ปกป้องไต ใส่ใจวิตามินดี

| |
อ่าน : 345

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ปกป้องไต ใส่ใจวิตามินดี thaihealth
แฟ้มภาพ

วิตามินดี ช่วยเสริมสร้างกระดูก ช่วยสะสมแคลเซียมและฟอสฟอรัสในกระดูก และช่วยกระตุ้นให้มีการหลั่งแคลเซียมออกจากผิวกระดูกไปยังกระแสเลือด

นอกจากนี้ยังช่วยคุมสมดุลปริมาณการใช้แคลเซียมและฟอสฟอรัสในร่างกาย เพราะเป็นสารสำคัญในการหลั่งฮอร์โมนพาราไทรอยด์ ซึ่งช่วยดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสในลำไส้เข้าสู่กระแสเลือด

ภาวะขาดวิตามินดีสามารถส่งผลต่อชีวิต เนื่องจากวิตามินดีจะทำให้แคลเซียมในกระแสเลือดลดลง และกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนพาราไทรอยด์เพิ่มขึ้น เกิดภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไปและมีแคลเซียมในเลือดสูงขึ้นมาก ซึ่งจะส่งผลต่อการควบคุมความดันโลหิต จนเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวตามมาได้

ปกติเราจะได้รับวิตามินดี จากการรับประทานน้ำมันตับปลาค็อด ปลาที่มีไขมันสูง อาทิ ปลาแซลมอน ปลาทูฝรั่ง (Mackerel) และจากแสงแดดที่มีรังสีอุลตราไวโอเล็ตชนิดบี (UVB) ซึ่งได้รับการสังเคราะห์ผ่านกระบวนการของผิวหนัง ทั้งนี้ วิตามินดีจากทุกแหล่งที่อยู่ในร่างกาย จะถูกเปลี่ยนให้อยู่ในรูปที่ออกฤทธิ์ได้ที่บริเวณไต

พ.ท.นพ.บัญชา สถิระพจน์ แผนกโรคไต กองอายุรกรรม โรงพยาบาลและวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นเมืองร้อนที่มีแดดออกตลอดปี แต่กลับพบว่าคนไทยมีภาวะพร่องวิตามินดีในเลือดเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ สาเหตุหลักเพราะคนไทยไม่ค่อยออกแดด คนกรุงเทพฯทำงานในออฟฟิศ ไม่ค่อยได้เจอแดด เวลาออกไปข้างนอกก็ต้องทาครีมกันแดด สวมหมวก กางร่ม

สาเหตุที่ต้องมีการรณรงค์ให้คนไทยหันมาใส่ใจเรื่องวิตามินดีเนื่องในวันไตโลก เพราะไตและวิตามินดี มีความสัมพันธ์และมีความสำคัญต่อกันเป็นอย่างยิ่ง ไตเป็นอวัยวะที่สร้างวิตามินดีในรูปพร้อมใช้ (active form) เมื่อไตเสื่อม ประสิทธิภาพในการแปลงสภาพวิตามินดีจากแสงแดดไปใช้ประโยชน์ก็ลดลง การสร้างวิตามินดีในร่างกายน้อยส่งผลให้การดูดซึมแคลเซียมจากอาหารลดลง แคลเซียมในเลือดก็ต่ำลง

ในขณะเดียวกัน วิตามินดีที่ลดลง ส่งผลให้ฟอสเฟสในเลือดสูงขึ้น เนื่องจากมีการผลิตพาราไทรอยด์ฮอร์โมนเพิ่มขึ้น นำไปสู่ภาวะกระดูกบาง อาจทำให้กระดูกหักง่าย และแคลเซียมสะสมอยู่ในผนังเส้นเลือด และมีความเสี่ยงนำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular disease) ตามมา ซึ่งทำให้มีอัตราการตายที่เพิ่มสูงขึ้น

คนไทยที่ป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังมีภาวะพร่องวิตามินดีในระดับที่น่าเป็นห่วง มีข้อมูลจากงานวิจัยเปิดเผยว่า คนไทยกว่า 45% มีระดับวิตามินดีที่ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวกรุงเทพฯมากกว่า 60% ได้รับวิตามินดีในระดับที่ไม่เพียงพอที่จะทำให้มีสุขภาพกระดูกและสุขภาพทั่วไปเป็นปกติ

สถิติเกี่ยวกับระยะของโรคไตเรื้อรังที่สัมพันธ์กับภาวะพร่องวิตามินดีจากการวิจัยในคนไข้โรคไตเรื้อรังระยะต่าง ๆ จำนวน 2,895 คน ในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า  พบว่า คนไข้โรคไตเรื้อรังตั้งแต่ระยะที่ 3 พบว่ามีภาวะพร่องวิตามินดีสูงถึง 66.6% และมีแนวโน้มพบภาวะพร่องวิตามินดีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อความรุนแรงของโรคเพิ่มขึ้น โดยพบว่าในคนไข้โรคไตระยะสุดท้ายมีภาวะพร่องวิตามินดีสูงถึง 84.7%

ขณะที่ทั่วโลกก็มีประชากรกว่าหนึ่งพันล้านคนได้รับวิตามินดีไม่เพียงพอเช่นกัน แสดงให้เห็นว่าคนเรามองข้ามความสำคัญของการตากแดด และพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดดมากจนเกินไป

"วิตามินดีมีผลกับทุกอวัยวะ การขาดวิตามินดีอาจทำให้หลอดเลือดแข็งตัว ความดันขึ้น กล้ามเนื้ออ่อนแรง กระดูกบาง กระดูกพรุน ข้อเข่าเสื่อม กระดูกผิดรูป รูมาตอยด์ โรคเบาหวาน แก่กว่าวัย และยังสัมพันธ์กับโรคมะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ และมะเร็งต่อมลูกหมากด้วย การตรวจเลือดในห้องปฏิบัติการเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้ทราบว่าเป็นภาวะพร่องวิตามินดีหรือไม่ หากตรวจ พบภาวะพร่องวิตามินดี วิธีที่ดีที่สุดคือออกแดดให้เยอะขึ้น แต่ถ้าไม่สามารถออกแดดได้ก็สามารถรับประทานวิตามินดีเสริมได้ แต่ต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญวินิจฉัย เพราะการได้รับวิตามินดีมากเกินไปก็เป็นผลเสียเช่นกัน" พ.ท.นพ.บัญชา สถิระพจน์ กล่าวสรุป

 

 

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -
  • การจัดทํารายงานทางการเงินของโครงการ -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2560 ของ สสส. -
  • นานาทัศนะ สสส. กับการตรวจสอบ -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม