สัญญาณเตือน บ่งบอกเสี่ยงทำร้ายตัวเอง

| |
อ่าน : 502

ที่มา :  เว็บไซต์ไทยรัฐ

สัญญาณเตือน บ่งบอกเสี่ยงทำร้ายตัวเอง thaihealth

แฟ้มภาพ

วิถีการใช้ชีวิตของคนไทยในปัจจุบันดูน่าเป็นห่วงเป็นอย่างมาก ท่ามกลางแข่งขันเร่งรีบ เมื่อเผชิญกับความเครียดแรงกดดันต่างๆ หลายคนอาจคิดสั้นหนีปัญหา ปราศจากการไตร่ตรองยั้งคิด นำไปสู่การฆ่าตัวตาย

เนื่องด้วยวันที่ 10 ก.ย. ของทุกปี ทางองค์การอนามัยโลก กำหนดเป็นวันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก (World suicide prevention day) โดยปีหนึ่งจะมีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จเป็นจำนวนมากกว่า 1 ล้านคน เฉลี่ยต่อเวลา จะมีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จ 1 คน ในทุกๆ 40 วินาที ถือเป็น 10 อันดับแรกของสาเหตุการตายของประชากรโลกอีกด้วย ส่วนข้อมูลกรมสุขภาพจิตระบุคนไทยคิดสั้นพยายามฆ่าตัวตายถึงปีละ 53,000 คน เฉลี่ยชั่วโมงละ 6 คน ทำสำเร็จปีละประมาณ 4,000 คน เป็นชายมากกว่าผู้หญิง ส่วนใหญ่เป็นคนโสด

เพื่อเป็นการป้องกันการฆ่าตัวตาย สำคัญที่สุดคือ คนใกล้ชิดต้องหมั่นสังเกตดูสัญญาณเตือนบ่งบอกของผู้เสี่ยงจะฆ่าตัวตาย หากมีการโพสต์ข้อความแปลก อาทิ การโพสต์ข้อความสั่งเสีย เช่น ขอโทษ ลาก่อน การโพสต์ระบุ ไม่อยากอยู่อีกต่อไปแล้ว บอกถึงความเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน ความล้มเหลว ผิดหวังในชีวิต มีการกล่าวโทษ ต่อว่าตัวเอง ทำให้เป็นภาระของคนอื่น ล้วนแล้วแต่เป็นสัญญาณเตือนของคนเสี่ยงจะฆ่าตัวตาย

นอกจากนี้ยังมีต้นเหตุพบได้บ่อยสุดจาก 5 เรื่อง 1.ความสัมพันธ์บุคคล 2.สุรา 3.ยาเสพติด 4.สังคม และ 5.เศรษฐกิจ ซึ่งผู้ชายส่วนใหญ่มาจากปัญหาโรคทางจิต ดื่มสุรา ใช้ยาเสพติด โดยเฉพาะการดื่มสุรามากขึ้น จะมีโอกาสลงมือทำร้ายตัวเองมากกว่าผู้หญิงที่มีปัญหาถึง 2 เท่าส่วนผู้หญิงมักมีสาเหตุมาจากความสัมพันธ์ได้แก่ ความน้อยใจ ถูกตำหนิดุด่า และผิดหวังความรัก

ขณะที่นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า แม้ปัญหาการฆ่าตัวตายจะเริ่มมาจากปัจเจกบุคคลและมีความยุ่งยากสลับซับซ้อนก็ตาม แต่ก็ไม่ยากเกินแก้ โดยสังคมทุกภาคส่วนทั้งภาคสาธารณสุขและภาคประชาชนต้องร่วมมือป้องกันแก้ไขอย่างจริงจัง ซึ่งหลักฐานทางวิชาการทั่วโลกยอมรับว่าเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพที่สุด โดยขอให้ร่วมมือกันอัดฉีดวัคซีน 3 ส. ป้องกันปัญหาฆ่าตัวตาย

เริ่มจากครอบครัวซึ่งเป็นพลังสำคัญและอยู่ใกล้ปัญหาที่สุด ส.ที่ 1 การมีสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ไม่ห่างเหินและใกล้ชิดจนเกินไป ให้คนในครอบครัวเป็นตัวของตัวเอง มีบทบาทหน้าที่ชัดเจน

ส.ที่ 2 ได้แก่ การสื่อสารที่ดีต่อกัน โดยบอกความรู้สึกตัวเองอย่างจริงจัง มีภาษาท่าทางที่เป็นมิตรต่อกัน เช่น สบตา ยิ้ม โอบกอด และการสัมผัส จะช่วยให้คนในครอบครัวเกิดพลังที่เข้มแข็ง

และส.ที่ 3 คือใส่ใจรับฟัง มีเวลาให้คนในครอบครัว ทำกิจกรรมร่วมกัน และดูแลช่วยเหลือเมื่อมีปัญหา ซึ่งกรมสุขภาพจิตตั้งเป้าลดอัตราการฆ่าตัวตายให้เหลือ 6.0 ต่อแสนประชากร ภายในปี 2564    นายแพทย์ณัฐกร จำปาทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ และศูนย์ป้องกันการฆ่าตัวตายระดับชาติ กรมสุขภาพจิต กล่าวว่า การพยายามฆ่าตัวตาย เป็นตัวบ่งชี้ว่าบุคคลนั้นไม่สามารถหาทางออกได้ในสถานการณ์ที่กดดันทางอารมณ์อย่างรุนแรง จำเป็นต้องเข้าไปให้การช่วยเหลือ ขอให้ญาติหรือผู้ที่ดูแลผู้ที่พยายามฆ่าตัวตายแล้วแต่ไม่สำเร็จ ซึ่งมีปีละกว่า 48,000 คน

"ไม่ว่าจะรู้สึกโกรธหรือผิดหวังในตัวผู้กระทำแค่ไหนก็ตาม ควรให้อภัย หลีกเลี่ยงการตำหนิหรือวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง ขอให้เข้าไปพูดคุยซักถามถึงความคิดฆ่าตัวตาย ด้วยท่าทีที่อ่อนโยน จริงใจ จะช่วยผู้ที่พยายามฆ่าตัวตายคลายความกังวล รู้สึกผ่อนคลายและเข้าใจตัวเองดีขึ้น จะเป็นการป้องกันการฆ่าตัวตายซ้ำได้ เพราะจากการศึกษาของกรมสุขภาพจิตพบว่าจะสามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายได้มากถึงปีละ 400 คน"

สำหรับสัญญาณเตือนของผู้ที่คิดจะฆ่าตัวตาย มี 9 สัญญาณ เมื่อพบต้องเข้าไปพูดคุยทันที ได้แก่ 1.ชอบพูดเปรยๆ หรือระบายความรู้สึกผ่านสังคมออนไลน์ว่าอยากตาย ไม่อยากมีชีวิตอยู่ ไม่มีใครรัก ไร้ค่า ไม่มีใครสนใจ 2.เดินทางไปเยี่ยมคนรู้จักโดยที่ไม่เคยทำมาก่อนเหมือนไปบอกลา 3.แยกตัวไม่พูดกับใคร สีหน้าเศร้าหมอง ซึมเศร้า 4.มีการแจกจ่ายของรักของหวง พูดจาฝากฝังคนข้างหลัง ทำพินัยกรรมในเวลาที่ยังไม่สมควร 5.ติดเหล้าหรือใช้ยาเสพติดหนักในช่วงนี้

6.ทรมานจากการเจ็บป่วยเรื้อรังจนต้องพึ่งยารักษาเป็นประจำ 7.นอนไม่หลับติดต่อกันเป็นเวลานานๆ 8. ประสบปัญหาชีวิต เช่น ล้มละลาย สูญเสียคนรักกะทันหัน เป็นโรคเรื้อรัง พิการจากอุบัติเหตุ และ 9. มีอารมณ์ดีขึ้นอย่างกะทันหันตรงกันข้ามกับที่ผ่านๆ มา ซึ่งเป็นช่วงอาจแสดงว่าเขารวบรวมความกล้าและตัดสินใจแน่นอนแล้วว่าจะฆ่าตัวตาย

ส่วนผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย ได้แก่ ผู้ที่มีปัญหาจากการดื่มสุราและเสพสารเสพติด ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ผู้ป่วยโรคจิตเภท ผู้ที่เคยฆ่าตัวตายมาแล้ว ผู้ที่มีปัญหาความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิด ทั้งหมดนี้มีเสี่ยงสูงกว่าประชาชนทั่วไป ตั้งแต่ 4 เท่า-100 เท่าตัว

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • สสส. งดรับของขวัญปีใหม่ 2562 และทุกเทศกาล -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2562 ของ สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -
  • นานาทัศนะ สสส. กับการตรวจสอบ -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ป้ายคำ(Tag)

สมาคมปลอดภัยไว้ก่อน จับมือ สคบ. MOU หน่วยงานด้านความปลอดภัยเร่งสร้างความปลอดภัยในอาคารสาธารณะ  สบู่ถ่าน  พฤติกรรมตัวละคร  ภาวะฉุกเฉิน  รักสวยรักงาม  สสส. สร้างสุข สุขภาพ สุขภาวะ thaihealth วารสาร สารสองล้อ ทริปปั่นไปกิน ย่านเจริญกรุง จักรยานกับน้ำท่วม วิกฤตสร้างนักประดิษฐ์ จักรยานลุยน้ำ วิธีวัดดัชนีมวลกาย ปั่นไปนอนกอดเขา ที่สวนผึ้ง ขี่จักรยาน มันไม่ต้องเสียค่าเดินทาง ทริปเส้นทางอันซีน อะเมซิ่ง สู่บางป  เด็กออกกำลังกาย  ผิวเปลือกส้ม  ความเป็นธรรม  Project Love Pill 2  ฝึกร้องเพลง  มหาวิทยาลัยสยาม  ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการเรียนรู้ชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่พื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง  น้ำนมน้อย  พีระพงษ์ กลิ่นลออ  บำนาญ  ธาตุเหล็ก  กลุ่มเสี่ยง  หมอนรองศีรษะ  ยาที่มีฤทธิ์กดประสาท  

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม