ข้ามสู่เนื้อหาหลัก

พิฆาตริดสีดวง ด้วยสมุนไพร “เพชรสังฆาต”

ยามหัศจรรย์  

      

       ตอนที่แล้วได้กล่าวถึงสาเหตุ อาการ การป้องกัน และการรักษาโรคริดสีดวงทวารซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของโรค การใช้ยาก็เป็นวิธีหนึ่งในการรักษาโรคนี้

      

       นอกจากยาแผนปัจจุบันที่ใช้กันโดยทั่วไปแล้ว ตำรายาแผนโบราณได้กล่าวถึง สมุนไพรเพชรสังฆาตว่าสามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคริดสีดวงทวารได้ วันนี้มารู้จักสมุนไพรชนิดนี้กันค่ะ

      

       ต้นเพชรสังฆาต ชาวบ้านบางพื้นที่เรียกว่า สันชะฆาต ขั่นข้อ หรือสามร้อยต่อ ส่วนที่นำมาใช้เป็นยามีทั้งน้ำจากต้น ใบยอดอ่อน ราก และเถา โดยมีสรรพคุณดังนี้

      

       น้ำจากต้น ใช้หยอดหูแก้หูน้ำหนวก แก้เลือดเสียในสตรีประจำเดือนไม่ปกติ และเป็นยาธาตุ ช่วยเจริญอาหาร

      

       ใบยอดอ่อน ใช้รักษาอาการอาหารไม่ย่อย

       

       ใบและราก ใช้เป็นยาพอก

      

       เถา ใช้เป็นยารักษาริดสีดวงทวาร

 

       ยารักษาริดสีดวงทวารตามตำรายาไทย ใช้เถาสดกินวันละ 1 ปล้อง หรือประมาณ 2-3 องคุลีต่อหนึ่งมื้อ รับประทานจนครบ 3 วัน โดยหั่นบางๆ แล้วสอดไส้ในเนื้อกล้วยสุกหรือเนื้อมะขามเปียก แล้วกลืนลงไป ห้ามเคี้ยวกินสดๆ เพราะจะทำให้คันคอ

      

       การศึกษาในปัจจุบันพบว่า อาการคันคอเกิดจากเพชรสังฆาตมีแคลเซียมออกซาเลตมาก เป็นผลึกรูปเข็มชนิดเดียวกับที่พบในบอนและเผือก ซึ่งอาจทำให้แพ้และเกิดการอักเสบในทางเดินอาหารได้ คนโบราณจึงมีวิธีการรับประทานโดยไม่ให้เกิดอาการระคายเคืองหรือเกิดน้อยที่สุด

      

       อีกวิธีหนึ่งก็คือ ใช้เถาตากแห้งนำมาบดเป็นผง แล้วบรรจุลงในแคปซูล เบอร์ 2 (ผงยา 250 มิลลิกรัม) รับประทานครั้งละ 2 แคปซูล วันละ 4 ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน รับประทาน 5-7 วัน อาการจะดีขึ้น โดยจะออกฤทธิ์ลดการอักเสบ บรรเทาปวด และห้ามเลือดในริดสีดวงทวาร

      

       มีการศึกษาวิจัยถึงประสิทธิภาพของสมุนไพรเพชรสังฆาตในการรักษาโรคริดสีดวงทวาร โดยเปรียบเทียบกับยาแผนปัจจุบัน พบว่าประสิทธิภาพในการรักษาใกล้เคียงกัน แต่ค่าใช้จ่ายถูกกว่าถึง 20 เท่า โรงพยาบาลชุมชนหลายแห่งจึงนำเพชรสังฆาตชนิดแคปซูลมาใช้ในการรักษาโรคริดสีดวงแทนยาแผนปัจจุบันทั้งหมด โดยทั่วไปหากรับประทานเพชรสังฆาตประมาณ 5 วัน อาการริดสีดวงจะบรรเทาหายไปได้ แต่ที่สำคัญคือต้องปรับพฤติกรรมที่ทำให้ท้องผูกด้วย

      

       ส่วนการศึกษาวิจัยเรื่องความเป็นพิษของสมุนไพรเพชรสังฆาต พบว่าเป็นสมุนไพรที่มีความเป็นพิษเพียงเล็กน้อยจนถึงไม่มีความเป็นพิษเลย โดยเป็นการศึกษาในสัตว์ทดลอง สำหรับในคนนั้นยังต้องศึกษาในระยะยาวต่อไป อย่างไรก็ตาม เท่าที่ได้นำมาใช้ ยังไม่มีรายงานความเป็นพิษในคน

      

       โดยทั่วไปเราไม่ได้รับประทานเพชรสังฆาตเป็นอาหาร แต่นำมาใช้เพื่อเป็นยา ดังนั้นจึงไม่ควรรับประทานเป็นประจำและต่อเนื่องนาน และควรหมั่นสังเกตอาการผิดปกติของร่างกายที่อาจเกิดขึ้นด้วย

 

 

 

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ ASTVผู้จัดการ

 

 

Update 23-11-52

อัพเดทเนื้อหาโดย: อภิชัย วรสิทธิ์ขจร

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น