สมาคมโรคไตฯยืนยัน ไม่มีสมุนไพรใดรักษาโรคไตได้

| |
อ่าน : 22,648

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 

สมาคมโรคไตฯยืนยัน ไม่มีสมุนไพรใดรักษาโรคไตได้  thaihealth

แฟ้มภาพ

คนไทยป่วยไตวายเรื้อรังกว่า 11 ล้านคน 17% ของประชากร ต้องล้างไตถึง 1 แสนราย เพิ่มปีละ 1 หมื่น พบข้อมูล 10-20% เกิดจากใช้ยาและสมุนไพร สมาคมโรคไตฯ ยืนยันไม่มีสมุนไพรใดรักษาได้ผล หากใช้เสี่ยงเกิดพิษ ขณะที่ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯเตือนผู้ป่วยกิน "เห็ดหลินจือ" บ่อย ตับ-ไตวายมากขึ้น "มะม่วงหาวมะนาวโห่" ทำไตขับโพแทสเซียมไม่ทันถึงตาย ให้ระวัง "มะเฟือง-ตะลิงปลิง-ไคร้เครือ-ปวยเล้ง"

ภายในกิจกรรมเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน กลเม็ด เคล็ดลับ ป้องกันไตวาย ตอน "เรื่องควรรู้เกี่ยวกับยาและสมุนไพรกับโรคไต" ศ.นพ.เกรียงศักดิ์ วารีแสงทิพย์ นายกสมาคมโรคไต แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ข้อมูลของสมาคมโรคไตฯ พบว่ามีคนไข้ป่วยไตวายเรื้อรังประมาณ 11 ล้านคน คิดเป็น 17% ของคนไทย ขณะที่ทั่วประเทศ มีอายุรแพทย์โรคไตเพียง 850 คนเท่านั้น

ปัจจุบันมีผู้หวังดีจำนวนมาก นำเสนอยาหรือสเต็มเซลล์ว่ารักษาโรคไตได้ผลให้กับคนไข้ โดยมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่หลักฐานทางวิชาการในเรื่องการช่วยชะลอความเสื่อมของไต หรือช่วยการทำงานของไตดีขึ้นได้ ยังไม่ชัดเจน จึงไม่อยากให้ประชาชนหลงเชื่อผู้หวังดีเหล่านี้

ข้อมูลทางวิชาการในปัจจุบัน ยังไม่มีสมุนไพรชนิดใดหรือตำรับใดได้รับการบรรจุไว้ในรายการยา จากสมุนไพรของบัญชียาหลักแห่งชาติในข้อบ่งใช้ในการรักษาโรคไต เท่ากับยังไม่มีสมุนไพรตัวใดที่มีข้อมูลหลักฐานทางงานวิจัยหรือการบันทึกมากเพียงพอที่แสดงถึงประโยชน์ในการรักษาโรคไตได้อย่างมั่นใจ การนำมาใช้จึงอาจ ทำให้เกิดโทษต่อผู้ป่วยโรคไตได้

ทั้งนี้ การใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อรักษาโรคไตตามที่มีการแชร์หรือโฆษณานั้น ไม่มีข้อมูลรองรับที่เพียงพอ และอาจทำให้เกิดผลเสียได้ในผู้ป่วยโรคไต จึงควรหลีกเลี่ยง แต่ถ้าหากจะนำมาใช้จริงจะต้องวิเคราะห์ข้อมูล ตามหลักการของแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งจะต้องมีข้อมูลที่ชัดเจน โดยเฉพาะการวิจัย ที่ทำให้แน่ใจถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัย

"ไตเป็นอวัยวะที่สามารถเกิดอันตรายจากการใช้ยาและสารต่าง ๆ ได้ง่าย เนื่องจากสารต่าง ๆ มาที่ไตในปริมาณและความเข้มข้นที่สูงกว่าอวัยวะอื่น ๆ จึงมีโอกาสเกิดพิษจากยาสูง โดยยาแผนปัจจุบันจะมีข้อมูลของขนาดยาที่เหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละรายให้แพทย์เลือกใช้ทำให้มีโอกาสเกิดพิษต่อไตน้อย ในขณะที่ยาสมุนไพรส่วนใหญ่ยังไม่มีข้อมูลเหล่านี้ชัดเจน"

"นอกจากนี้ สมุนไพรยังอาจมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาประจำที่แพทย์สั่ง ซึ่งอาจลดประสิทธิภาพหรือเกิดพิษของยาขึ้นได้ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรส่วนใหญ่ที่จำหน่ายในท้องตลาดมักมีมากกว่าหนึ่งชื่อ ซึ่งมักจะไม่ได้ระบุองค์ประกอบ ปริมาณและสัดส่วนของสารต่าง ๆ เอาไว้ ทำให้เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะมีองค์ประกอบที่อาจเป็นพิษต่อไตด้วยหรือไม่" ศ.นพ.เกรียงศักดิ์กล่าว

ศ.นพ.สมชาย เอี่ยมอ่อง ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ประชากรทั่วโลกป่วยโรคไตเรื้อรังมากกว่า 850 ล้านคน คิดเป็นกว่า 10% ของประชากรโลก ต้องล้างไต 2.5 ล้านคนและอีกไม่กี่ปีจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ส่วนในประเทศไทยมีผู้ป่วยต้องล้างไตราว 1 แสนคน และเพิ่มปีละ 1 หมื่นคน โดยข้อมูลทั่วโลกและประเทศไทยพบว่า 10-20% ของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังมีสาเหตุจากการกินยาและสมุนไพร จึงเป็นปัญหาเหมือนกัน ทั่วโลกไม่เฉพาะในประเทศไทย

ทั้งนี้ปัจจุบันความรู้ด้านสมุนไพรที่ไม่ถูกต้องมาจากหลายแหล่ง โดยเฉพาะมาจากทางสื่อออนไลน์ ยกตัวอย่าง เช่น โฆษณาที่ว่าหากต้องการหายจากโรคไต ให้เอาเซี่ยงจี๊มาต้มกับน้ำ แล้วดื่มอย่างน้อยวันละสามแก้ว ตรงนี้เป็นการบอกเล่าที่ผิด ปกติคนป่วยเป็นโรคไตไม่ให้กินเครื่องในสัตว์เยอะ เพราะมันมีเกลือแร่และกรดเกาต์ค่อนข้างมาก แล้วน้ำอีก แล้วแชร์เรื่องที่ไม่จริงไปเรื่อยๆ ก็ส่งปัญหาวุ่นวายปรากฏว่า คนเป็นโรคไต ไปรับประทานเกิดอาการบวมน้ำ น้ำท่วมปอด ไปจนถึงเข้าสู่หัวใจ อันตรายไปอีกขั้น

สมุนไพรอีกชนิดหนึ่ง คือ เห็ดหลินจือ เป็นสมุนไพรจีนดังมากที่ผู้ป่วยไต สนใจในเรื่องที่ว่าบำรุงไต ซึ่งสรรพคุณจริงๆไม่ได้มีอะไรจะช่วยได้เป็นพิเศษ นอกจากกำจัดอาหาร กำจัดน้ำ กำจัดเกลือ แถมเห็ดหลินจือยังมีราคาแพง คุณสมบัติของอวัยวะ อย่างไตนั้น จะช่วยกำจัดของเสีย เมื่อผู้ป่วยโรคไตเสื่อมรับประทานเข้าไป ไตต้องมา ขับสารเหล่านี้มากขึ้น แล้วผู้ป่วยโรคไตที่มาฟอกไตหรือฟอกเลือดแล้วยิ่งรับประทาน เห็ดหลินจือเข้าไป ก็จะทำให้ไตเสื่อม ไตวายได้

บางรายที่รับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ทำมาจากเห็ดหลินจือบ่อยๆ ปรากฏว่ามีอาการเพิ่มขึ้นด้วยโรคตับและไตวายเฉียบพลัน  มะม่วงหาว มะนาวโห่ สมุนไพรอีกหนึ่งชนิดที่มีความเชื่อว่าเป็นยาต้านอนุมูลอิสระ สรรพคุณจะช่วยป้องกันเซลล์มะเร็ง แต่สำหรับผู้ป่วยโรคไต อาจมีผลทำให้ไตขับสารโพแทสเซียมออกมาไม่ทัน ส่งผลทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะและอาจเสียชีวิตได้

ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ นายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า คนไข้บางรายหลงเชื่อการโฆษณาสินค้าที่ช่วยรักษาโรคไตผ่านสื่อต่างๆแล้วหลงเชื่อ ใช้เงินไปถึง 1 ล้านบาทในการรักษา แต่สุดท้าย ไม่หายตรงกันข้ามโรคกลับยิ่งเลวร้ายขึ้น และมีแนวโน้มที่ผู้ป่วยจะหลงเชื่อและสูญเงินเช่นนี้มากขึ้น จึงอยากฝากถึงประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อข้อมูลจากสื่อต่างๆ โดยไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลนั้นๆ โดยเฉพาะควรสอบถามจากแพทย์

พล.อ.ท.นพ.อนุตตร จิตตินันทน์ อายุรแพทย์โรคไต รพ.ภูมิพลอดุลยเดช กล่าวว่า ยังไม่มีสมุนไพรตัวใด ที่มีการวิจัยในมนุษย์โดยวิธีการวิจัยที่เหมาะสมแล้วสามารถพิสูจน์ได้ว่าช่วยให้การทำงานของไตดีขึ้น จึงต้องระวังสมุนไพรที่อยู่ในท้องตลาด ที่มีกระบวนการผลิตที่ไม่สะอาดและมีสิ่งหรือสารปนเปื้อน เช่น สเตียรอยด์ บางครั้งพบมากถึง 30% ที่สุ่มตรวจยาสมุนไพร นอกจากนี้ยังพบการปนเปื้อนอันตรายจากสารหนู แคดเมียม ซึ่งเป็นโลหะที่มีผลต่อโรคไต

นอกจากนี้ ยังมีสมุนไพรอีกหลายประเภท เช่น มะเฟือง จะมีกรดออกซาเลตหรือกรดออกซาลิก กรดที่อยู่ในน้ำจะไปจับกับแคลเซียมที่ไต แล้วจะเกิดอาการไตวายเฉียบพลัน ตะลิงปลิง และปวยเล้ง ถ้านำมาปั่นเป็นน้ำ รับประทานเยอะ ๆ อาจทำให้ไตวายเฉียบพลันได้ ส่วน แครนเบอรี่ ที่ตรวจพบเจอมักจะเป็นในรูปอาหารเสริม เมื่อรับประทานจำนวนมาก ทำให้เกิดนิ่ว มีผลการทำงานของไตผิดปกติ และจากข้อมูลรายงานจากต่างประเทศพบว่า สมุนไพรอย่าง ไคร้เครือ ปัจจุบันห้ามใช้ทั่วโลก ยืนยันแล้วว่าทำให้เกิดไตวายและเป็นมะเร็งปัสสาวะ

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2562 ของ สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -
  • นานาทัศนะ สสส. กับการตรวจสอบ -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม