เฝ้าระวัง“พิษสุนัขบ้า”พื้นที่เสี่ยง

โดย
| |
อ่าน : 207

ที่มา : เว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข

ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ

คุมเข้ม“โรคพิษสุนัขบ้า”พื้นที่เสี่ยง thaihealth

แฟ้มภาพ

“กระทรวงสาธารณสุข” ใช้กลยุทธ์ อสม.เคาะประตูบ้าน เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า ปีนี้พบเสียชีวิตแล้ว 4 ราย ตั้งเป้ากำจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปจากไทยในปี 2563

นายแพทย์โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้าตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ว่า ด้วยพระปณิธานของศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ที่ทรงห่วงใยปัญหาโรคพิษสุนัขบ้า ที่กำลังเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ รวมถึงพระวิสัยทัศน์ที่เกี่ยวกับสุขภาพหนึ่งเดียว โดยมีพระประสงค์ให้โรคพิษสุนัขบ้าหมดไปจากประเทศไทย สอดคล้องกับเป้าหมายองค์การอนามัยโลก(WHO) และองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ(OIE) กำหนดให้ทุกประเทศในภูมิภาคอาเซียนกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปภายในปี พ.ศ.2563 ไทยฐานะภาคีสมาชิกต้องดำเนินการตามเป้าหมายดังกล่าว

นายแพทย์โสภณ กล่าวว่า การประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุม และรักษาโรคพิษสุนัขบ้าในคน ได้เสนอเรื่องเพื่อพิจารณาที่สำคัญ อาทิ แนวทางการควบคุมโรคโดยใช้กลไกของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ให้ อสม.เคาะประตูบ้าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังผู้ถูกสัตว์กัด โดยจะมีการพิจารณาเพื่อนำมาใช้ ในการดำเนินงานกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปจากประเทศไทย อย่างไรก็ตามการที่จะให้บรรลุตามเป้าหมาย จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชน และภาคีเครือข่ายต่างๆ

นายแพทย์โสภณ กล่าวต่อว่า สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค รายงานสถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าประเทศไทย ปี พ.ศ.2559 ที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตจากพิษสุนัขบ้า 14 ราย ในปีนี้ ตั้งแต่ 1 มกราคม-10 พฤษภาคม 2560 พบผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย สาเหตุของการเสียชีวิต คือ การไม่ได้รับวัคซีนหลังถูกสัตว์กัดข่วน กระทรวงสาธารณสุขมีมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันควบคุมโรค ได้แก่ 1.การป้องกันโรค (Prevent) เน้นการป้องกันการเกิดโรคในคน สร้างความตระหนักให้ประชาชนปฏิบัติตนหลังถูกกัดอย่างถูกต้องเพื่อป้องกันการเสียชีวิต และการเลี้ยงสัตว์อย่างรับผิดชอบ 2.การตรวจค้นหาความผิดปกติ(Detect) เมื่อพบสัตว์สงสัยในพื้นที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้า ให้ดำเนินการควบคุมโรคโดยเร็วที่สุด 3.การตอบโต้รวดเร็วมีประสิทธิภาพ (Response) ออกสอบสวนโรคร่วมกันภายใน 24 ชั่วโมง ค้นหาติดตามผู้สัมผัสโรคให้มารับการฉีดวัคซีนภายใน 48 ชั่วโมง 

ข้อปฏิบัติให้ปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า 1.ใช้หลักการ 5 ย. ป้องกันการถูกกัด “อย่าแหย่ อย่าเหยียบ อย่าแยก อย่าหยิบ อย่ายุ่ง” อย่าแหย่ให้สุนัขโมโห อย่าเหยียบสุนัข หรือทำให้สุนัขตกใจ อย่าแยกสุนัขที่กำลังกัดกันด้วยมือเปล่า อย่าหยิบชามอาหารขณะสุนัขกำลังกิน และอย่ายุ่งกับสุนัขนอกบ้านหรือที่ไม่ทราบประวัติ 2.กรณีถูกกัดให้รีบล้างแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง ใส่ยาฆ่าเชื้อ เช่น เบตาดีน และเน้นย้ำให้รีบไปพบแพทย์ เพื่อรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคอย่างเหมาะสม ร่วมกับกักขังสัตว์ที่กัดสังเกตอาการอย่างน้อย 10 วัน หากสัตว์ตัวนั้นมีอาการปกติแสดงว่าไม่มีเชื้อพิษสุนัขบ้า แต่หากเสียชีวิต รีบแจ้งกรมปศุสัตว์ หรือสถานเสาวภาเพื่อส่งตรวจหาเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าทางห้องปฏิบัติการ 3.หลังจากถูกกัด ควรรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า อย่างต่อเนื่องครบชุดตามเวลาที่แพทย์นัด หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -
  • การจัดทํารายงานทางการเงินของโครงการ -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2560 ของ สสส. -
  • นานาทัศนะ สสส. กับการตรวจสอบ -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม