ข้ามสู่เนื้อหาหลัก

คุยกับผู้จัดการ สสส. (เดือนมีนาคม 2555)

 


สวัสดีครับ เพื่อนร่วมสร้างสุขทุกท่าน
 
  ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์
 
          วันที่ 15 มีนาคมของทุกปีเป็นวันคุ้มครองผู้บริโภคสากล ที่กำหนดขึ้นเพื่อระลึกถึงการมีปฏิญญาสากลของสหประชาชาติที่ว่าด้วยแนวทางการคุ้มครองผู้บริโภคที่ได้รับการรับรองจากประเทศสมาชิกเพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ปัจจุบัน ผู้บริโภคยังคงถูกคุกคามรอบด้านจากสินค้าและบริการที่ไม่ปลอดภัย ไม่เป็นธรรม 
 
          ผู้บริโภคไทยทุกวันนี้ต้องเผชิญกับสินค้ามากมายที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และอันตรายบางอย่างก็อยู่ใกล้ตัวเสียจนเราคาดไม่ถึง ตัวอย่างหนึ่งของผลิตภัณฑ์อันตรายที่อยู่ใกล้ตัวคนเราอย่างมาก แต่ความตระหนักรู้ยังน้อยก็คือ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจาก 'แร่ใยหิน' หรือแอสเบสตอส ที่มักเป็นส่วนประกอบของกระเบื้องมุงหลังคา ท่อระบายน้ำ ฝ้าเพดาน ฝาผนัง ฉนวนกันความร้อน ผ้าเบรก ผ้าคลัตช์รถยนต์ อุปกรณ์ในไดร์เป่าผม
 
          ทั่วโลกมีงานวิจัยถึงอันตรายของแร่ใยหินอย่างชัดเจน ว่ามีส่วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเยี่อหุ้มปอดและมะเร็งปอด ส่งผลให้หลายสิบประเทศยกเลิกการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแร่ใยหินแล้ว ขณะที่ประเทศไทยมีมติ ครม. ปี 2554 ที่เห็นชอบตามมติสมัชชาสุขภาพครั้งที่ 3 ในมาตรการเพื่อสังคมไทยไร้แร่ใยหิน โดย ครม.มอบให้กระทรวงอุตสาหกรรมศึกษาและวางแนวทาง เพื่อยกเลิกการนำเข้าและยุติการใช้แร่ใยหิน แต่ข้อมูลที่พบ กลับสวนทางกัน คือ ประเทศไทยมีการนำเข้าแร่ใยหินเพิ่มมากขึ้น จาก 7.9 แสนตันในปี 53 เป็น 8.1 แสนตันในปี 54 
 
          จึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่นอกจากจะต้องกระตุ้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามตามมติ ครม. แล้ว สสส.จะร่วมรณรงค์ให้ประชาชนตระหนัก ไม่ใช้ และไม่ซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีแร่ใยหิน รวมถึงการสร้างความรับรู้ถึงแนวทางการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างอย่างปลอดภัย เพราะเป็นเรื่องของภัยร้ายแรงที่อยู่ใกล้ตัวมาก 
 
          ภัยใกล้ตัวอีกเรื่องหนึ่ง ที่ผู้บริโภคยังไม่มีความตระหนักอย่างกว้างขวางเพียงพอคือ "น้ำมันทอดซ้ำ" หรือน้ำมันทอดอาหารที่ถูกใช้ซ้ำต่อเนื่องจนเสื่อมสภาพ ก่อให้เกิดสารพิษก่อมะเร็งในน้ำมันที่แทรกซึมอยู่ในอาหาร ซึ่งเป็นอันตรายมาก ผู้บริโภคไม่มีทางรู้ว่าของที่กินเข้าไปผ่านการทอดด้วยน้ำมันอะไรมา ส่วนผู้ค้าเองก็รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่คิดว่าการใช้น้ำมันทอดซ้ำเสื่อมสภาพจะเป็นอันตรายรุนแรงทั้งต่อผู้บริโภคและต่อตนเอง เพราะผู้ปรุงจะเป็นผู้สูดดมสารก่อมะเร็งจากควันของน้ำมันเสื่อมสภาพเข้าไป
 
          ทั้งสองเรื่องเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพของผู้บริโภคไทยอย่างช้าๆ แม้ผลร้ายจะไม่แสดงตัวให้เห็นในวันนี้พรุ่งนี้ แต่มันจะสะสมในร่างกายและก่อให้เกิดโรคภัยร้ายแรงในที่สุด จึงไม่อาจเพิกเฉย เพราะไม่คุ้มกับการสูญเสียสุขภาพของคนไทยในระยะยาว 
 
          ซึ่ง สสส. และภาคีเครือข่ายมุ่งเชื่อมร้อยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคเอกชน และภาคส่วนต่างๆในสังคม ได้มาทำงานร่วมกัน เพื่อเป็นพลังสร้างความตระหนักให้สังคม รวมทั้งพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการคุ้มครองผู้บริโภคในเรื่องนี้ เพื่อมุ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีต่อผู้บริโภค เชื่อว่าคงจะได้มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้มากขึ้นในปีนี้ 
 
             ซึ่งผมจะนำความคืบหน้ามาบอกกล่าวกันเป็นระยะเช่นเคยครับ
 
 
 
อย่าลืมเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ตามช่องทางเดิม ดังนี้
Facebook : www.facebook.com/kunkris
Twitter : www.twitter.com/kunkris
Email : ceo@thaihealth.or.th
 

 

ที่มา : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส.

แสดงความคิดเห็น