ลดใช้ยาปฏิชีวนะ และยาไม่จำเป็น

โดย
| |
อ่าน : 2,172

ที่มา : เว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข

ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ

ลดใช้ยาปฏิชีวนะ และยาไม่จำเป็น thaihealth

แฟ้มภาพ

“กระทรวงสาธารณสุข” เดินหน้าการใช้ยาอย่างสมเหตุผล  ลดการใช้ยาปฏิชีวนะ และยาที่ไม่จำเป็น เพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ป่วย ตั้งเป้าลดปริมาณการใช้ยาปฏิชีวนะลงร้อยละ 20 ลดการป่วยจากเชื้อดื้อยาร้อยละ 50 และลดค่าใช้จ่ายด้านยาที่ไม่เหมาะสมลง ภายในปี 2564

ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า องค์การอนามัยโลกระบุว่า ทั่วโลกมีการใช้ยาอย่างไม่เหมาะสมถึงร้อยละ 50 และในปี 2557 ประเทศไทยมีการป่วยจากเชื้อดื้อยาถึง 88,000 ครั้ง เกิดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่สูงขึ้น และทำให้ผู้ป่วยส่วนหนึ่งเสียชีวิต รัฐบาลตระหนักถึงปัญหาการใช้ยาในประเทศที่มีมูลค่าการใช้ปีละกว่าแสนล้านบาท จึงมีแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบยาแห่งชาติ เพื่อให้การใช้ยาในประเทศมีประสิทธิภาพ  ประชาชนปลอดภัย และคุ้มค่ากับงบประมาณของประเทศ ด้วยยุทธศาสตร์การทำงาน 5 ด้าน คือ การเข้าถึงยา การใช้ยาอย่างสมเหตุผล การพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตยา     ชีววัตถุ สมุนไพร การพัฒนาระบบการควบคุมยา และการสร้างเสริมกลไกการประสานเชื่อมโยงและยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบยาแห่งชาติ

สำหรับในยุทธศาสตร์การใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล ได้สั่งการให้โรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่ง ทุกระดับ เร่งรัดดำเนินการ เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย โดยตั้งเป้า ระหว่างปี 2560-2564 จะลดปริมาณการใช้ยาปฏิชีวนะลงร้อยละ 20 ลดการเจ็บป่วยจากเชื้อดื้อยาร้อยละ 50 และลดค่าใช้จ่ายด้านยาที่ไม่เหมาะสม คาดว่าจะช่วยประเทศชาติประหยัดงบประมาณจากการใช้ยาที่ไม่จำเป็นให้ได้มากที่สุด อย่างน้อยปีละ 10,000 ล้านบาท

ด้านนพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้ลงนามความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานประกันสังคม สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กรมบัญชีกลาง และกลุ่มสถาบันแพทย์ศาสตร์แห่งประเทศไทย ที่จะพัฒนาโรงพยาบาลส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล (RDU hospital) โดยกำหนดกลยุทธ์การดำเนินงานดังนี้ 1.ระดับต้นน้ำ โดยจัดระบบการควบคุมกำกับการผลิต/การนำเข้าและการกระจายยาที่มีคุณภาพ รวมถึงการจัดการยาที่มีคุณภาพ ในโรงพยาบาลโดยการกำกับดูแลของคณะกรรมการเภสัชกรรมและการบำบัด

2.ระดับกลางน้ำ โดยให้โรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่งเป็นโรงพยาบาลที่ส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล มีการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างรับผิดชอบ มีการจัดการเชื้อดื้อยา การส่งเสริมการใช้ยาสมุนไพรมากขึ้น และ3.ระดับปลายน้ำ โดยการสื่อสารทำความเข้าใจกับผู้ป่วยและประชาชน ในเรื่องการใช้ยาที่เหมาะสม ปัจจุบันมีโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกแห่งเข้าร่วมดำเนินการ

ในการดำเนินการให้เป็นโรงพยาบาลส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล จะยึดกุญแจสำคัญ 6 ประการ คือ P-L-E-A-S-E ประกอบด้วย 1. Pharmacy and Therapeutics Committee หรือคณะกรรมการเภสัชกรรมและการบําบัด ที่จะกำหนดนโยบายและพัฒนาระบบการจัดการด้านยาให้เป็นไปอย่างสมเหตุผล ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก  2. Labeling and Leaflet หรือฉลากยา ที่ให้ข้อมูลอย่างเพียงพอแก่ผู้ใช้ยา

3.Essential tools หรือเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการใช้ยาอย่างสมเหตุผล เช่น คำแนะนำการใช้ยาในกลุ่มโรคต่างๆ การคัดเลือกยา 4. Awareness การสร้างความตระหนักรู้แก่บุคคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย 5. Special population ว่าการใช้ยาในคนสูงอายุ เด็ก สตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร ผู้ป่วยโรคตับ โรคไตเรื้อรัง และผู้ป่วยกลุ่มพิเศษอื่นตามทีสถานพยาบาลกำหนด และ 6. Ethics คือ จริยธรรมในการจัดซื้อและจรรณยาบรรณการสั่งใช้ยา

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
 

Kade  say

ดีค่ะเบื่อการกินยามาก :)

Post : 01 มี.ค. 2560 17:14:15

  • เทคนิคการเลือก การจัดการประเด็นให้เป็นข่าว เผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนและสื่อออนไลน์ -
  • การรับสมัครและการเสนอชื่อบุคคล เพื่อเข้ารับการสรรหา เป็นรองประธานกรรมการคนที่สอง และกรรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ  ในคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • การจัดทํารายงานทางการเงินของโครงการ -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2560 ของ สสส. -
  • นานาทัศนะ สสส. กับการตรวจสอบ -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม