ข้ามสู่เนื้อหาหลัก
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ Thaihealth.or.th

รวมลิงก์ตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์

  • ตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์
  • กล่องค้นหาในเว็บไซต์
  • ไปยังเนื้อหาหลัก
  • ไปยังเมนูหลัก
  • ไปยังด้านบนสุด
  • แผนผังเว็บไซต์ Sitemap

ส่วนของสมาชิก

  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
คลิกที่นี่เพื่อต้องการปิดส่วนของเข้าระบบ

บัญชีผู้ใช้

ช่องที่มีเครื่องหมาย * หมายถึงช่องที่จำเป็นต้องกรอกข้อมูล
ข้อมูลเข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • ลืมรหัสผ่าน
กด ESC หรือปุ่ม ปิด เพื่อปิดหน้าต่างนี้

เมนูหลัก

  • สาระสุขภาพ
    • เกาะติดสถานการณ์
    • ก้าวทันกระแส
    • สำนักข่าวสร้างสุข
    • สร้างสุขกับ สสส.
    • ข่าวสุขภาพ
    • บทความ
    • เคล็ดลับคนดังสุขภาพดี
    • เกร็ดความรู้
    • โพลสุขภาพ
    • เว็บบอร์ดสร้างสุข
  • เพื่อนสร้างสุขภาวะ
    • ภาคีบอกข่าว
    • เรื่องเล่าจากภาคี
    • แนะนำภาคี
    • รอบรู้เรื่องโครงการ
    • มัลติมีเดีย
    • แนะนำสื่อ
    • แกลลอรี่
    • บล็อก
    • รอบรู้สุขภาพโลก
  • เกี่ยวกับเรา
    • รู้จัก สสส.
    • คุยกับผู้จัดการ
    • ประกาศทั่วไป
    • ประกาศเรื่องทุน
    • ปฏิทินกิจกรรม
    • เสนอโครงการออนไลน์
    • ติดต่อสำนักงาน
    • แบบฟอร์มสมัครงาน
    • ระเบียบคำสั่ง

ขณะนี้คุณอยู่ที่:

  • หน้าแรก
  • สาระสุขภาพ
  • เว็บบอร์ดสร้างสุข
  • บอร์ดสนทนา
  • โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

โดย panthong | วันที่ 26 มีนาคม 2553

คุณแม่ป่วยค่ะหมอบอกว่าเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน รักษาหมอมาเกือบปีแล้วแต่ไม่หาย ตอนนี้อาการเป็นหนักขึ้น คือนอกจากจะเวียนหัว บ้านหมุน หูอื้อแล้ว ก้อมีอาการเจ็บหัว หนักสมอง เหมือนมีก้อนหินอยู่ในสมอง และปวดขมับด้วย จนกินอะไรไม่ลง เพราะอาเจียนเยอะ นอนไม่ค่อยหลับด้วย แม่อายุ 62 แล้ว ใครทราบวิธีการรักษาช่วยตอบด้วยนะค่ะ จะกราบขอบพระคุณอย่างสูงเลยค่ะ

‹ ขอคำปรึกษา โครงการ ร.ร.ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพ ›

ป้ายคำ

  • บอร์ดสนทนา

แบ่งปันให้กับเพื่อน

  • อ่าน 138 ครั้ง

#1 อ่านนี่ดูคะ

โดย skyjaja | วันที่ 27 มีนาคม 2553 01:40:51

“บ้านหมุน เวียนศีรษะ มีเสียงแว่วในหู” อาการเช่นนี้อาจเกิดขึ้นบ่อยกับใครหลายคน แต่ด้วยอาการที่ดูจะปกติเหมือนไม่เป็นอะไรมาก สักพักก็หาย ทำให้คนส่วนใหญ่ “คิดเอาเอง” ว่าไม่ต้องพบแพทย์ให้เสียเวลา เดี๋ยวก็หาย แต่นั้น!!!อาจทำให้คุณสูญเสียการได้ยินแบบถาวรได้ เพราะอาการเหล่านี้บ่งบอกว่าคุณเป็น “โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน” หลายคนอาจสงสัยว่าคือโรคอะไร เกิดได้อย่างไร ทั้งๆที่ไม่ได้ไปเล่นน้ำที่ไหน แล้วทำไมมันทำให้เวียนศีรษะ ซึ่งวันนี้เรามีคำตอบมาให้...

 

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน หรือที่หลายคนเรียกว่าโรคความดันน้ำในหูไม่เท่ากัน บ้างก็เรียกโรคบ้านหมุน หรือที่ฝรั่งเรียกกันว่าโรคมีเนีย ทั้งหมดคือโรคเดียวกัน เป็นโรคที่พบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะวัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุ แต่ดูเหมือนว่า จะพบในผู้หญิงจะเป็นมากกว่าผู้ชาย ซึ่งโรคนี้ เกิดจากความดันน้ำในหูชั้นในที่เรียกว่า Endolymph มีมากผิดปกติ เนื่องจากหูคนเราประกอบด้วยหูชั้นนอก, หูชั้นกลางและหูชั้นใน หูชั้นในแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนมีลักษณะคล้ายก้นหอยทำหน้าที่รับเสียง กับส่วนที่เป็นอวัยวะรูปเกือกม้า 3 อันมารวมกันทำหน้าที่เกี่ยวกับการทรงตัว

 

หูชั้นในนอกจากจะแบ่งตามหน้าที่แล้วยังแบ่งตามโครงสร้างเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นกระดูก กับส่วนที่เป็นเยื่อหุ้มภายใน ส่วนที่เป็นกระดูกจะห่อหุ้มส่วนที่เป็นเยื่อหุ้มภายใน ภายในส่วนเยื่อหุ้มภายในจะมีของเหลวอยู่ เมื่อเกิดพยาธิสภาพของโรคมีเนีย ของเหลวที่อยู่ภายในจะคั่งมาก ทำให้การไหลเวียนไม่สะดวก แรงดันที่เพิ่มขึ้นในหูชั้นในจะขัดขวางการทำงานของกระแสประสาทที่เกี่ยวกับการได้ยินและการทรงตัว ทำให้สูญเสียการได้ยินและสมดุล

 

ในส่วนของอาการนั้นสามารถสังเกตได้โดย ผู้ป่วยนั้นจะเริ่มมีอาการเวียนศีรษะ บ้านหมุน เป็นอาการที่พบบ่อย มักพบร่วมกับอาการคลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อออกเกิดขึ้นในทันทีทันใด ระยะเวลาอาจจะอยู่นานกว่า 20 นาทีถึง 2-3 ชั่วโมง ซึ่งอาการเวียนศีรษะทำให้เดินเซ เสียศูนย์ อาการดังกล่าวมักเป็นรุนแรงแต่ไม่ทำให้หมดสติหรือเป็นอัมพาต เมื่อหายเวียนศีรษะผู้ป่วยจะรู้สึกเหมือนเป็นปกติ

 

นอกจากนี้ จะรู้สึกว่าตนเองหูอื้อ อาจจะเป็นชั่วคราวหรือถาวรก็ได้ ถ้าเป็นระยะแรกๆ การสูญเสียการได้ยินจะเป็นแค่ชั่วคราว หลังจากหายเวียนศีรษะ ก็จะกลับมาเป็นปกติ แต่ถ้าผู้ป่วยที่มีอาการเวียนบ่อย ๆ หรือเป็นมานาน อาการหูอื้อมักจะถาวร รวมไปถึงการได้ยินเสียงดังในหูด้วย ผู้ป่วยจะรู้สึกมีเสียงดังรบกวนอยู่ในหู บ้างก็บอกว่ามีเสียงเหมือนจักจั่น จิ้งหรีดร้อง บ้างก็บอกว่าเหมือนเสียงคำรามในหูอยู่ตลอดเวลา และอาจมีอาการแน่น หนักในหูข้างเดียวกัน อาการมักจะเป็น ๆ หาย ๆ บางรายเป็นบ่อยแทบทุกวัน บางรายมีอาการมากจนต้องเข้าโรงพยาบาล

 

เมื่อรู้สึกว่ามีอาการดังกล่าวข้างต้น ผู้ป่วยสามารถดูแลป้องกันตัวเองเบื้องต้นง่ายๆ ได้ด้วยการหยุด.....

 

ถึงแม้อาการจะหายได้เอง ก็อย่าชะล้าใจเป็นอันขาด...หากปล่อยทิ้งไว้ อาการจะทวีความรุนแรง จนไม่สามารถทำงานหรือกิจวัตรประจำวันได้ หรือรุนแรงถึงขั้นอาจสูญเสียการได้ยินแบบถาวรได้ และอาจลุกลามไปยังหูอีกข้างหนึ่งได้

 

เมื่อรู้แบบนี้แล้วล่ะก็...คงไม่มีใครอยากจะเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากันอย่างแน่นอน แต่หาก...รู้สึกตัวว่าตนเองมีอาการของโรคดังกล่าว ผู้ป่วยสามารถดูแลป้องกันตัวเองเบื้องต้นง่ายๆ ได้ด้วยการ หากเกิดเวียนศีรษะขณะเดินหรือทำกิจกรรมใดๆ ควรหยุดและนั่งพัก เพราะหากฝืนอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับเครื่องจักรกล แต่ถ้าอาการรุนแรงมาก ควรนอนลงกับพื้นราบไม่เคลื่อนไหว มองวัตถุที่อยู่นิ่งๆ หรือหลับไปเลยได้ยิ่งดี

 

ที่สำคัญที่สุด...ผู้ป่วยนี้ ควรดูแลในเรื่องของอาหารและการบริโภคเป็นหลัก เนื่องจากเลือดและของเหลวตามส่วนต่างๆ ของร่างกายเชื่อมต่อและมีการแลกเปลี่ยนกัน อาหารและปริมาณเกลือแร่จึงมีผลกับความดันของน้ำในช่องหู ซึ่งอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงได้แก่ อาหารที่ปรุงด้วยน้ำปลา ซอสถั่วเหลือง เกลือ เต้าเจี้ยว และน้ำหมักต่าง ๆ และที่ควรหลีกเลี่ยงเด็ดขาด คือ อาหารที่ลงท้ายว่าเค็ม เช่น ปลาเค็ม ปูเค็ม ไข่เค็ม เนื้อเค็ม หมูเค็ม บ๊วยเค็ม

 

เล็กๆ น้อยๆ อย่างอาหารที่ต้องจิ้ม ก็ควรระมัดระวัง เช่นอาหารที่ต้องจิ้มเกลือ โรยเกลือ มันทอด ถั่วทอดโรยเกลือ อาหารหมัก ดอง เช่น ผักกาดดอง หัวไชเท้าดอง ขิงดอง รวมถึงอาหารกระป๋องมักมีสารกันบูด ซึ่งเป็นเกลือรูปแบบหนึ่ง หรือต้องแช่น้ำเกลือ เช่น ปลาซาดีนในน้ำเกลือ อาหารแห้ง หรืออาหารรมควัน ก็มักจะหมักเกลือก่อนนำไปตาก รมควัน หรือในตัวของอาหารเองก็มีปริมาณเกลืออยู่แล้ว เช่น อาหารทะเล กุ้งแห้ง ปลาหมึกแห้ง ก็ควรหลีกเลี่ยง

 

และตัวการสำคัญที่ควรหลีกเลี่ยงนั่นคือ...ผงชูรส ซึ่งก็เป็นเกลือชนิดหนึ่ง มีสูตรทางเคมีว่า โมโนโซเดียม กลูตาเมต ซึ่งนอกจากจะทำให้มีอาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะแล้ว ยังอาจทำให้มีความผิดปกติทางระบบประสาทด้วย

 

ทางที่ดีที่สุด...ผู้ป่วยประเภทนี้ ควรรับประทานอาหารที่ปรุงเอง รู้ส่วนผสม วัตถุดิบ จะปลอดภัย ที่สุด และควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ลดภาวะเครียด ควบคุมอารมณ์ให้เบิกบานแจ่มใส และลดงานบางอย่างที่มากจนเกินไป…

 

หากคุณดูแลตนเองได้ครบตามที่แนะนำแล้วล่ะก็...อาการของโรคก็จะทุเลาลง และสามารถหายได้เป็นปกติด้วยตัวคุณเอง...

แสดงความคิดเห็น

เมนูสาระสุขภาพ

  • เกาะติดสถานการณ์
  • ก้าวทันกระแส
  • สำนักข่าวสร้างสุข
  • สร้างสุขกับ สสส.
  • ข่าวสุขภาพ
  • บทความ
  • เคล็ดลับคนดังสุขภาพดี
  • เกร็ดความรู้
  • โพลสุขภาพ
  • เว็บบอร์ดสร้างสุข

ยอดนิยม

Untitled-3.jpg
โรคความดันโลหิตต่ำ ภัยร้ายที่ไม่อาจมองข้าม
อ่าน: 19,193

มักมีอาการวิงเวียนหน้ามืด อ่อนเพลีย แม้ว่านอนหลับและทานอาหารได้ดี

  • 5 อาหารบำรุง "ตับ"
  • 6 อันดับอาหารเช้าจานโปรด เมนูไหนเปี่ยมประโยชน์มากที่สุด
  • ประโยชน์ของน้ำมันปลา (Fish Oil)

ป้ายคำ

  • กินให้ดี
  • ควบคุมฉลาก
  • ตาเสื่อม
  • ประเพณีสงกรานต์ 2555
  • ประโยชน์ของนมแม่
  • รักษาพยาบาล
  • ลดเค็ม
  • วันคุ้มครองผู้บริโภค
  • สสส. สร้างสุข สุขภาพ สุขภาวะ thaihealth ดูแลสุขภาพ ปลายฝน ต้นหนาว อากาศหนาว คุณภาพชีวิต
  • สุขภาพเด็ก
  • อนุรักษ์ป่า
  • เบอร์รี่
  • แพทย์ทางเลือก
  • โรคริดสีดวงทวาร
  • ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ต่าง ๆ
ดูป้ายคำทั้งหมด

เมนูสาระสุขภาพ

  • เกาะติดสถานการณ์
  • ก้าวทันกระแส
  • สำนักข่าวสร้างสุข
  • สร้างสุขกับ สสส.
  • ข่าวสุขภาพ
  • บทความ
  • เคล็ดลับคนดังสุขภาพดี
  • เกร็ดความรู้
  • โพลสุขภาพ
  • เว็บบอร์ดสร้างสุข

ยอดนิยม

ภาพประกอบ เผย 7 เคล็ดลับ สวยจากข้างในของ “บุ๋ม – ปนัดดา วงศ์ผู้ดี”
เผย 7 เคล็ดลับ สวยจากข้างในของ “บุ๋ม – ปนัดดา วงศ์ผู้ดี”
อ่าน: 850

ใครๆ ก็อยากสวย ดูดี ผิวดี หุ่นดี วันนี้ “บุ๋ม – ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” ดาราสาวและพิธีกร วัย 37 กะรัต มีเคล็บลับในการดูแลสุขภาพมาฝากค่ะ

  • “ออกกำลังกายแค่ชนะใจตนเอง” อ้อม-สุนิสา สุขบุญสังข์
  • “ทำงานทุกวัน” เคล็บลับสุขภาพดี พีเค - ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร
  • กีฬา คือ ยาวิเศษ“น๊อต- อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล”

ป้ายคำ

  • การหกล้ม
  • การเสนอโครงการออนไลน์
  • ชำร่วยงานแต่งงาน
  • ถนนข้าวเม่า
  • ท้องในวัยเรียน
  • นมไม้
  • บ้านนี้อยู่แล้วจนถ้ามีคนเล่นพนัน
  • ผิวแห้งกร้าน
  • พระไพศาล วิสาโล
  • ศจย.
  • หนี้สิน
  • หยุดหายใจขณะนอนหลับ
  • อาชีวศึกษา
  • เด็กและสตรี
  • โลกการอ่าน
  • Micro Site 2
ดูป้ายคำทั้งหมด
^ กลับสู่เนื้อหาหลัก

ขนาดตัวอักษร

  • ตัวหนังสือขนาดปกติ
  • ตัวหนังสือขนาดปานกลาง
  • ตัวหนังสือขนาดใหญ่

ปรับรูปแบบการแสดงผล

  • ปรับการแสดงผลให้แสดงในรูปแบบปกติ
  • ปรับการแสดงผลให้แสดงสำหรับคนสายตาเลือนราง

ติดต่อเรา

อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ เลขที่ 99/8
ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ
เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120

โทรศัพท์ 02-343-1500
โทรสาร 02-343-1551

แผนที่บน Google Maps

เมนูหลัก

  • สาระสุขภาพ
    • เกาะติดสถานการณ์
    • ก้าวทันกระแส
    • สำนักข่าวสร้างสุข
    • สร้างสุขกับ สสส.
    • ข่าวสุขภาพ
    • บทความ
    • เคล็ดลับคนดังสุขภาพดี
    • เกร็ดความรู้
    • โพลสุขภาพ
    • เว็บบอร์ดสร้างสุข
  • เพื่อนสร้างสุขภาวะ
    • ภาคีบอกข่าว
    • เรื่องเล่าจากภาคี
    • แนะนำภาคี
    • รอบรู้เรื่องโครงการ
    • มัลติมีเดีย
    • แนะนำสื่อ
    • แกลลอรี่
    • บล็อก
    • รอบรู้สุขภาพโลก
  • เกี่ยวกับเรา
    • รู้จัก สสส.
    • คุยกับผู้จัดการ
    • ประกาศทั่วไป
    • ประกาศเรื่องทุน
    • ปฏิทินกิจกรรม
    • เสนอโครงการออนไลน์
    • ติดต่อสำนักงาน
    • แบบฟอร์มสมัครงาน
    • ระเบียบคำสั่ง
แผนผังเว็บไซต์   ตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์   Mobile Site
สัญญาอนุญาต cc by-nc-saแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย

Valid XHTML + RDFa Level Double-A conformance icon, W3C-WAI Web Content Accessibility Guidelines 1.0

รวมลิงก์ภายในของสสส.

  • เว็บหลัก สสส.
  • เว็บองค์กร สสส.
  • ผลงาน สสส.
  • ศูนย์ข้อมูล สสส.
  • ค้นหาโครงการ สสส.
  • เว็บคอมมูนิตี้
  • English Site