11
May
2017
‘การลงทุน’ ไอเท็มเด็ดที่เหล่านักธุรกิจ SMEs ควรศึกษาไว้ Categories : iprice Content
0 <<<<< ให้คะแนน (Give Heart)

การลงทุนไอเท็มเด็ดที่เหล่านักธุรกิจ SMEs ควรศึกษาไว้

 ‘ความฝัน’ เป็นสิ่งที่เราทุกคนล้วนมีไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ วัยเด็กคงเป็นการฝันถึงอาชีพใดอาชีพหนึ่งที่ดูโก้หรู แต่พอโตขึ้นมาประสบการณ์ชีวิตจะสอนให้คุณรู้ว่า ถ้าคุณอยากได้อะไรสักอย่าง สิ่งที่คุณต้องเอาไปแลกจริง ๆ มีแต่ เงิน เท่านั้น ตามมาด้วยคำถามที่ว่า แล้วทำยังไงถึงจะได้เงินมา แน่นอนว่าเป็นคำถามปกติที่ทุกคนต้องมีอยู่ในหัว แต่ต่างคนก็ต่างคำตอบ บางคนอาจคิดว่า การทำงานประจำแล้วพัฒนาตนเองไปเรื่อย ๆ เพื่อตำแหน่งและเงินเดือนสูง ๆ เอาไว้ซื้อสิ่งของและสร้างครอบครัวที่มีความสุขคือสิ่งที่มั่นคงแล้ว แต่บางคนคิดไปไกลกว่านั้น กลุ่มคนเหล่านี้แบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ สองกลุ่มด้วยกัน กลุ่มแรกคิดว่าควรทำงานประจำก่อนแล้วค่อยเก็บเงินให้ได้สักก้อนแล้วจึงเปิดธุรกิจ แต่อีกกลุ่มหนึ่งคือทำงานประจำพอได้เงินเดือนแล้วรีบนำไปลงทุนหรือต่อยอดให้เงินงอกงามขึ้นกว่าเดิมโดยไม่ต้องรอเวลาหรือรอเงินก้อนใหญ่ ๆ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นความคิดไหนก็ไม่ผิดทั้งนั้น เพียงแต่สิ่งที่ทำให้กลุ่มคนเหล่านี้แตกต่างกันคือ ความกล้า ซึ่งเจ้าความกล้านี่แหละคือแรงขับเคลื่อนชั้นดีที่ทำให้ธุรกิจ SMEs เกิดขึ้นใหม่ไม่เว้นแต่ละวัน ส่วนมากธุรกิจชนิดนี้ล้วนเกิดจากความฝันที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตนเองด้วยกันทั้งสิ้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีธุรกิจ SMEs อยู่ในมืออยู่ละก็ คุณคงกำลังเร่งพัฒนาสินค้าให้ได้รับความนิยมใช่หรือไม่ ข้อแรกเพื่อผลกำไร และข้อสองเพื่อนำแผนการดำเนินธุรกิจไปยื่นให้เหล่ากองทุนต่าง ๆ และนำเงินลงทุนมาขยายธุรกิจให้มีขนาดใหญ่ยิ่งขึ้น

ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ SMEs ที่มุ่งมั่นจะขยายธุรกิจให้เจริญเติบโตยิ่งขึ้น สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ ศึกษาความเป็นไปของเศรษฐกิจและความนิยมภายในประเทศให้มากขึ้น จากนั้นพัฒนาธุรกิจและวางแผนการตลาดให้รอบครอบ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องชี้ว่าธุรกิจของคุณจะร่วงหรือจะรอด ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจร้านอินเตอร์เน็ตที่เมื่อก่อนได้รับความนิยมเป็นอย่างดีเมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา สาเหตุเพราะสมัยนั้นเทคโนโลยีในไทยยังไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร คอมพิวเตอร์มีราคาสูงแถมอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ก็แพงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ผู้คนส่วนใหญ่จึงเลือกใช้บริการร้านอินเตอร์เน็ต ต่อมาเมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้ายิ่งขึ้นคอมพิวเตอร์ ไม่ได้มีราคาแพงเหมือนแต่ก่อน แถมโน๊ตบุ๊คสเปกเยี่ยม ๆ ก็มีวางจำหน่ายมากมาย ธุรกิจดังกล่าวจึงไม่เป็นที่ต้องการอีกต่อไป ชี้ให้เห็นว่า หากคุณต้องการลงทุนเปิดธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งต้องมองความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเป็นสำคัญ เพื่อให้ธุรกิจเติบโตได้ไม่สะดุด เมื่อธุรกิจเริ่มอยู่ตัวและเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น หากคุณต้องการขยายรากฐานให้มั่นคงกว่าเดิมก็สามารถทำได้โดยอาศัยช่วยจังหวะนี้เร่งหาแหล่งทุนเพื่อขยายธุรกิจต่อไป โดยแหล่งให้ยื่นคำขอกู้จะมี 2 แหล่งใหญ่ ๆ ได้แก่

1. กองทุนกู้ยืมจากรัฐบาล ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าแหล่งอื่น ๆ เพราะมีนโยบายช่วยเหลือธุรกิจเล็ก ๆ ให้เติบโตยิ่งขึ้น เพียงแต่การยื่นกู้กับทางรัฐคุณต้องมีหลักค้ำประกันที่แน่นอน และต้องเสี่ยงต่อการโดนปฏิเสธเพราะคู่แข่งธุรกิจอื่น ๆ มีแผนธุรกิจที่ดีกว่า ดังนั้นก่อนยื่นกู้ควรเตรียมเอกสารและวางแผนการตลาดมาให้ดีซะก่อน

2. กองทุนจากธนาคาร ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยม เพราะมีกฏระเบียบในการขอที่ชัดเจน และมีหลากหลายกองทุนให้คุณเลือกยื่นตามขนาดของธุรกิจ

เมื่อคุณมั่นใจแล้วว่าจะยื่นกู้กับองค์กรใดสิ่งที่คุณต้องทำคือ สอบถามข้อมูลของกองทุนนั้น ๆ อย่างละเอียดและเตรียมเอกสารตามที่เจ้าหน้าที่ระบุไว้ มองผ่าน ๆ คุณอาจรู้สึกว่าเป็นเรื่องง่ายคล้าย ๆ การสมัครบัตรเครดิต กู้ซื้อบ้าน หรือกู้ซื้อรถยนตร์ทั่วไป ขอบอกเลยว่าคุณคิดผิด เพราะด่านที่ยากที่สุดซึ่งคุณต้องผ่านไปให้ได้ก็คือการยื่นเอกสารและรับการสัมภาษณ์จากคณะกรรมการ แน่นอนว่าบุคคลเหล่านี้จะสัมภาษณ์คุณชนิดถึงพริกถึงขิง พูดง่าย ๆ ก็ยากตามจำนวนเงินที่คุณขอกู้ไปนั่นแหละ ดังนั้นคุณควรเตรียมคำตอบและตั้งสติให้ดีเมื่อกรรมการตั้งคำถาม ซึ่งแต่ละที่ก็จะตั้งคำถามคล้าย ๆ กันตามที่ iPrice แหล่งช้อปปิ้งออนไลน์รวบรวมทั้งแนวคำถามและแนวคำตอบมาให้คุณดังนี้

1. สาเหตุที่คุณขอยื่นกู้ คุณต้องการนำเงินไปใช้ทำอะไร

แนวคำตอบ ให้คุณตอบให้ตรงกับแผนการดำเนินธุรกิจของคุณที่คุณจัดเตรียมมา เน้นการยกตัวอย่างความก้าวหน้าที่คุณตั้งเป้าไว้เป็นหลัก แต่อย่าลืมอธิบายเหตุผลของคำตอบเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญห้ามตอบผิดไปจากที่คุณระบุไว้ในเอกสาร เพราะคณะกรรมการจะมีคำถามมากมายมาให้คุณต้องเค้นสมองตอบมากกว่าเดิมแน่นอน

2. แจ้งรายละเอียดของการลงทุนว่ามีอะไรบ้าง เริ่มจากเงินเท่าไหร่ ผลกำไรที่ได้กลับมาสูงสุดกี่เปอร์เซ็นต์ และต้องการเงินทุนเท่าไหร่เมื่อคิดเป็นสัดส่วนของการลงทุน

แนวคำตอบ ให้อธิบายเป็นอัตราส่วนที่คุณคำนวนเอาไว้ จำเอาไว้เสมอว่ากรรมการต้องการตัวเลขที่ชัดเจน ยิ่งคุณทำแผนภูมิมานำเสนอด้วยยิ่งช่วยให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้น แต่อย่าลืมคำนวนอัตราความก้าวหน้าในระยะเวลาการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมาด้วยว่า มีอัตราการเติบโตกี่เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน/ต่อปี แน่นอนว่าคุณต้องเห็นผลกำไรที่จะตามมาก่อนขอยื่นกู้จริงหรือไม่

3. ข้อมูลของกิจการ รวมถึงแหล่งที่มาของรายได้

แนวคำตอบ สำหรับคำถามนี้กรรมการเพียงต้องการให้คุณอธิบายให้พวกเขาเห็นภาพจากเอกสารที่คุณยื่นมาให้ ไม่ต้องกังวลมาก เพราะถ้าคุณตอบคำถามสองข้อก่อนหน้านี่ฉลุยแล้วละก็ ข้อนี้จะดูเด็ก ๆ ไปเลยทีเดียว

4. สอบถามถึงหลักประกัน พร้อมจำแนกโดยละเอียด

แนวคำตอบ ให้คุณอธิบายถึงทรัพย์สินและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดว่ามีอะไรบ้าง หากอธิบายราคาคร่าว ๆ ด้วยจะยิ่งดูมีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น

5. สอบถามความเข้าใจในการดำเนินธุรกิจ

แนวคำตอบ ให้คุณอธิบายถึงรูปแบบของธุรกิจของคุณว่าเชื่อมโยงกับความเป็นไปของประเทศอย่างไร เช่นถ้าคุณดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอาหารเพื่อสุขภาพ ให้คุณอธิบายเหตุผลว่าทำไมจึงเลือกทำธุรกิจนี้ และคุณมองเห็นความเจริญเติบโตของธุรกิจนี้อย่างไร พร้อมอ้างพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยว่าหันมาใส่ใจเรื่องการบริโภคขนาดไหน เพื่อให้กรรมการเห็นว่าคุณเป็นคนมองการไกลและจับแนวทางเศรษฐกิจถูกต้องทำให้สามารถประกอบธุรกิจและได้รับผลกำไรที่น่าพอใจมาโดยตลอด

            อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าคงไม่มีใครอยากมีหนี้หรอกใช่หรือไม่ แต่ในโลกธุรกิจหากโอกาสที่จะขยายธุรกิจให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นมาวางอยู่ตรงหน้า คงยากที่จะทำใจปฏิเสธลำบากแน่นอน ถือว่าเป็นทางเลือกที่ไม่ผิด เพียงแต่ก่อนจะยื่นกู้คุณต้องมั่นใจก่อนว่าคุณวางรากฐานธุรกิจมาอย่างดี และพร้อมจะดำเนินธุรกิจต่อไปในอนาคต เพราะหลังจากที่คุณยื่นกู้แล้วเท่ากับว่าธุรกิจของคุณได้ก้าวเข้าไปเป็นของผู้ให้กู้ครึ่งหนึ่ง ดังนั้นคุณต้องเร่งดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบมากกว่าเดิมถ้าไม่อยากให้สิ่งที่คุณลงทุนและลงแรงมาทั้งหมดหายวับไปกับตา ด้วยความปรารถนาดีจาก iPriceipric

ขนิษฐา สาสะกุล iPrice

 

 

หน้าหลักบล็อก