ข้ามสู่เนื้อหาหลัก

คุยกับผู้จัดการ สสส. (เดือนตุลาคม 2554)

 

สวัสดีครับ เพื่อนร่วมสร้างสุขทุกท่าน
 
  ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์

เดือนตุลาคม เป็นช่วงเปลี่ยนฤดูมรสุม จะมีร่องความกดอากาศต่ำเคลื่อนตัวนำฝนลงสู่ภาคใต้เพิ่มขึ้น และยังมีโอกาสเกิดพายุหมุนเขตร้อนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางเป็นระยะ ทำให้ทั่วประเทศยังคงมีฝนตก และต้องคงต้องเผชิญปัญหาน้ำท่วมต่อเนื่องไปอีกระยะ
 
ขณะที่ผมกำลังเขียนบทความนี้ พื้นที่ประสบภาวะอุทกภัยทั่วประเทศกระทบไปแล้วเกือบ 60 จังหวัด และสถานการณ์ในอีก 20 กว่าจังหวัดก็ยังคงไม่คลี่คลาย
 
ก่อนหน้านี้กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประเมินปริมาณฝนเฉลี่ยทั้งประเทศในปี 2554 ว่าสูงกว่าค่าปกติ ทำให้ปีนี้กลายเป็นปีที่อุทกภัยรุนแรงมากที่สุดในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่น้ำท่วมใหญ่ปี 2549 และรุนแรงยิ่งกว่าปี 2553 ซึ่งเคยถูกประเมินว่าเป็นปีที่ผลกระทบภาวะอุทกภัยรุนแรงที่สุดในรอบ 20 ปี ตั้งแต่มีการรายงานความเสียหายจากภาวะอุทกภัย
 
สถานการณ์น้ำท่วมทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 173 ราย คนไทยได้รับความเดือดร้อนกว่า 5 แสนครัวเรือน รวมถึงภาคีเครือข่ายของ สสส. ในพื้นที่มากกว่า 35 ตำบล ใน 10 จังหวัดทั่วประเทศ โดยจุดที่ประสบภัยหนักที่สุดคือ จ.ลพบุรี สิงห์บุรี และชัยนาท
 
สสส. มีความเป็นห่วงเป็นใยเพื่อนภาคี ที่ต้องประสบอุทกภัยต่อเนื่องหลายรอบใน 2 ปีที่ผ่านมา จึงได้ร่วมกันคิดว่า จะมีวิธีการใดที่จะให้ความช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ ตรงจุด และรวดเร็ว ในทุกๆ ครั้งที่เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
 
นำมาสู่การตั้ง ‘ศูนย์ประสานงานภายใน สสส. เพื่อช่วยเหลือภาคี’ ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางประสานความช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ ด้วยการมี ‘ฝ่ายข้อมูลและสื่อสาร’ คอยรวบรวมความเดือดร้อนของเพื่อนภาคีจากสำนักต่างๆ ผ่านทั้งทางโทรศัพท์ SMS และเว็บไซต์ เพื่อส่งต่อให้ ‘ฝ่ายประสานให้ความช่วยเหลือ’เชื่อมต่อไปยังองค์กร หน่วยงานต่างๆ รวมทั้งศูนย์กลางความช่วยเหลือน้ำท่วมอย่าง Thaiflood เพื่อให้การบรรเทาทุกข์ไปถึงตรงกับความต้องการจริง
 
ขณะเดียวกัน ‘ฝ่ายระดมทุนและกิจกรรมพิเศษ’ จะทำการระดมทุนจากภายในและภายนอก ระดมแรงกายแรงใจจากเพื่อนภาคีอื่นๆ ในการจัดของบริจาค ลงพื้นที่ รวมถึงเตรียมจัดกิจกรรมครั้งใหญ่ในเร็วๆ นี้ เพื่อระดมทุนช่วยเหลือไม่เฉพาะภาคีของ สสส. แต่ยังรวมถึงคนทั่วประเทศที่ได้รับความเดือดร้อนด้วย
 
และหลังจากเหตุการณ์คลี่คลาย ‘ฝ่ายเยียวยาและฟื้นฟู’ จะลงไปในพื้นที่เพื่อให้การดูแลทั้งสุขภาพกาย และจิตใจของผู้ประสบภัยต่อไป
 
ศูนย์ประสานงานฯ นี้จะมารวมตัวกันในทุกเหตุการณ์วิกฤต นอกจากเพื่อเป็นศูนย์กลางการส่งต่อข้อมูลกระจายความช่วยเหลือเพื่อนภาคีอย่างเป็นระบบแล้ว เรายังหวังว่าการทำเช่นนี้จะเป็นการปลูกจิตอาสา ความเป็นห่วงเป็นใยซึ่งกันและกันให้เกิดขึ้นระหว่างภาคีเครือข่ายของ สสส. รวมถึงประชาชนคนไทยด้วยกัน 
 
หากภาคีรายใดประสบความเดือดร้อนสามารถแจ้งเข้ามาได้ที่ 0-2298-0500 หรือเว็บไซต์ สสส. www.thaihealth.or.th
 
เชื่อว่าเพื่อนภาคีเครือข่ายของ สสส. และคนไทยทั้งประเทศ จะร่วมเผชิญหน้ากับสถานการณ์ โดยไม่ทอดทิ้งกันแน่นอนครับ
 
 
อย่าลืมเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ตามช่องทางเดิม ดังนี้
Facebook : www.facebook.com/kunkris
Twitter : www.twitter.com/kunkris
Email : ceo@thaihealth.or.th
 

 

ที่มา : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส.

แสดงความคิดเห็น