ครอบครัว“แรงบันดาลใจ”แนวทางดำเนินชีวิต
จุดมุ่งหมายสู่การพัฒนาการทำงานเพื่อสังคม
พ่อแม่เป็น"ฮีโร่" ในดวงใจของลูกๆ หลายคนยิ่งในครอบครัวที่อบอุ่น จึงไม่แปลกเลยที่ลูกๆ จะนำแบบอย่างมาใช้เป็นแนวทางการดำเนินชีวิตของตนเอง และเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานเพื่อสังคม
นฤมล อินทรโชติ หรือ พี่นิ่ม ในวัย 47 ปี หัวหน้าโครงการส่งเสริมสวัสดิการเด็กและครอบครัว ภาคใต้ สหทัยมูลนิธิ ซึ่งได้ทุ่มเทชีวิตเพื่อทำงานด้านสังคมสงเคราะห์ โดยการช่วยเหลือเด็ก และครอบครัวที่มีปัญหาจนได้รับรางวัล "นักสังคมสงเคราะห์ดีเด่น" ประจำปี 2549 ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)
พี่นุ่ม เล่าว่า เริ่มทำงานตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ ซึ่งพี่เลือกเรียนคณะสังคมสงเคราะห์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพราะความชอบ และเริ่มต้นการทำงานเต็มตัวให้กับสหทัยมูลนิธิทันทีจากนั้นจึงมาบุกเบิกที่ศูนย์ภาคใต้ สหทัยมูลนิธิ จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นบ้านเกิด โดยก่อนหน้านี้ ได้มีโอกาสมาที่นครฯ บ่อยๆ เพื่อเยี่ยมพ่อกับแม่ ซึ่งเราพบว่าที่นครฯ เด็กๆ และครอบครัวก็ประสบปัญหามากเหมือนกัน จึงตัดสินใจขอมาทำงานที่นครฯ และอีกเหตุผลที่สำคัญคืออยากกลับมาอยู่ใกล้ๆกับพ่อและแม่
"เจอกับงานช่วงแรกๆ ทุกข์ใจมาก เพราะแบ่งใจไม่เป็น ทุกข์กับปัญหาที่เจอ จัดระเบียบจิตใจตัวเองไม่เป็น จนครอบครัวไม่อยากให้ทำงาน จนเราทำครบ 3 ปี จึงสนับสนุนเรื่อยมาเพราะเห็นว่าเราทุ่มเทเอาจริงเอาจัง ช่วงนั้นเราก็เริ่มศึกษาเรื่องศาสนาข้อคิดหลักธรรมนำมาฝึก ซึ่งสถานการณ์ก็ดีขึ้น ปัญหาของแต่ละครอบครัวไม่เกิดผลกระทบแง่ลบต่อตัวเอง นอกจากนี้ พ่อยังช่วยเหลือการเปิดสำนักงานใหม่ที่ศูนย์ภาคใต้ ที่นครฯ โดยพ่อพาขับรถไปเยี่ยมบ้านครอบครัวที่อยู่ในความรับผิดชอบของมูลนิธิฯ รวมถึงมาช่วยหาสำนักงานแห่งใหม่ซึ่งในที่สุดก็ใช้บ้านเก่าที่พ่อเคยอยู่นำมาปรับปรุงใหม่พ่อจึงถือเป็นกำลังใจสำคัญมากๆ"
พี่นิ่ม บอกอีกว่า ชีวิตที่ผ่านมา ได้พ่อแม่ปลูกฝังตั้งแต่ยังเด็กในการช่วยเหลือเกื้อกูลกันโดยทำเป็นแบบอย่างให้เห็น ซึ่งนอกจากพ่อแม่จะดูแลลูกตัวเองแล้ว ยังดูแลหลาน ไม่ต่างจากลูกของตัวเอง สอนให้รู้จักประหยัดเพื่อช่วยเหลือคนอื่นเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่จึงเกิดจากการหล่อหลอมของครอบครัว และยึดหลักคำสอนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่สอนให้รักประชาชน รวมทั้งสอนให้รู้ว่าครอบครัวมีความสำคัญเพียงใด
พี่นิ่มเล่าถึงการทำงานด้วยว่า สำหรับงานที่ทำก็จะทำกับเด็กและครอบครัว ส่วนใหญ่เป็นการช่วยเหลือเด็ก ที่อยู่ในครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว พ่อหรือแม่ เสียชีวิต หย่าร้างเด็กต้องไปอาศัยอยู่กับญาติพี่น้อง โดยในลักษณะการให้คำปรึกษาพ่อแม่ และทำกิจกรรมกับเด็กๆเพื่อให้เป็นครอบครัวที่มีความเข็มแข็งมากขึ้น
พี่นิ่ม เล่าต่อว่าชีวิตส่วนตัวของตนเองทุกวันนี้ผสมผสานกับงานจนเหมือนเป็นเรื่องเดียวกัน ในส่วนของครอบครัวไม่มีอะไรต้องรับผิดชอบแล้ว เพราะพ่อเสีย เมื่อ 6 ปีที่แล้ว ซึ่งพ่อทำหน้าที่พ่อ ผู้นำครอบครัวได้ดีมาโดยตลอด การทำงานก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พ่อภูมิใจ ส่วนแม่มีสุขภาพแข็งแรงซึ่งเราไม่ต้องห่วงเลย ซึ่งตนก็เคยชวนมาอยู่ด้วย แต่แม่ไม่มาเพราะอยากอยู่กับเพื่อนๆ ญาติ ที่อยู่บริเวณนั้น
"ก่อนหน้านี้พ่อเคยบอกว่า พ่อไม่คิดว่าลูกจะทำงานแบบนี้ได้ซึ่งการที่ได้ทำงานที่รัก อยู่กับเพื่อนๆ เจ้าหน้าที่ซึ่งเปรียบเสมือนครอบครัวใหญ่ ชีวิตมีความสุข ส่วนหนึ่งเป็นเพราะครอบครัวอบอุ่น พ่อแม่เป็นกำลังใจ สนับสนุน รวมถึงในช่วงเรียนหนังสือ ได้รับการหล่อหลอมความคิด ปลูกฝังค่านิยม ทัศนคติ ได้ทำกิจกรรมและได้สัมผัสกับปัญหาจริงๆ ทำให้รู้ว่าเราโชคดีกว่าคนอื่นๆ มากมายนัก"
และแม้ว่าจะอยู่ในจังหวัดเดียวกันแต่ก็ยังอาศัยอยู่คนละอำเภอทำให้การแบ่งเวลา มาเยี่ยมพ่อแม่ทำได้เดือนละ 2-3 ครั้งอยู่เสมอๆ นอกจากนี้ก็ได้เจอพี่น้อง ที่อยู่ในกทม.มีการพูดคุย พบปะกัน ซึ่งพี่น้องหลายคนยังบริจาคเงินให้กับมูลนิธิด้วย
การทำงานทุกวันนี้ จึงถือเป็นการเดินตามรอยเท้าพ่อเวลาทำงานก็จะแบ่งเวลาให้กับครอบครัวอย่างเหมาะสมเท่าที่จะสามารถทำได้เป็นตัวแทนที่ทำหน้าที่นี้แทนพ่อ
ร่วมแสดงความคิดเห็นและแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องครอบครัวสร้างสุขด้วยวิถีชีวิตพอเพียงเพื่อรับของที่ระลึกน่ารักๆ จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพได้ที่ Chatratat @ thaihealth.or.th หรือส่งจดหมายมาที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 979 ชั้น 34 SM TOWER ถ.พหลโยธิน สามเสนใน พญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
สมัครสมาชิกมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว โทร. 0-2954-2346-7 หรือ www.familynetwork.or.th
ที่มา
ข้อมูลจาก : มูลนิธิเครือข่ายครอบครัวและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
ภาพประกอบ : www.thaihealth.or.th
Update 03-12-50


แสดงความคิดเห็น