ข้ามสู่เนื้อหาหลัก

คุยกับผู้จัดการ สสส. (เดือนกุมภาพันธ์ 2555)

 


สวัสดีครับ เพื่อนร่วมสร้างสุขทุกท่าน
 
  ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์
 
          ถึงเทศกาลวันวาเลนไทน์ ปัญหาเรื่องพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย และการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่นก็มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงคู่กันไป เป็นเหมือนช่วงที่เตือนให้เราได้หันกลับมามองว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา ปัญหาได้พัฒนาไปอย่างไร มีความเปลี่ยนแปลงในแง่ดี สมความพยายามในการแก้ไขปัญหามากน้อยเพียงไร  
 
          สสส. เองให้ความสำคัญกับปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัยมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ประชาชนไทยสูญเสียปีสุขภาวะจากการตายก่อนวัยอันควรสูงสุด ทั้งจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และการตั้งท้องไม่พร้อม ที่แต่ละปีมีวัยรุ่นหญิงอายุ 15-19 ปี ตั้งครรภ์ประมาณ 10% ในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งมีการทำแท้ง ซึ่งนอกจากจะส่งผลต่อสุขภาพของทั้งแม่วัยรุ่นและลูกแล้ว ยังส่งผลต่อปัญหาสังคมที่จะซับซ้อนยิ่งขึ้นในระยะยาว 
 
          ในช่วงต้นปี 2554 สสส. ตั้งคณะทำงานหลักที่ติดตามปัญหาดังกล่าว โดยมี ‘นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์’ เป็นประธาน ทำงานร่วมกับผู้จัดการแผนงานต่างๆ ของ สสส. และหน่วยงานอื่นภายนอกที่ทำงานเกี่ยวข้องกับปัญหานี้ มีจุดประสงค์เพื่อบูรณาการงานร่วมกันใน 4-5 เรื่องหลักๆ ได้แก่ การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม การป้องกันการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย รณรงค์สร้างความตระหนักในกลุ่มเยาวชน และการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมของวัยรุ่น ซึ่งมีการประชุมกันทุกเดือนตลอดปีที่ผ่านมา 
 
          เกิดความคืบหน้าในแง่ของการสร้างกระแสการรับรู้ในสังคมผ่านสื่อต่างๆ รวมถึงเกิดพื้นที่ต้นแบบฯใน 2 จังหวัด คืออุดรธานี และอุตรดิตถ์ ซึ่งมีการสอนเพศศึกษาในพื้นที่ มีพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเยาวชน มีระบบบริการสุขภาพที่รองรับเพื่อให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหา รวมถึงเกิดการสนับสนุนวิชาการถอดบทเรียนเรื่องดังกล่าว 
 
          สำหรับในปี 2555 นี้  สสส. มุ่งเน้นการทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อพัฒนาและผลักดันหลักสูตร ‘เพศศึกษา’ ที่ครอบคลุมถึงมิติของ ‘สัมพันธภาพ’ ระหว่างเพศ การปฏิบัติตัวซึ่งกันและกัน การรับผิดชอบ หรือแม้แต่ความหลากหลายทางเพศ บรรจุเข้าไปเป็นวิชาบังคับเลือก ที่มีการตัดเกรดในทุกช่วงชั้น ไม่ใช่เพียงสอดแทรกในวิชาสุขศึกษา หรือวิชาแนะแนวอย่างที่เป็นมา 
 
          ซึ่งการจะผลักดันเรื่องนี้ให้สำเร็จ คงไม่ใช่แค่เรื่องของ สสส. และกระทรวงศึกษาธิการ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารสถานศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน เครือข่ายผู้ปกครอง รวมถึงคนในสังคม ที่จะช่วยกระตุกให้เกิดความตระหนักว่า เพศศึกษา เป็นวิชาที่เยาวชนต้องได้เรียน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับพวกเขาต่อไป   
 
          ท้ายนี้ ในเดือนแห่งความรัก สสส. ยังอยากให้ความสำคัญกับการแบ่งปันความรักต่อคนทั้งมวลที่อยู่ร่วมกันในสังคม จึงได้ใช้โอกาสนี้เปิดตัวโครงการพัฒนาเว็บไซต์เพื่อรองรับคนพิการ ซึ่ง สสส. ร่วมกับบริษัท โอเพ่นดรีม จำกัด สถาบันเชนจ์ฟิวชั่น และสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย พัฒนาเว็บไซต์ของ สสส. เพื่อให้กลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้พิการทุกประเภท และกลุ่มผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงข้อมูลสาระสุขภาพที่เป็นประโยชน์ได้เท่าเทียมกับคนทั่วไป จึงขอใช้พื้นที่นี้แจ้งให้ทราบว่าเว็บไซต์ www.thaihealth.or.th สามารถรองรับกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้พิการทุกประเภทรวมถึงผู้สูงอายุแล้วครับ   
 
          และในอนาคต สสส. ยังมีโครงการจะส่งเสริมให้หน่วยงานภาคีเข้ามาเรียนรู้และพัฒนาเว็บไซต์ของตนให้เอื้ออำนวยต่อคนพิการและผู้สูงอายุเช่นกัน โดยจะมีการเปิดโครงการฝึกอบรมสำหรับภาคีเครือข่ายประมาณเดือนเมษายน-พฤษภาคมนี้ แล้วผมจะนำความคืบหน้ามาแจ้งเป็นระยะครับ  
 
             สุขสันต์วันแห่งความรักครับ 
 
 
อย่าลืมเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ตามช่องทางเดิม ดังนี้
Facebook : www.facebook.com/kunkris
Twitter : www.twitter.com/kunkris
Email : ceo@thaihealth.or.th
 

 

ที่มา : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส.

 

แสดงความคิดเห็น