ข้ามสู่เนื้อหาหลัก

แพทย์แนะวิธีป้องกันโรคตับอักเสบ

ภาคอีสานพบผู้ป่วยสูงสุด

 

 

          ภาวะตับอักเสบ ซึ่งนำไปสู่โรคมะเร็งตับและโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ย่อมเป็นสิ่งไม่พึงปรารถนา ดังนั้นความรู้เรื่องโรคตับและการป้องกันจึงเป็นสิ่งไม่ควรมองข้าม

 

          พ.ญ.วัฒนา สุขีไพศาลเจริญ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ขอนแก่น อธิบายว่า โรคไวรัสตับอักเสบซี เกิดจากการอักเสบของตับ หรือคนทั่วไปเรียกว่า "โรคไวรัสตับอักเสบซี" สามารถป้องกันและรักษาได้ถ้าทุกคนรู้จักและเข้าใจ ตับเป็นอวัยวะที่อยู่บริเวณใต้ชายโครงขวามี 2 กลีบ ขนาดประมาณ 1 ใน 50 ของน้ำหนักตัว ภาวะที่ทำให้ตับอักเสบ (Hepatitis) มักเกิดจากอาการต่างๆ ที่พบบ่อย อาทิ ตับบวม อ่อนเพลียจากการทำงานผิดปกติ หรือโรคดีซ่าน ลักษณะของอาการคือเส้นเลือดขอดหน้าท้อง ท้องมาน ขาบวมกดบุ๋ม เส้นเลือดขอดและมีเลือดออกในหลอดอาหาร เป็นต้น

 

          พ.ญ.วัฒนา กล่าวว่า สาเหตุที่พบบ่อยของการติดไวรัสตับอักเสบซี คือ ได้รับเลือดหรือผลิตภัณฑ์ก่อนปีพ.ศ.2535 การใช้ยาเสพติด การใช้โคเคน ผู้ป่วยล้างไต ผู้ต้องหาในคุก บุคลากรทางการแพทย์ การผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ การสักเจาะหู ซึ่งเป็นการติดต่อที่สำคัญของไวรัสตับอักเสบซี การสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่ง ส่วนใหญ่สถิติการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีในประเทศไทยมากที่สุด คือ ภาคอีสาน รองลงมา ภาคเหนือ กลาง และใต้ ส่วนสาเหตุของการเกิดโรคไวรัสตับอักเสบเกิดจากผลแทรกซ้อนในการรักษาของผู้มีปัจจัยเสี่ยง ตับแข็งอักเสบ อ่อนเพลียซึมเศร้าและตรวจพบปริมาณไวรัสซีในเลือด

 

          สำหรับการรักษาโรคไวรัสตับอักเสบซี ได้แก่ การเจาะเลือดเจาะตับเพื่อยืนยันการวินิจฉัย ประเมินความรุนแรง แยกโรคที่สงสัยหรือหาโรคอื่นๆ และประเมินผลการรักษา โดยใช้ยาที่มีมาตรฐาน 2 ชนิด คือ ยาฉีดเพกจิเลตอินเตอเฟอ รอน ฉีดเข้าใต้ผิวหนังสัปดาห์ละ 1 ครั้งในระยะเวลา 48 สัปดาห์ ร่วมกับทานยาไรบาไวรินในระยะเวลา 24 สัปดาห์ จึงได้ผล 80%

 

          "ส่วนกลุ่มผู้เป็นโรคไวรัสตับอักเสบซีแบบรักษาไม่ได้ ซึ่งมีวิธีป้องกันโรคติดต่อและรักษาตัวดังนี้ หยุดการบริจาคโลหิต หยุดดื่มแอลกอฮอล์และเลี่ยงสารพิษ แยกการใช้ของมีคมร่วมผู้อื่น เลี่ยงการสัก อย่าฉีดยาเสพติดเข้าเส้นและไม่รับผลิตภัณฑ์เลือดโดยไม่จำเป็น" พ.ญ.วัฒนา แนะนำ

 

 

 

 

 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

 

 

Update:20-08-52

อัพเดทเนื้อหาโดย: ณัฏฐ์ ตุ้มภู่

แสดงความคิดเห็น