เสนอ ‘การ์ดคุมกำเนิด’ ให้วัยรุ่นไทย

โดย
| |
อ่าน : 2,907

แพทย์มหิดลเสนอทำ “การ์ดคุมกำเนิด” ให้โจ๋ไทย แค่ใบเดียวรูดได้ทันที รับฟรี “คอนดอม-ยาคุมฉุกเฉิน” ชี้ช่วยให้ได้ข้อมูลการคุมกำเนิดและวัดผลการท้อง การทำแท้งในวัยรุ่นลดลงหรือไม่ เตรียมชง สปสช.หนุนงบประมาณดำเนินการ 5 ล้านบาท คาดนำร่องกลุ่มอาชีวะก่อน ชูแพ็กเกจความรู้ให้เด็กตามช่วงอายุ

พญ.ภัทรวลัย ตลึงจิตร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นำเสนอโครงร่างงานวิจัยการศึกษามาตรการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น สำหรับประเทศไทย ว่า การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นและการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เป็นปัญหาสุขภาพที่นักวิชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดอันดับให้เป็นปัญหาที่มีความสำคัญอันดับ 1 ของวัยรุ่น เนื่องจากอัตราการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ทั้งยังไม่ทราบข้อมูลที่แท้จริง เพราะไม่มีข้อมูลเรื่องการทำแท้งแบบผิดกฎหมาย ดังนั้น การป้องกันที่ดีคือจะต้องให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชน และต้องเพิ่มการเข้าถึงบริการการคุมกำเนิดอย่างปลอดภัย

พญ.ภัทรวลัย กล่าวอีกว่า การให้ความรู้เด็กและเยาวชน เสนอว่าต้องจัดความรู้เป็นแบบแพ็กเกจตามช่วงอายุ โดยในกลุ่มวัยรุ่นตอนต้น คือ อายุ 10-13 ปี เน้นเรื่องการอย่ามีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร โดยจะต้องสอนให้มีทักษะในการใช้ชีวิต และรู้จักการปฏิเสธ ส่วนกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี ซึ่งมีข้อมูลว่าเด็กวัยนี้อย่างน้อยครึ่งหนึ่งล้วนเคยมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกแล้วนั้น ต้องเน้นการให้ความรู้เรื่องการมีเพศสัมพันธ์อย่างไรให้ปลอดภัย รู้จักป้องกันตัวเองและมีการคุมกำเนิดอย่างถูกต้อง

ส่วนการเพิ่มการเข้าถึงบริการคุมกำเนิดแบบปลอดภัย เสนอให้มีการทำการ์ดสำหรับวัยรุ่น ซึ่งประยุกต์มาจากประเทศอังกฤษ ที่มีการทำ u-card สำหรับวัยรุ่นหญิงในการขอรับบริการยาคุมฉุกเฉินฟรี และ c-card สำหรับวัยรุ่นชายอายุน้อยกว่า 24 ปี ในการขอรับบริการถุงยางอนามัยฟรี ซึ่งเห็นผลชัดเจนว่าช่วยลดปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นได้ โดยไทยจะทำเป็นการ์ดเพียงใบเดียว ซึ่งวัยรุ่นสามารถนำการ์ดนี้ไปขอรับบริการคุมกำเนิดอย่างปลอดภัยได้ตามสถานที่ต่างๆ เช่น ร้านสะดวกซื้อ ร้านขายยา เป็นต้น โดยจะต้องสแกนบาร์โค้ดบนการ์ด เพื่อส่งข้อมูลกลับไปยังฐานข้อมูล ซึ่งจะทำให้ทราบว่าในแต่ละเดือนมีเด็กขอใช้บริการกี่ราย และมีการจ่ายอุปกรณ์คุมกำเนิดไปเป็นจำนวนเท่าไร

"หากประเทศไทยเดินหน้าตามโครงร่างนี้ ก็จะนำร่องในกลุ่มเด็กอาชีวะก่อน เนื่องจากมีปัญหาเรื่องการตั้งครรภ์สูงมาก แต่เป็นสถานศึกษาที่เปิดกว้างในเรื่องนี้ คือเมื่อนักเรียนคลอดแล้วยังสามารถกลับมาเรียนต่อได้ ไม่เหมือนโรงเรียนในสังกัด สพฐ.โดยทางคณะผู้วิจัยจะเข้าไปดำเนินการอบรมให้แก่นักเรียนก่อน จากนั้นจะให้นักเรียนมาขอรับการ์ดตามความสมัครใจ โดยต้องกรอกแบบสอบถามเพื่อดูว่ามีความเข้าใจที่ถูกต้องหรือไม่ และให้กรอกที่อยู่ที่สะดวกในการจัดส่ง เพราะเด็กบางรายอาจไม่ต้องการให้ที่บ้านรับรู้ หรือบางรายสามารถลงทะเบียนขอรับการ์ดผ่านอินเทอร์เน็ตได้ โดยจะต้องมีการกรอกแบบสอบถามและที่อยู่เช่นกัน" พญ.ภัทรวลัย กล่าว
       
 

 

ที่มา : เว็บไซต์ astv ผู้จัดการออนไลน์

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2562 ของ สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -
  • นานาทัศนะ สสส. กับการตรวจสอบ -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม