ข้ามสู่เนื้อหาหลัก

ปั้นองค์กรสุขภาพ เพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศ

วิสัยทัศน์ ว่าที่ ผจก.สสส.

 

          ในที่สุดลูกหม้อ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ก็ก้าวจากรองผู้จัดการ ขึ้นเป็นผู้จัดการเต็มตัว โดยคณะกรรมการสรรหาเทคะแนนให้เป็นเอกฉันท์ จากคู่แข่ง 9 คน โดยจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่หลังวันที่ 28 ก.พ. 2553

 

          ก่อนจะถึงวันนี้ ด.ช.กฤษดา มีชีวิตวัยเด็กที่ลำบาก มีฐานะยากจนอย่างมาก เพราะเกิดในสลัมย่านถนนจันทน์ กรุงเทพฯ คุณหมอเล่าความทรงจำที่ไม่มีวันลืมว่า ครั้งหนึ่งต้องกินก๋วยเตี๋ยวชามเดียวกันทั้งครอบครัว แต่ในที่สุด "ตระกูลเรืองอารีย์รัชต์" ที่มีกัน 4 คนพี่น้องก็ลุกขึ้นยืนได้ เมื่อคุณพ่อหันไปจับธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำนักงานและเริ่มลืมตาอ้าปากได้ในยุครัฐบาลชาติชาย

 

          "คุณพ่อลองผิดลองถูกอยู่หลายอาชีพ แต่ก่อนครอบครัวผมลำบากมากคุณพ่อทำธุรกิจโรงกลึง ขับรถสองแถวผมยังเคยเป็นกระเป๋ารถเมล์ พ่อเคยไปทำงานซาอุฯ แต่มารวยเอายุคน้าชาติเป็นนายกฯ หลังจากพ่อหันไปจับธุรกิจผลิตตู้เหล็กเก็บเอกสารยี่ห้อ Kiosk จำหน่าย"

 

          ในวันที่ยังลำบาก กฤษดา ในฐานะพี่ชายคนโตเลือกสอบเข้าทันตแพทย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามคำแนะนำของพ่อที่ไม่ต้องการให้ลูกชายต้องลำบาก แต่นิสิตทันตแพทย์รายนี้กลับให้ความสนใจกิจกรรมค่ายชนบทในมหาวิทยาลัยมากกว่าการเรียน จึงได้เดินทางไปต่างจังหวัดในระหว่างเรียนบ่อยๆ

 

          ขณะที่น้องสาว 2 คนเรียนบัญชี น้องชายสุดท้องเรียนด้านบริหาร ทุกวันนี้น้องทั้งสามจึงช่วยทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำนักงานของครอบครัวอย่างเต็มตัว จนประสบความสำเร็จอยู่ในอันดับ 3 ของสินค้าประเภทนี้

 

          ปัจจุบันคุณหมอกฤษดามีคุณหมอ กาญจนาภรณ์ ทันตแพทย์อิสระประจำโรงพยาบาลเอกชนอยู่เคียงกายและคอยช่วยเหลือให้กำลังใจในการทำงานทั้งคู่มีลูกแล้ว 2 คน หมอฟันหลังบ้านเลือกทำงานแค่จันทร์-ศุกร์ เพื่อดูแลลูกทั้งสอง และให้สามีได้ทุ่มเททำงานตามใจรักอย่างเต็มที่

 

          คุณหมอตั้งความหวังให้ สสส. ในยุคของเขาเป็นองค์กรที่ยึดการระดมสมองในการขับเคลื่อนงาน เพื่อให้เกิดการร่วมคิดร่วมทำหรือสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ โดยจะเชิญตัวแทนภาครัฐเอกชน สื่อ ภาคประชาชนมาร่วมกำหนดทิศทางในการทำงาน ถือเป็นการดึงทุกฝ่ายมาร่วมเป็นเจ้าภาพ ไม่ใช่ สสส.  กำหนดฝ่ายเดียว

 

          "ผมเชื่อว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ที่ไม่ใช่เกิดจากส่วนใดส่วนหนึ่งผมอยากทำให้ทุกองค์กร ทุกพื้นที่ ทุกจังหวัดเป็นองค์กรสุขภาพเพื่อสร้างสมดุลระหว่างด้านเศรษฐกิจและสังคมให้มากขึ้น หากเกิดขึ้นได้จริงก็จะเป็นการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยครั้งสำคัญและนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้"

 

          ในฐานะคนหนุ่มคุณหมอต้องการระดมความคิดความอ่านคนรุ่นใหม่เพื่อออกนอกกรอบและนำไปสู่สังคมใหม่ให้ได้

 

          "ผมเชื่อว่าคนหนุ่มสาวกล้าคิดนอกกรอบและกล้าเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ใช่รอแต่นโยบายรัฐบาล"

 

          การเปิดกว้างรับฟังความต้องการจากหน่วยงานภายนอกที่ว่า ทพ.กฤษดา จะสร้าง Think Tang เป็นเวทีการพูดคุยแลกเปลี่ยน เพราะเชื่อว่ายิ่งปิดกั้นจะอยู่ไม่ได้

 

          "ยิ่งโปร่งใส การเมืองเข้ามาทำอะไรก็ยาก แต่ถ้าถูกการเมืองเล่นงานก็กลับไปทำงานที่บ้าน" คุณหมอไฟแรงระบุ

 

          ทพ.กฤษดา บอกด้วยว่า ตั้งใจจะช่วยคนด้อยโอกาสให้มากขึ้น แทนเรื่องที่ สสส. ทำมาก่อนหน้านี้ เช่น รณรงค์เรื่องเหล้า เรื่องบุหรี่ เพื่อให้งานลงไปยังรากหญ้ามากขึ้น

 

          "ผมจะฟังมากขึ้นด้วย เช่น ฟังสื่อมวลชน ไม่ใช่ สสส. จะกำหนดประเด็นให้สื่อ แต่อยากฟังว่าสื่อต้องการนำเสนอประเด็นอะไรด้วย" ความมุ่งมั่นของคนหนุ่มวัย 44

 

...ผมเชื่อว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ที่ไม่ใช่เกิดจากส่วนใดส่วนหนึ่ง ผมอยากทำให้ทุกองค์กร ทุกพื้นที่ ทุกจังหวัดเป็นองค์กรสุขภาพเพื่อสร้างสมดุลระหว่างด้านเศรษฐกิจและสังคมให้มากขึ้น หากเกิดขึ้นได้จริงก็จะเป็นการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยครั้งสำคัญและนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

 

Update 12-10-52

อัพเดทเนื้อหาโดย : อารยา สิงห์สวัสดิ์

แสดงความคิดเห็น