัฒนาการที่ดีแล้ว ยังต้องมาตกเป็นเหยื่อโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์เสียอีก ฉะนั้นการเพิ่มความระมัดระวังในการซื้อยาบำรุงมารับประทานเองคงเป็นหนทางเดียวที่จะป้องกันลูกรักได้ในยามนี้ ในขณะเดียวกันทางผู้ผลิตยาเองก็ต้องสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมให้มากขึ้น อย่างเห็นแก่ยอดขายจนถึงขั้นทำลายอนาคตชาติ อย่าลืมว่าเจตจำนงของการผลิตยาคือ มุ่งบำบัดรักษา เพิ่มพูนสุขภาพ ไม่ใช่บ่อนทำลายอย่างกรณี “ยาเจริญอาหาร”

 

 

 


เรื่อง : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ภาพประกอบ :
www.thaihealth.or.th

Update 04-12-50

แสดงความคิดเห็น