19
Feb
2016
รู้จักฉัน รู้จักเธอ รู้จักกัน Categories : ทักทาย
12 <<<<< ให้คะแนน (Give Heart)

เหมียว เหมียวๆ หง่าว...เหมียว เหมียวๆ หง่าว แค่เธอดูแลด้วยรักและปลาทู

หลายๆคนคงทันและเคยฟังเพลงนี้กันมาบ้างใช่ไหมคะ เพลงสมัยพี่มอส ปฏิภาณยังวัยรุ่น ช่วงนั้นเป็นยุค ท่าฮิต เพลงดังในดวงใจ ศิลปินคนไหนเป็นต้องมีท่าประจำตัว เพลงประจำใจ ร้องขึ้นมาปั๊บ คนร้องตามได้ เต้นตามได้ (แนะๆ ใครเต้นอยู่รึป่าวนะ) ที่พูดมาทั้งหมด แค่อยากจะบอกให้ทุกคนรู้ว่า คนเราก็เช่นกัน ถ้ามีชื่ออะไรที่คนจำได้ หรืออะไรก็ตามที่ระลึกถึงได้ ก็เป็นเรื่องดีที่น่ารักสำหรับการรู้จักทักทายกันได้เป็นอย่างดี และก็จะจดจำคนนั้นแม่นยำเลยทีเดียว

สวัสดีคะทุกคน (จริงๆอยากจะแนะนำพร้อมมีท่าทางประกอบให้เห็นด้วยคงจะดีนะคะ แต่อย่าดีกว่า) เราชื่อ เหมียว อรพรรณ อัจฉราพันธ์ ตอนแรกเกิดเมื่อวันแม่ ปี 2528 พ่อให้ตั้งชื่อเล่นเราว่า “เหมียว” เพราะโตไปจะได้สบาย ไม่ต้องเหนื่อย มีคนดูแล ตอนแรกเกือบได้ชื่อ “นก” แล้ว แต่เหมือนว่า “นก” ต้องคอยออกหากินเช้ายันค่ำ ดูเหนื่อยๆ ก็เลยได้ชื่อ “เหมียว” มาจนถึงทุกวันนี้ ใช่ว่าจะไม่ชอบนะ แต่เรารู้สึกว่าชอบชื่อนี้จริงๆ ใครคนไหนมาเรียกเรา “น้องเหมียว” เรารู้สึกเหมือนอยากไปคลอเคลีย (นิสัยแมวๆนี่นา) รู้สึกเป็นมิตรในทันที

ตั้งแต่เด็กจนโต เรียนไม่เคยห่างบ้าน ทั้งประถม มัธยม มหาวิทยาลัย  แถวย่านรังสิต ปทุมธานีทั้งนั้น เพราะเราเป็นลูกคนเดียว พ่อแม่ก็เลยหวง และห่วงเป็นพิเศษ มีคนเคยถามว่า ไม่มีพี่น้องนี่ไม่เหงาหรอ แต่เราก็รู้สึกว่าไม่นะ ไม่มีอะไรขาด กลับรู้สึกดีซะอีกเป็นโชคดีของเรานะที่ได้อยู่ใกล้ชิดพ่อแม่ แม้บางทีจะแอบอิจฉาเพื่อนๆที่ได้อยู่หลังเลิกเรียนเย็นๆ ได้ ไปเที่ยวที่นั่นที่นี่กับเพื่อนได้สบาย

พูดถึงเรื่องเรียน สมัยเด็กๆนี่เราเป็นคนขี้อาย ไม่ค่อยพูด แถมเรียนก็ไม่ค่อยเก่ง(เซ็งเลย) ทำอะไรช้า ที่บ้านก็เลยให้เราเรียนพวกนาฏศิลป์ รำไทย ดนตรีไทยเสริมเข้ามา นี่เล่นเป็นหลายอย่างเลยนะ แต่ไม่เก่งซักอย่างจริงๆ แต่ก็พอออกงานได้ จริงๆก็ต้องได้นะเพราะเรียนโรงเรียนดนตรี ที่มัธยมสังคีตวิทยา กรุงเทพมหานคร (แต่โรงเรียนอยู่ในเขตปทุมธานีจ้า) ช่วงมัธยมนี้เริ่มเรียนพอไปไหว ไม่รู้ว่าดนตรีอาจจะช่วยให้เรามีสมาธิมากขึ้น ตั้งใจมากขึ้นก็เป็นไปได้

พอเรียนดีขึ้นก็เลยเริ่มชอบวิชาการต่างๆมากขึ้น ไปไงมาไงไม่รู้ไปได้ทุนเรียนของ ม.รังสิต ก็จัดสิคะ จ่ายครึ่งเดียวแถมได้เรียนใกล้บ้าน ที่สำคัญ ดันเลือกเรียนนิเทศศาสตร์ สาขาประชาสัมพันธ์ ดูค้านกับบุคลิกมั๊ยล่ะ พูดก็ไม่เก่ง จะรอดหรอเรา คนที่ไม่รู้ก็จะไม่ค่อยเข้าใจ โดยเฉพาะพี่ ป้า น้า อา ญาติ แต่ความจริงจะบอกว่า ประชาสัมพันธ์มันมีหลายแบบนะ พอเรียนไปแล้ว บางอย่างมันไม่จำเป็นต้องพูดเก่ง แต่เราต้องพูดให้เป็น บางอย่างไม่ต้องพูด แต่เราต้องสื่อสารด้วยวิธีต่างๆให้ได้ ฮ้าาาา...รอดแล้วเรา เลยชอบที่จะเขียนให้คนอื่นเข้าใจ มีลำดับขั้นตอน และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นทำให้เราชอบที่จะเขียนเรื่องราวต่างๆให้คนอ่าน บางทีให้กำลังใจเพื่อนตอนอกหัก ยังเขียนข้อความไปให้เพื่อนอ่านเป็นกำลังใจเลย (งานถนัดล่ะ)

 

              

เรียนจบมาพอดีมีคนรู้จักชวนให้มาทำงานที่สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า เราก็รู้สึกดีนะที่ได้ทำงานเพื่อสังคม รณรงค์ให้คนไทยไม่ดื่มแอลกอฮอล์และหันมารักสุขภาพตนเอง รักคนรอบข้าง รักครอบครัวกันมากขึ้น ที่สำคัญลดปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมทั้งทะเลาะวิวาท อุบัติเหตุ

ทำมาตั้งแต่เงินเดือน 8 พันกว่าบาท เป็นนักศึกษาจบใหม่ได้เท่านี้ก็ดีใจล่ะ อย่าเทียบกับสมัยนี้นะที่ขั้นต่ำ คือ 15000 (แหม่ เหมือนนานมาแล้วเลยเนอะ) ก็ทำไปเรื่อยๆ เพราะช่วงนั้นประมาณ ปี 2551 เกิดไปสอบเข้าเรียน ป.โท ได้คณะนิเทศศาสตร์ วารสาร รั้วจามจุรีกับวารสารศาสตร์ การจัดการสื่อสารองค์กร รั้วแม่โดม เอร๊ยยย....เด็กเรียนไม่เก่งสมัยเด็กๆ ถ้ามีความพยายาม ถ้าตั้งใจ ถ้ามุ่งมั่น ความใฝ่ฝันที่อยากจะเรียนสูงๆก็ไม่เกินเอื้อมนะ อยากฝากคนที่ฝันไว้ว่าตนเองอยากเรียนอะไร ทำความฝันตนเองให้เป็นจริงนะคะ มันจะฟินหัวใจมากๆเลยจริงๆ

 

ตัดสินใจเลือกจุฬาสิครับ ใครๆก็เชียร์ที่นี่ ยังบอกกับตัวเองอยู่ทุกวันว่า ครั้งหนึ่งในชีวิต ฉันเป็นนิสิตนะ แอบภูมิใจเล็กๆ แต่ แต่ แต่ เรียนไป โอ้ แม่เจ้า ทำไมยากแบบนี้ เรียนก็วันธรรมดา แอบเบียดบังเวลางานช่วงเย็นเพื่อมาเรียนตอนค่ำ โหนรถเมล์ จากแถวนวมินทร์ มาลงเรือบางกะปิ ต่อรถอีกไปสามย่าน ทำแบบนี้มา 1 ปี เริ่มไม่เข้าใจชีวิตอีกรอบ เรียนก็ไม่ชอบล่ะ ลาออกจากเรียนซะงั้น ตอนนั้นไม่ได้บอกที่บ้านให้รู้ เพราะกลัวโดนดุ เลยแอบๆไปสอบ ป.โทอีกซักรอบที่ธรรมศาสตร์ ผลปรากฏว่า แต่น แตน แต๊นนนนนน ....สอบเข้าเรียนต่อได้ บอกพ่อกับแม่ทันทีว่าลาออกจากจุฬาเปลี่ยนสายมาธรรมศาสตร์ดีกว่า 555+

 

และสุดท้ายก็เรียนจนจบนะ จะบอกว่าการคบเพื่อนนี่มีผลมากๆเลยในช่วงที่เราเรียน เพราะเราจะได้ทำงานเป็นกลุ่ม เกาะกลุ่มกันเรียน ใครมาไม่ทัน หรือติดงานก็ฝากกันเลคเชอร์ ช่วงไหนสอบก็ช่วยๆกันติว เราว่านะ ชีวิตนักศึกษา หรือชีวิตการเรียนมันมีความสุข แม้จะเหนื่อยที่ต้องเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย แต่ก็เพื่ออนาคตของเรา เพื่อความรู้ของเรา เพื่อความสุขของเรา และสุดท้าย คือ ความภูมิใจของพ่อแม่และคนในครอบครัว

 

 

อยากเป็นกำลังใจให้หลายๆคนที่เคยท้อ เคยหมดหวังว่า เราสามารถอยู่ด้วยตัวเราเองได้ แต่อยู่ด้วยความสุขนั้นอาจต้องมาจากตนเองและคนรอบๆข้างที่คอยสนับสนุนเราด้วยเช่นกัน เพราะความสุขกับความฝันมันเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และหากเราทำฝันของเราให้เกิดขึ้นจริงแล้ว ความสุขย่อมตามมา แม้ว่าฝันจะไม่บรรจุจุดมุ่งหมาย แต่เราก็สุขใจที่ได้รู้จักลงมือทำแล้ว

...รักตัวเองและคนที่เรารักทุกๆวันนะคะ...

         

 

รู้จัก ทักทาย แนะนำตัว ภาคีสุขภาพ คนรักสุขภาพ
Post to Facebook
กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
 

Chach  say

ยินดีที่ได้รู้จักนะ..ขอให้เส้นทางชีวิตพบแต่สิ่งดีดีนะ

Post : 19 ก.ค. 2559 20:54:08

 

Mammeaw  say

ไม่ได้เข้ามานาน ดีใจมีคนมาเม้นด้วย ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ จะพยายามเขียนเรื่องราวมาลงบ่อยขึ้นนะคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ ^^

Post : 07 มี.ค. 2559 14:59:30

 

tanagone  say

เจอนักเขียนตัวจริงอีกคนแล้ว นิเทศเสียด้วย รีบปล่อยของเถอะอย่าเก็บไว้ คนอื่นจะได้ชื่นชมบ้าง

Post : 29 ก.พ. 2559 00:43:22

 

Arphawan  say

เป็นสาวรักสุขภาพซะด้วย ว่างๆ เดี่ยวจะไปแจมที่ฟิตเนสด้วยนะคะพี่เหมียว ^^

Post : 19 ก.พ. 2559 13:59:12

หน้าหลักบล็อก