10 เทคนิค หนีเพชฌฆาต...เครียด !
ทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเราเอง
ต้องยอมรับว่า เหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองที่เพิ่งผ่านพ้นไป ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อจิตใจของคนไทยทั้งประเทศ

แน่นอนย่อมก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพทั้งกายและใจ
ความเครียดกำลังเป็นเพชฌฆาตเงียบที่คุกคามคนไทยอย่างน่ากลัวจริง ๆ
เพราะเมื่อพลิกดูสถิติการใช้ยาคลายเครียดของคนไทยพบ ตัวเลขที่น่าตกใจอย่างยิ่ง
จากสถิติของคณะกรรมการอาหารและยาพบว่าในปี 2544 คนกรุงเทพฯและภาคกลางใช้ยาคลายเครียดรวมกันทั้งสิ้น 167 ล้านเม็ด ถัดมาเพียงแค่ 2 ปี คือในปี 2546 ปริมาณการใช้ ยาคลายเครียดเพิ่มขึ้นเป็น 705 ล้านเม็ด
แนวโน้มดังกล่าวทำให้เชื่อว่าอัตราการใช้ยาคลายเครียดในคนกรุงเทพฯและภาคกลาง ณ ปัจจุบันจะต้องเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ อีกหลายเท่าตัวเลยทีเดียว
และจากตัวเลขของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส) ประมาณการว่าประเทศไทยมีผู้ป่วยทางจิตกว่า 12 ล้านคน ซึ่งจากรายงานสำมะโนประชากรเมื่อเดือนธันวาคม 2552 ประเทศไทยมีจำนวนประชากร 63 ล้านคน
นั่นก็หมายความว่า คนไทย 1 ใน 5 ป่วยทางจิต และมีจำนวนกว่าแสนรายที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
แล้วเราจะสลัดความเครียดออกจากตัวเราได้อย่างไร ?
นายแพทย์วิโรจน์ ตระการวิจิตร ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลนครธน กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยเรามีปัญหาสุขภาพจิตเพิ่มมากขึ้น สอดคล้องกับความจริงที่ว่า ประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าทางวัตถุส่วนใหญ่มักจะพบอุบัติการณ์เช่นนี้
นอกจากความทุกข์ใจที่ได้รับจากการป่วยทางจิตแล้ว ยังก่อให้เกิดปัญหาทางสุขภาพร่างกายอีก อันเนื่องมาจากความเชื่อมโยงของการทำงานระหว่างกายและจิต โดยจิตที่ป่วยจะส่งคลื่นกระแสจิตที่เป็นลบไปยังสมอง
"สมองเมื่อถูกกระตุ้นด้วยคลื่นจิตที่เป็นลบก็จะส่งคลื่นกระแสประสาทที่เป็นลบออกมาด้วย ส่งผลให้เซลล์สมองหลั่งสารเคมีสมองที่ไม่ดีออกมา มีผลกระทบต่อความสมดุลของร่างกาย ระบบฮอร์โมนแปรปรวน ระบบภูมิคุ้มกันต้านทานโรคลดลง ส่งผลให้เจ็บป่วยเป็นโรคต่าง ๆ ได้"
ดังนั้นถ้าเรามีวิธีหรือเครื่องมือที่จะช่วยในการผ่อนคลายความเครียด ที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ก็เท่ากับว่าเรามีหมออยู่ใกล้ ๆ ตัวแล้ว วันนี้จะขอแนะนำเคล็ดลับการผ่อนคลายทางจิตอย่างง่าย ๆ 10 ประการ ที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเอง
1.การใช้ชีวิตให้ช้าลง ความเร่งรีบของชีวิตเป็นสาเหตุใหญ่ของความเครียดในปัจจุบัน ถ้าสามารถวางแผนตารางชีวิตได้เหมาะสม ความเร่งรีบก็จะ ลดลง ความเครียดก็จะลดลงตามไปด้วย
2.ออกกำลังกายแบบแอโรบิกเป็นประจำ เช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะ ๆ ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หากทำเป็นประจำจะช่วยเพิ่มปริมาณเลือดไปเลี้ยงสมอง สมองจะหลั่งฮอร์โมนความสุข ส่งผลให้จิตใจโปร่ง เบา สบาย และมีความสุข
3.การเข้านอนหัวค่ำตื่นแต่เช้า ช่วงแรกจะต้องใช้จิตตนเองกล่อมให้หลับ และปลุกให้ตื่นตรงตามเวลาก่อน หลังจากนั้นฮอร์โมนภายในร่างกายจะช่วยให้การหลับตื่นเป็นไปเองตามอัตโนมัติ ส่งผลให้จิตใจและสมองสดชื่น แจ่มใสอยู่เสมอ
4.ฝึกหายใจลึกและช้า โดยหายใจเข้า ท้องจะพองออก หายใจออก ท้องจะยุบลง หากอัตราการหายใจไม่เกิน 10 ครั้งต่อนาที จะช่วยให้จิตผ่อนคลายลงได้มากทีเดียว
5.การฝึกชี่กง ไท้เก๊ก โยคะ โดยจิตจับจ้องจดจ่อไปที่ท่าทาง การเคลื่อนไหว สอดคล้องกับช่วงจังหวะการหายใจ จะทำให้จิตนิ่ง สงบและผ่อนคลาย
6.การฝึก ยิ้ม หัวเราะ มีอารมณ์ขันจะช่วยให้เรามีอารมณ์ดีในทันที แถมจะได้รอยยิ้ม หัวเราะ และอารมณ์ขันจากคนรอบข้างกลับมาอีกด้วย ช่วยให้ผ่อนคลายความเครียดได้
7.การฝึกทำสมาธิ ซึ่งมีหลายอารมณ์ หลายวิธีการ จะช่วยทำให้จิตสงบ คลื่นสมองจะช้าลง และมีระเบียบมากขึ้น จิตผ่อนคลาย ร่างกายเป็นสุข
8.การใช้ศิลปะบำบัด เช่น การร้องเพลง เล่นดนตรี การเต้นรำ การวาดรูป ทำงานศิลปะ จิตจะจดจ่อกับกิจกรรมที่ผ่อนคลาย ลืมความทุกข์ความวิตกกังวลได้ดีทีเดียว
9.การรับพลังธรรมชาติ การได้เปลี่ยนบรรยากาศจากที่จำเจไปสู่ธรรมชาติ เช่น ภูเขา ต้นไม้ ทะเล สายลม แสงแดด จะช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย เป็นสุข และยังเป็นการรับพลังจากธรรมชาติเข้าสู่ตัวเราอีกด้วย
10.การสวดมนต์ อธิษฐานจิต จิตน้อมไปในคุณพระศรีรัตนตรัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราเคารพ รวมทั้งคุณงามความดีที่เราได้กระทำมาในอดีต จะเป็นพลังจิตอย่างมหาศาลให้กับเรา ช่วยให้จิตเราสงบ เย็นและเป็นสุข
นายแพทย์วิโรจน์ย้ำว่า 10 เคล็ดลับที่จะช่วยในการผ่อนคลายความเครียดนี้ไม่ยากเลย ขอให้เราตั้งใจทำและทำบ่อย ๆ ให้ติดเป็นนิสัย จะทำให้จิตสบาย กายแข็งแรง พึ่งพาตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งใคร แถมไม่ต้องลงทุนด้วย
เราอย่าตกเป็นเหยื่อของเพชฌฆาตเงียบตัวนี้กันอีกเลย !
ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ
Update:12-07-53
อัพเดทเนื้อหาโดย : ณัฏฐ์ ตุ้มภู่
เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

แสดงความคิดเห็น