คุยกับผู้จัดการ สสส. (เดือนธันวาคม 2554)
โดย webmaster | วันที่ 1 ธันวาคม 2554
สวัสดีครับ เพื่อนร่วมสร้างสุขทุกท่าน

ปี 2554 นี้กำลังจะผ่านพ้นไปพร้อมๆ กับมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ ซึ่งที่ได้ทิ้งบทเรียนเอาไว้ให้เราคนไทยในหลายๆ ด้าน ทำให้ปีใหม่ที่กำลังมาถึง จะมีงานหนักรอเราทุกคนอยู่ นั่นก็คือการฟื้นฟูหลังน้ำลด ซึ่งอาจจะหนักหนาเสียยิ่งกว่าช่วงน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นขยะจำนวนมากที่ต้องจัดการอย่างรวดเร็ว โรคระบาด ความเครียดที่สะสม และความเสียหายต่างๆ ทั้งการประกอบอาชีพ และโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกทำลายไปจำนวนมาก
ที่สำคัญ การฟื้นฟูบ้านเมืองไม่ใช่แค่การ “ซ่อมแซม” ให้กลับไปยังสภาพเดิมที่เราคุ้นชินก่อนเกิดเหตุ แต่ต้องพลิกให้เป็นโอกาสในการถอดบทเรียน จัดระบบ และนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้วางแผนเพื่อนำไปสู่การ “ป้องกัน” และ “เตรียมการ” เพื่อพร้อม “รับมือ” หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในครั้งหน้าด้วย
ไม่เช่นนั้นบทเรียนจะสูญเปล่า และเราจะต้องเผชิญความโกลาหลทุกครั้งที่เกิดอุทกภัย หรือภัยพิบัติอื่นๆ ที่มีแนวโน้มจะเกิดบ่อยขึ้นในอนาคต
เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สสส. และเครือข่ายภาคีที่เกี่ยวข้อง รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เคยได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ ได้ร่วมกันประชุมหารือ “แผนฟื้นฟูหลังอุทกภัย” การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า การจัดการปัญหาภัยพิบัติที่ดีจะต้องเริ่มตั้งแต่การป้องกันก่อนภัยจะมา การเตรียมซักซ้อมคนให้พร้อมรับมือ แต่ทั้งหมดนี้ต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชนและท้องถิ่น ไม่เช่นนั้นจะเกิดความขัดแย้ง เช่นการรื้อกระสอบทรายและคันกั้นน้ำที่เราเห็นกัน
ซึ่งแผนการฟื้นฟูอาจแบ่งออกเป็น 3 ระดับ เริ่มจากระดับตัวบุคคล คือการเปลี่ยนวิธีคิด เตรียมคนให้ตระหนัก และพร้อมดูแลตัวเองได้เมื่อเกิดภัยพิบัติ อย่างเช่นที่ญี่ปุ่น ทุกบ้านมีกระเป๋ายังชีพเตรียมไว้สำหรับทุกคน รวมถึงการมีจิตสำนึกสาธารณะ พร้อมช่วยเหลือกันและกันในยามฉุกเฉิน
ระดับพื้นที่ คือการที่ชุมชนและท้องถิ่นมีบทบาทหลักในการพูดคุยหารือ ร่วมกันทำแผนฟื้นฟู ป้องกัน และรับมือภัยพิบัติ เพื่อให้เหมาะสมกับพื้นที่ของตัวเอง
อย่างการฟื้นฟู คนในชุมชนและท้องถิ่นเท่านั้น จึงจะรู้ว่าอะไรคือลำดับความสำคัญของความเสียหายที่จะต้องได้รับการแก้ไขก่อนหลัง เรื่องใดที่ชุมชนสามารถพึ่งพาตัวเอง ร่วมช่วยเหลือกันในท้องถิ่นได้ทันที และเรื่องใดที่เกินกำลัง และต้องการความช่วยเหลือจากภายนอก เพราะการรับความช่วยเหลือจากภายนอกให้ได้ประโยชน์ ตรงความต้องการที่แท้จริงของชุมชน ต้องเกิดขึ้นเมื่อชุมชนเข้มแข็ง และรู้ความต้องการของตัวเองแล้วเท่านั้น ที่สำคัญการฟื้นฟูที่ชุมชนไม่เป็นตัวตั้ง เฝ้าแต่รอคอยความช่วยเหลือที่ส่งลงมา จะทำให้ชุมชนอ่อนแอลง
ด้าน สสส. เองก็ได้มีแผนจะร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เตรียมจัดทำศูนย์ข้อมูลรวบรวมพื้นที่ประสบภัยทั่วประเทศ ลำดับความเสียหายที่ต้องการความช่วยเหลือในแต่ละพื้นที่ รวมถึงพื้นที่ใดมีหน่วยงานใดเข้าไปช่วยแล้วเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน นอกจากนั้นยังเตรียมทำฐานข้อมูลรวบรวมองค์ความรู้ในการฟื้นฟู เป็นเว็บไซต์ที่ทุกคนและทุกหน่วยงานสามารถเข้ามานำไปใช้ได้จริง
ระดับที่ 3 คือ แผนระดับชาติ ที่จำเป็นต้องมีแผนป้องกันภัยพิบัติแห่งชาติ รวมถึงการจัดการน้ำในระยะยาว ที่ต้องทำทีเดียวทั้งระบบ มองทั้งน้ำท่วม น้ำแล้งและน้ำเสีย วางแผนอย่างระมัดระวังเพราะนี่คือเดิมพันครั้งใหญ่ของประเทศ ที่คนไทยจะต้องอยู่กับมันไปอีกหลายสิบปี ภาคสังคมจึงต้องมีส่วนร่วม ใช้ความรู้ สื่อสารเพื่อตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริง
นี่คือบทเรียนครั้งสำคัญของประเทศ ที่คนไทยจะต้องร่วมเรียนรู้กัน ไม่ใช่เพียงเพื่อรอดพ้นวิกฤต แต่เพื่อป้องกันและเตรียมรับมือภัยพิบัติใดๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตไปด้วยกันครับ
อย่าลืมเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ตามช่องทางเดิม ดังนี้
Facebook : www.facebook.com/kunkris
Twitter : www.twitter.com/kunkris
Email : ceo@thaihealth.or.th
Facebook : www.facebook.com/kunkris
Twitter : www.twitter.com/kunkris
Email : ceo@thaihealth.or.th
ที่มา : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส.


แสดงความคิดเห็น