'กรดไหลย้อน' โรคสุดฮิตของคนกรุง

| |
อ่าน : 974

ที่มา : เว็บไซต์ไทยรัฐ

\'กรดไหลย้อน\' โรคสุดฮิตของคนกรุง thaihealth

แฟ้มภาพ

          ด้วยวิถีชีวิตที่เร่งรีบของคนในสังคมยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในสังคมเมืองใหญ่ๆ อย่างกรุงเทพฯ ที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องแข่งขันกับเวลาอยู่ตลอดเวลา ทำให้คนกรุงมีชีวิตที่เร่งรีบ มีพฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่ถูกต้อง บวกกับความเครียดที่รุมเร้า ทั้งเรื่องงานและชีวิตประจำวันจนทำให้คุณเสี่ยงที่จะเป็น“โรคกรดไหลย้อน”

          รู้จัก “โรคกรดไหลย้อน” เป็นภาวะที่กรดน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาในหลอดอาหาร ทำให้เกิดการระคายเคือง อักเสบ หรือเกิดแผลในหลอดอาหาร หากอักเสบเรื้อรังอาจทำให้หลอดอาหารเกิดการตีบตันและเซลล์เยื่อบุหลอดอาหารเกิดการเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่ทำการรักษา อาจกลายเป็นมะเร็งหลอดอาหารได้ในที่สุด

          สาเหตุโรคกรดไหลย้อนเกิดจากการที่หูรูดกั้นระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหารไม่มีประสิทธิภาพ ปิดไม่สนิท หรือเปิดบ่อยผิดปกติ ทำให้มีกรดน้ำย่อยเกิดขึ้น หรืออาจเกิดจากการบีบตัวของหลอดอาหารผิดปกติ ทำให้อาหารไหลลงไปช้า หรืออาหารที่ไหลย้อนขึ้นมาจากกระเพาะอาหารค้างอยู่ในหลอดอาหารนานผิดปกติและสุดท้ายอาจเกิดจากการบีบตัวของกระเพาะอาหารผิดปกติ ทำให้อาหารค้างอยู่ในกระเพาะนานกว่าปกติ เพิ่มโอกาสให้เกิดการไหลย้อนของกรดจากกระเพาะอาหารสู่หลอดอาหารมากขึ้น

          นอกจากนี้ใครที่มีพฤติกรรมดื่มสุรา, อ้วน, ตั้งครรภ์, สูบบุหรี่, กินอาหารมื้อเย็นตอนดึกๆ, อาหารรสเปรี้ยวจัด เผ็ดจัด, อาหารมันๆ ของทอดๆ ก็เสี่ยงที่จะเป็นโรคกรดไหลย้อนด้วยเช่นกัน

          อาการคุณจะรู้สึกแสบร้อนบริเวณยอดอกและคอ รู้สึกว่ามีน้ำรสเปรี้ยวหรือขมไหลย้อนขึ้นมาจนถึงปาก อาการนี้จะเป็นมากหลังการกินมื้อหนักๆ หรือเมื่อโน้มตัวไปข้างหน้า ยกของหนัก หรือขณะนอนหงาย

          แนวทางปฏิบัติตัวเมื่อเป็นโรคกรดไหลย้อนหากมีอาการดังกล่าวข้างต้นควรไปพบแพทย์เพื่อวางแผนการรักษา ซึ่งแพทย์อาจจะรักษาด้วยยา หรือใช้ยาร่วมกับการผ่าตัด เพื่อให้ผลการรักษาได้ผลดีผู้ป่วยจะต้องปฏิบัติตัวดังนี้

          หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และน้ำอัดลมหลีกเลี่ยงการกินอาหารรสเผ็ดจัด และรสเปรี้ยวจัดหลีกเลี่ยงการกินอาหารมันๆ และช็อกโกแลต เพราะจะทำให้กระเพาะอาหารบีบตัวช้าลงการกินอาหารในแต่ละมื้อควรกินในปริมาณน้อยๆ โดยอาจแบ่งการกินเป็นหลายๆ มื้อหลีกเลี่ยงการกินอาหารมื้อเย็นในปริมาณมากๆ ไม่กินอาหารใกล้กับเวลานอน และไม่นอนภายใน 3 ชั่วโมง หลังการกินอาหารหากคุณเป็นคนอ้วน หรือมีน้ำหนักเกิน ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อทำการลดน้ำหนักอย่างจริงจังควรสวมเสื้อผ้าที่หลวมๆ และไม่ควรรัดเข็มขัดแน่นเกินไปนอนหนุนหัวเตียงให้สูงหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หลีกเลี่ยงความเครียด ทำจิตใจให้แจ่มใส และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแม้ว่าโรคกรดไหลย้อนจะไม่ใช่โรคที่มีอันตรายหรือร้ายแรงมากนัก แต่หากเป็นแล้ว ก็ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันอยู่ไม่น้อยเลย ดังนั้นหากใครที่กำลังเป็นโรคนี้อยู่ ก็แค่ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต และการกินอาหาร ก็จะช่วยให้หายจากโรคนี้ได้เร็วขึ้น ส่วนใครที่ยังไม่มีอาการ ก็ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้ เพราะการป้องกันไม่ให้เกิดโรคน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

 

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2561 ของ สสส. -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -
  • การจัดทํารายงานทางการเงินของโครงการ -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • นานาทัศนะ สสส. กับการตรวจสอบ -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม