ตายปีละเฉียด 4 หมื่น! เช็กพฤติกรรมเสี่ยง 'เชื้อดื้อยา' ความตายใกล้ตัว

| |
อ่าน : 174

ที่มา: ผู้จัดการรายวัน 360 องศา

ภาพประกอบจาก สสส.

ตายปีละเฉียด 4 หมื่น! เช็กพฤติกรรมเสี่ยง \'เชื้อดื้อยา\' ความตายใกล้ตัว thaihealth

"ประเทศไทยมีการใช้ยาปฏิชีวนะมูลค่าปีละ 10,000 ล้านบาท และมีคนไทยติดเชื้อดื้อยามากกว่าปีละ 100,000 ราย เสียชีวิตมากกว่าปีละ 38,000 ราย" ข้อมูลตัวเลขจากสำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมความน่าเป็นห่วงของคนไทยในการกินยาที่เสี่ยงต่อเชื้อดื้อยาจนเกิดการสูญเสียตามมา พบกลุ่ม "เกษตรกร" มีความเสี่ยงสูงสุด

ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นอันตรายใกล้ตัวที่หลายคนขาดความรู้ความเข้าใจ โดยเฉพาะความเชื่อผิดๆ ที่ว่าเป็นหวัด เจ็บคอ ต้องกินยาปฏิชีวนะ หรือยาต้านแบคทีเรียถึงจะหาย

"หวัดมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ เกิดจากเชื้อไวรัส การกินยาปฏิชีวนะ หรือยาต้านแบคทีเรีย นอกจากไม่ช่วยให้หายเร็วขึ้นแล้ว ยังทำให้เกิดเชื้อดื้อยาในร่างกาย หากวันหนึ่งข้างหน้าเกิดป่วยหนักจากการติดเชื้อในอวัยวะที่สำคัญจะทำให้ยาใช้ไม่ได้ผล ส่งผลให้เสียชีวิตได้ อย่างที่มักจะได้ยินข่าวการเสียชีวิตจากการติดเชื้อในกระแสเลือดอยู่บ่อยๆ" ผศ.ภญ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) ให้ความรู้ความเข้าใจในกิจกรรมสัปดาห์รู้รักษ์ตระหนักใช้ยาต้านแบคทีเรีย โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้การสนับสนุนต่อเนื่องเป็นปีที่ 6

เมื่อลงลึกถึงพฤติกรรมเสี่ยงเชื้อดื้อยา "รศ.ภญ.ดร.ธิติมา เพ็งสุภาพ" อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยว่าทางศูนย์เฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) มีการจัดทำแบบสอบถาม 5 พฤติกรรมที่ส่งผลต่อการเกิดเชื้อดื้อยา โดยเลือกเฉพาะพฤติกรรมที่มีผู้ตอบว่าเคยปฏิบัติเป็นจำนวนมากจาก 10 พฤติกรรมที่ส่งผลต่อการเกิดเชื้อดื้อยาที่เคยสำรวจเมื่อปี พ.ศ.2560 คือ

1. ซื้อยาต้านแบคทีเรียมากินเอง (ในความเข้าใจว่าเป็นยาแก้อักเสบ) 2. ซื้อยาต้านแบคทีเรียมากินตามคนอื่น 3. ซื้อยาต้านแบคทีเรียมากินเองตามที่เคยได้รับจากบุคลากรทางการแพทย์ในครั้งก่อนๆ 4. หยุดรับประทานยาต้านแบคทีเรียเมื่ออาการดีขึ้น โดยไม่รับประทานติดต่อกันจนยาหมด และ 5. แกะแคปซูลเอาผงยาต้านแบคทีเรียไปโรยแผล

จากการสำรวจโดยใช้ระบบออนไลน์ ในช่วงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2561 เก็บตัวอย่างข้อมูลจากประชาชนทั่วประเทศจำนวน 1,855 คน โดยสอบถามภายในช่วงปี พ.ศ.2561 ที่ผ่านมาเคยมีพฤติกรรมใดบ้างจาก 5 พฤติกรรมข้างต้น ปรากฏว่า ข้อ 4 หยุดรับประทานยาต้านแบคทีเรียเมื่ออาการดีขึ้น โดยไม่รับประทานติดต่อกันจนยาหมดพบมากสุดถึง 779 คน ส่วนกลุ่มอาชีพที่เสี่ยงสูงสุดคือ "เกษตรกร" ร้อยละ 76.5 ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์แม้จะมีความเสี่ยง น้อยสุด คือร้อยละ 52.1 ก็ยังนับว่าสูง (มีเพียง 1 ใน 5 พฤติกรรมก็ถือว่าเสี่ยงแล้ว)

ตายปีละเฉียด 4 หมื่น! เช็กพฤติกรรมเสี่ยง \'เชื้อดื้อยา\' ความตายใกล้ตัว thaihealth

ทั้งนี้ ผลสำรวจในกลุ่มประชาชนที่สำรวจปี พ.ศ. 2561 พบว่า มีพฤติกรรมที่ทำให้เกิดความเสี่ยงในการทำให้เกิดเชื้อดื้อยาน้อยลงกว่าปี พ.ศ.2560 สอดรับกับที่ผ่านมา สสส. กพย. กระทรวงสาธารณสุข และหลายหน่วยงาน ได้รณรงค์อย่างต่อเนื่องเพื่อมุ่งลดการใช้ยาต้านแบคทีเรียใน 3 อาการ คือ ไข้หวัด ท้องเสีย และแผลสด แต่ก็ยังพบว่าคนส่วนใหญ่ยังมีความรู้ความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง และยังคงมีพฤติกรรมใช้ยาต้านแบคทีเรียโดยไม่จำเป็นอยู่มาก

เห็นได้พฤติกรรมการใช้ "ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย" ของประชาชน โดยเฉพาะในชุมชนที่พบว่า หาซื้อได้ง่ายๆ ตามร้านขายของชำทั่วไป ส่วนใหญ่นำไปใช้รักษาโรค หรืออาการต่างๆ เช่น ไข้หวัด เจ็บคอ แผลฝีหนอง เจ็บมดลูก ปวดฟัน กล้ามเนื้ออักเสบ ท้องเสีย โดยไม่รู้ว่ายาที่ใช้มีส่วนประกอบของยาปฏิชีวนะ หรือยา ต้านแบคทีเรีย และถูกจัดเป็นยาอันตราย เช่น เพนนิซิลลินห้าแสน ทีซีมัยซิน ออริโอมัยซิน กาโน สามธง ไดเซนโต เป็นต้น

"ก่อนตัดสินใจใช้ยาปฏิชีวนะควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง ถ้าเป็นโรคหวัด ท้องเสีย และแผลสดจากอุบัติเหตุหรือแผลเลือดออก ไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะ ซึ่งเราสังเกตได้จากอาการเบื้องต้น คือ อาการแบบไหนที่เกิดจากเชื้อไวรัส พักผ่อนก็หายแล้ว กลั้วคอด้วยน้ำเกลือก็ดีแล้ว เช่น ถ้ามีอาการเจ็บคอ ส่องดูเบื้องต้นแล้วมีตุ่มหนองอยู่ในคอหรือไม่ หรือกดแล้วเจ็บหรือเปล่า ถ้าไม่เลยก็ติดเชื้อไวรัสแน่ๆ พักผ่อน 5-7 วันก็หายแล้ว หรือถ้าอาการไม่ดีขึ้นแนะนำให้ไปปรึกษาแพทย์ดีกว่า

"ส่วนอีกหนึ่งกลุ่มที่เป็นห่วงคือ กลุ่มที่แพทย์สั่งให้กินยาปฏิชีวนะ และต้องกินอย่างต่อเนื่องจนหมด แต่บางคนอาจลืม หรือหยุดยาเมื่ออาการดีขึ้น พฤติกรรมการกินยาแบบนี้ นอกจากการรักษาโรคไม่หายขาดแล้ว สิ่งที่น่ากลัวตามมาคือ เชื้อที่ฆ่าไม่หมดมันจะพัฒนาตัวเองขึ้นมาเป็นเชื้อที่ดื้อยา ซึ่งมันสามารถแพร่พันธุ์กันได้ด้วย ทำให้ในอนาคตการใช้ยาปฏิชีวนะอาจไม่สามารถฆ่าเชื้อเหล่านั้นได้ นำไปสู่ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และเสียชีวิตตามมา ดังนั้นถ้าเราไม่ปรับพฤติกรรมการกินยาเสียใหม่ ในอีก 30 ปีข้างหน้าจะมีคนตายประมาณ 10 ล้านคนทั่วโลก ส่วนตัวมองว่ามันน่ากลัวมาก" อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวทิ้งท้าย

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2562 ของ สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -
  • นานาทัศนะ สสส. กับการตรวจสอบ -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม

ป้ายคำ(Tag)

อาหารในโรงเรียน  เราลงทุนในระบบสร้างเสริมสุขภาพไปถึงไหน  กำมือ  กระโดดเชือก  ระวังเหตุ  ความสนใจ  สวนสามพราน ริ เวอร์ไซด์  ศ.นพ.ดร. พรชัย สิทธิศรัณย์กุล  สวทช.  คลอโรฟิลล์ พลังสร้างได้ในตัว  ซัลเฟอร์ไดออกไซด์  กระเนื้อ  สสส. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สุขภาพ สร้างสุข สุขภาวะ thaihealth เข้าพรรษา งดเหล้าเข้าพรรษามหากุศล มิตรภาพบนทางวิ่ง วิ่งมาราธอน ออกกำลังกาย  ขึ้นภาษี  ภัยคุกคามเด็กไทย เสี่ยงโรคหัวใจในอนาคต  ไฮโดรควิโนน  สสส. สร้างสุข สุขภาพ สุขภาวะ thaihealth จดหมายข่าวชุมชนคนรักสุขภาพ ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่การดำเนินงาน แนะนำองค์กร สร้างเสริมสุขภาพ ประชาชน สังคมไทย  บ้านบึงหล่ม หมู่ที่ 6  เทศบาลตำบลสูงเม่น  หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ