เรียนรู้รากเหง้า ลดปัญหาการละทิ้งถิ่นเกิด

| |
อ่าน : 156

ที่มา : เว็บไซต์ไทพีอาร์

ภาพประกอบจากเว็บไซต์ไทพีอาร์

เรียนรู้รากเหง้า ลดปัญหาการละทิ้งถิ่นเกิด thaihealth

ข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า ปี 2559 มีประชากรที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ กว่า 5.6 ล้านคน คิดเป็น 8.63 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งประเทศ ทำให้เห็นภาพสะท้อนการพัฒนาเมืองในประเทศไทยว่า กระจุกตัวอยู่แต่ในเมืองหลวง ทำให้ผู้คนเดินออกห่างจากชุมชนถิ่นเกิดมาศึกษาเล่าเรียน สร้างเนื้อสร้างตัวในกรุงเทพฯ จนส่งผลกระทบเป็นคือ ขาดแคลนคนรุ่นใหม่ที่จะลุกขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นในอนาคต

แม้ปัจจุบันภาครัฐจะพยายามกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคผ่านหลายนโยบาย เพื่อลดปัญหาการทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิด ที่ต้องใช้เวลาหลายปีจึงจะบรรลุผล เพราะเป็นปัญหาใหญ่ที่มีความซับซ้อนมาก แต่สิ่งหนึ่งที่พอจะเป็นทางออกที่ดีและสามารถลงมือทำได้ทันทีนั่นคือ การปลูกฝังเด็กและเยาวชนในชุมชนได้เรียนรู้เรื่องราวท้องถิ่น และเปิดพื้นที่ เปิดโอกาสให้พวกเขานำศักยภาพที่มีอยู่มาช่วยเหลือชุมชนทางใดทางหนึ่ง เพื่อสร้างความผูกพันและเห็นตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่สามารถลุกขึ้นมาเป็นเรี่ยวแรงให้ชุมชนต่อไป

ผลลัพธ์หนึ่งของวิธีดังกล่าวเกิดขึ้นแล้วที่ตำบลบางจะเกร็ง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ที่มีประชากรส่วนหนึ่งเป็นชาวมอญซึ่งอพยพเข้ามาตั้งรกรากตั้งแต่สมัยอยุธยา ทำให้เกิดประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์นั่นคือ การรำผีมอญ หรือ"จุ๊เมิญ" ที่มักจัดขึ้นก่อนพิธีบวชลูกหลานชาวมอญ โดยสมัยก่อนชาวมอญให้ความสำคัญและศรัทธากับพิธีกรรมนี้มาก แต่ปัจจุบันกลับเหลือคนเฒ่าคนแก่เพียงไม่กี่คนที่รู้ กระทั่งเทศบาลตำบลบางจะเกร็งชักชวนเด็กๆ ในชุมชนเข้าร่วมโครงการพลังเด็กและเยาวชนเพื่อการเรียนรู้ภูมิสังคมภาคตะวันตก โดยการดำเนินงานของศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น จังหวัดสมุทรสงคราม ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ทำให้ประเพณีจุ๊เมิญเห็นแววฟื้นคืนมาอีกครั้ง...

นายสุขเกษม โง้วสกุล นายกเทศมนตรี ตำบลบางจะเกร็ง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า เทศบาลมีนโยบายส่งเสริมกิจกรรมเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนในตำบล เพราะมองว่าพวกเขาจะมาเป็นกำลังสำคัญในการดูแลพัฒนาท้องถิ่นในอนาคต โดยมุ่งเน้นสร้างความร่วมมือกับสถานศึกษา ซึ่งเป็นสถานที่ที่เด็กและเยาวชนใช้เวลาอยู่ด้วยมากที่สุด

ด้าน นางรจนา ชูสกุล รองปลัดเทศบาลตำบลบางจะเกร็ง บอกว่า เมื่อได้รับการติดต่อจากโครงการพลังเด็กและเยาวชนฯ จึงติดต่อโรงเรียนวัดศรัทธาธรรมที่เคยร่วมงานกันมาก่อน โชคดีที่ผู้อำนวยการโรงเรียนสนับสนุนให้นักเรียนทำกิจกรรมเพื่อชุมชนอยู่แล้ว การร่วมมือกันจึงง่ายขึ้น เพราะเห็นถึงเป้าหมายเดียวกัน "เรามองว่าเด็กมีศักยภาพที่จะทำได้ แต่ผู้ใหญ่ต้องสนับสนุนให้ถูกทาง เพราะฉะนั้นผู้ใหญ่เองก็ต้องร่วมมือกันเพื่อปูทางให้เด็กด้วย"

เมื่อได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ กลุ่มเยาวชน 7 คน ประกอบด้วย จ๊อบ-จิรภัทร แวงสุข ปาล์ม-พรนภา อินตา เชียร์-วิชิราพรรณ กลัดเจริญ จี้-กัญญาภัค กรุตสุข แสตมป์-ณัฏฐา ไทรทอง ปาน ยังอยู่ และ แง ยังอยู่ จึงรวมตัวกันทำโครงการในชุมชน หลังลงไปเรียนรู้ชุมชนหลายสิบครั้ง จนได้ไทม์ไลน์ (Timeline) ที่ฉายภาพความเปลี่ยนแปลงแต่ละช่วงเวลาของชุมชนอย่างชัดเจน พวกเขาค้นพบว่า ภายในชุมชนมีประเพณีสำคัญที่เรียกว่า "จุ๊เมิญ" ซึ่งเป็นกุศโลบายที่บรรพบุรุษกำหนดไว้ให้ลูกหลานประพฤติตนตามกฎเกณฑ์ของสังคม หากทำสิ่งดีจะมีบรรพบุรุษคอยปกป้องดูแล แต่หากประพฤติตนเสื่อมเสียจะถูกลงโทษจากผีบรรพบุรุษ และเป็นการแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับด้วยการระลึกถึงและเชื้อเชิญมาร่วมงานบุญ สำหรับการประกอบพิธีกรรมจะทำโดยร่างทรงที่เป็นผู้หญิง เพราะตามความเชื่อเล่าว่า จุ๊เมิญคือชื่อผีบรรพบุรุษของชาวมอญที่เป็นผู้ชาย จึงชอบเข้าทรงผู้หญิงเท่านั้น แต่ปัจจุบันมีจุ๊เมิญเหลืออยู่เพียงคนเดียวคือ ยายทองอยู่ ศรีสมุทรอายุเกือบ 90 ปี ถ้าไม่กระตุ้นให้คนในชุมชนหันมาสนใจและอนุรักษ์ไว้ก็มีแนวโน้มสูญหายจากชุมชนมอญบางจะเกร็งอย่างแน่นอน จึงเป็นที่มาของการทำโครงการศึกษาเรียนรู้วัฒนธรรมจุ๊เมิญในพื้นที่ตำบลบางจะเกร็ง

เนื่องจากข้อมูลเกี่ยวกับประเพณีจุ๊เมิญไม่สามารถหาได้ทั่วไปทางอินเทอร์เน็ตและหนังสือ ทีมงานจึงต้องเก็บข้อมูลจากผู้รู้ในชุมชนหลายครั้งเพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วนและถูกต้องที่สุด จากนั้นนำมาจำแนกหมวดหมู่ตามหัวข้อคือ ประวัติความเป็นมาของชุมชนไทย-รามัญ ความสำคัญของประเพณีมอญ (จุ๊เมิญ) คุณค่าที่ควรรักษา และการประกอบพิธีกรรม แล้วประมวลข้อมูลทั้งหมด ก่อนนำมาเผยแพร่ผ่านเสียงตามสายให้คนในโรงเรียนได้รับรู้ พร้อมทั้งแสดงละครเพื่อตอกย้ำความเข้าใจในความสำคัญของประเพณี

นอกจากนั้นยังจัดทำ "จุลสารสืบสานตำนานมอญจุ๊เมิญ" ไปแจกจ่ายแก่โรงเรียน ชุมชน และห้องสมุดในจังหวัดกว่า 50 แห่ง เพื่อเผยแพร่เรื่องจุ๊เมิญให้เข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย 6 เดือนของการลงมือทำ นอกจากทีมงานจะสามารถเก็บรวบรวมองค์ความรู้เรื่องประเพณีจุ๊เมิญไว้ได้แล้ว การลงมือทำยังก่อให้เกิดการเปลี่ยนในตัวทีมงานไม่น้อย ที่เห็นเด่นชัดคือ ทุกคนมั่นใจในตัวเองมากขึ้น เพราะได้ลงมือทำ จนกล้าคิด กล้าทำ จากเดิมที่ไม่อยากออกไปพูดคุยกับผู้คนในชุมชน เพราะกลัวไม่ได้รับความร่วมมือ กลับกล้าเปิดตัวเองเข้าหาผู้อื่น จนเกิดเป็นความสัมพันธ์ใกล้ชิด และรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

เชียร์ บอกอีกว่า โครงการนี้เข้ามาเปลี่ยนมุมมองความคิดของเธอที่มีต่อคนใกล้ตัวไปอย่างสิ้นเชิง "เมื่อก่อนเราแค่เห็นว่าชุมชนอยู่ตรงนั้น แต่พอมาทำโครงการทำให้เห็นชีวิตของคนในชุมชนด้วย อย่างคนแก่หลายคนต้องอยู่บ้านตามลำพัง ดูน่าสงสาร ทำให้เราหันไปมองปู่ย่าตายายของเรา และพูดคุยกับเขามากขึ้น สนใจเขามากขึ้น"

ฟาก ครูรุ้ง-สิริลักษณ์ อินทรบุตร ที่ปรึกษาโครงการ เล่าถึงพัฒนาการของลูกศิษย์ที่มองเห็นว่า จากเดิมนักเรียนแทบไม่มีความภาคภูมิใจที่จะพูดถึงความเป็นมอญของตัวเอง เพราะรู้สึกอาย และมองตัวเองแตกต่างจากคนส่วนใหญ่ แต่ตอนนี้ทีมงานสามารถลุกขึ้นพูดภาษามอญบนเวทีต่อหน้าเพื่อนๆ ได้อย่างภาคภูมิใจ

เรื่องราวการทำโครงการจุ๊เมิญของเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้คืออีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า การเอาตัวเอาใจเข้าไปเรียนรู้ชุมชนสามารถทำให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจในรากเหง้าและวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นแล้ว ยังช่วยกระชับสายสัมพันธ์ระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ให้แน่นแฟ้นขึ้น ที่สำคัญที่สุดคือ ทำให้ทีมงานปรับเปลี่ยนวิธีคิด จากที่เคยนิ่งดูดายไม่สนใจว่าสิ่งดีๆ ในชุมชนจะอยู่หรือหายไปก็ลุกขึ้นมาเอาธุระพยายามสืบค้นและสานต่อให้วัฒนธรรมดีๆ คงอยู่ ทำให้คาดหวังได้ว่า ในอนาคตพวกเขาจะขึ้นมาเป็นเรี่ยวแรงสำคัญในการดูแลชุมชนให้คงอยู่เพื่อลูกหลานรุ่นต่อไป

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -
  • การจัดทํารายงานทางการเงินของโครงการ -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2560 ของ สสส. -
  • นานาทัศนะ สสส. กับการตรวจสอบ -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม