ไทยลดเชื้อเอชไอวี แม่สู่ลูกเกือบเป็นศูนย์

| |
อ่าน : 1,512

กระทรวงสาธารณสุข เผยอัตราการติดเชื้อเอชไอวีในทารกแรกเกิดในประเทศไทยเกือบเป็นศูนย์ พร้อมเตรียมเสนอองค์การอนามัยโลกรับรองการยุติการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก

ไทยลดเชื้อเอชไอวี แม่สู่ลูกเกือบเป็นศูนย์ thaihealth

แฟ้มภาพ

ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายในงานวันเอดส์โลก Ready to stop new infection มุ่งสู่การยุติการติดเชื้อรายใหม่ในทารกแรกเกิด ณ ศูนย์อนามัยที่ 2 สระบุรี ว่า นับตั้งแต่ประเทศไทยมีการรายงานการติดเชื้อเอชไอวีในหญิงตั้งครรภ์เมื่อปี 2531 จากนั้นได้พบการขยายตัวอย่างรวดเร็วของปัญหาการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่ สู่ลูก ทำให้หลายองค์กรในประเทศไทย ทั้งภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรนานาชาติ ได้ร่วมมือกันพัฒนาโครงการนำร่องและการวิจัยในด้านการป้องกันการถ่ายทอด เชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกในประเทศไทย

ซึ่งที่ผ่าน มากระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายให้สถานบริการสาธารณสุข ดำเนินงานป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก โดยผสมผสานเข้ากับระบบบริการอนามัยแม่และเด็กของโรงพยาบาล เริ่มตั้งแต่ให้บริการตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวีในหญิงตั้งครรภ์ และให้นมผสมสำหรับทารกที่คลอดจากแม่ติดเชื้อ เอชไอวี ตั้งแต่ปี 2536 และเริ่มมีการให้ยาต้านไวรัสสูตร Zidovudine (AZT) ในแม่และทารกเพื่อป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกตั้งแต่ปี 2543 และมีการปรับเปลี่ยนสูตรยาต้านไวรัสเรื่อยมา จนกระทั่งได้แนะนำให้ยา Highly Active Antiretroviral Therapy (HAART) โดยเร็วที่สุดและต่อเนื่องหลังคลอด เพื่อลดการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจาก แม่สู่ลูกเป็นการดำเนินการตามมาตรฐานสากลเช่นเดียวกับหลายประเทศ

ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าวต่อไปว่า ผลทางการศึกษาพบว่า การให้ยา HAART สามารถลดการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกได้ประมาณ ร้อยละ 1 และไม่ก่อให้เกิดปัญหาการดื้อยาเมื่อหยุดยาหลังคลอด สำหรับเด็กที่เกิดจากแม่ที่ติดเชื้อเอชไอวีจะได้รับยาต้านไวรัสหลังคลอด ทันที และจะได้รับนมผสมทดแทนนมแม่เป็นเวลา 18 เดือน และตรวจรับการวินิจฉัยติดเชื้อเอชไอวีอย่างรวดเร็วภายใน 4 เดือน ซึ่งแม่และลูกหลังคลอดจะได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง หญิงตั้งครรภ์ที่มีผลเลือดเอชไอวีลบจะได้รับคำแนะนำปรึกษา เพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงและให้คงผลเลือดลบตลอดไป ตลอดจนมีระบบกำกับ ติดตาม การดำเนินงานที่เข้มแข็ง ได้มาตรฐานเพื่อการเฝ้าระวังงานทั้งในระดับประเทศและระดับพื้นที่

"จาก ผลการดําเนินงานในช่วงปี 2553 - 2554 ความครอบคลุมในการให้บริการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกอยู่ ในระดับสูง คือ หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอชไอวี ร้อยละ 94.1 และเด็กที่เกิดจากแม่ติดเชื้อร้อยละ 99 ได้รับยาต้านไวรัสเพื่อลดการติดเชื้อในทารกแรกเกิด ทําให้มีอัตราการติดเชื้อเอชไอวีในทารกแรกเกิด ร้อยละ 1.80 – 2.01 ซึ่งการให้บริการการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีและเชื้อซิฟิลิสจากแม่สู่ ลูกมีกระบวนการดำเนินงานที่มีมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับของทั้งระดับสากล และผู้ใช้บริการ ทั้งนี้ ผลลัพธ์การดำเนินงานสามารถควบคุมการติดเชื้อในทารกแรกเกิดได้ โดยเฉพาะเชื้อเอชไอวีและเชื้อซิฟิลิส แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพ มีความพร้อม ที่จะเข้าสู่การรับรองจากองค์การอนามัยโลก ในการยุติการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีและเชื้อซิฟิลิสจากแม่สู่ลูก” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าว

ทางด้าน นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ในปี 2558 นี้ กรมอนามัยได้เข้าสู่กระบวนการในการขอรับรอง การยุติการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีและเชื้อซิฟิลิสจากแม่สู่ลูก (Validation : Elimination of Mother to Child Transmission (EMTCT) of HIV and syphilis) โดยได้ดำเนินการ อาทิ แต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อการขอรับรองการยุติการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวี และเชื้อซิฟิลิสจากแม่สู่ลูก พร้อมทั้งมีคณะทำงานตรวจสอบข้อมูลด้านการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ด้านระบบข้อมูลและผลลัพธ์การดำเนินงานป้องกัน ข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วมของชุมชนในการป้องกัน ตลอดจนขอความร่วมมือไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพื่อลงข้อมูล กำกับติดตามการดำเนินงานของหน่วยบริการ เป็นต้น

"เนื่องจากที่ผ่านมามีหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอชไอวีประมาณ 4,500 คนต่อปี ซึ่งหากไม่มีการป้องกันมีโอกาสถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่ส่ลูกได้ 100 คน มาตรการที่กรมอนามัยดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ แห่งชาติ พ.ศ. 2555-2559 ประกอบด้วย 1) สถานบริการสาธารณสุขทุกเครือข่าย ควรจัดให้มีการบริการปรึกษาทั้งก่อนและหลังการตรวจหาเอชไอวีอย่างมีคุณภาพ ควรให้คำปรึกษาแบบคู่ และเก็บผลการตรวจเป็นความลับอย่างเคร่งครัด โดยแจ้งให้ทราบเฉพาะรายบุคคลและผู้ที่ได้รับการตรวจหาเชื้อเอชไอวีอนุญาต เท่านั้น 2) หญิงตั้งครรภ์ทุกคนและสามีหรือคู่ครอง จะได้รับการปรึกษาแบบคู่และตรวจหาเชื้อเอชไอวีด้วยความสมัครใจ หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อ เอชไอวีจะได้รับการตรวจเซลล์ CD4 และได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสที่มีฤทธิ์สูงหรือรักษาด้วยยาต้านไวรัส อื่น ๆ 3) เด็กที่เกิดจากแม่ที่ติดเชื้อเอชไอวีจะได้รับยาต้านไวรัส เมื่อแรกเกิดจะได้รับนมผสมสำหรับเลี้ยงเด็กทารก และได้รับการตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวี และ 4) แม่ ลูก และสามีหรือคู่ครองที่ติดเชื้อเอชไอวีจะได้รับยาต้านไวรัสตามการติดเชื้อ การส่งเสริมสุขภาพ และติดตามการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง” อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุด

 

 

ที่มา : สำนักสื่อสารและตอบโต้ความเสี่ยง กระทรวงสาธารณสุข

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2561 ของ สสส. -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -
  • การจัดทํารายงานทางการเงินของโครงการ -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • นานาทัศนะ สสส. กับการตรวจสอบ -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ป้ายคำ(Tag)

กรดวิตามินเอ  รณรง  ส่วนร่วมต้านคอร์รัปชั่น  กิจการเพื่อสังคมกับองค์กรไม่หวังผลกำไร  สสส. สร้างสุข สุขภาพ สุขภาวะ thaihealth วารสาร สารสองล้อ ทริปปั่นไปกิน ย่านเจริญกรุง จักรยานกับน้ำท่วม วิกฤตสร้างนักประดิษฐ์ จักรยานลุยน้ำ วิธีวัดดัชนีมวลกาย ปั่นไปนอนกอดเขา ที่สวนผึ้ง ขี่จักรยาน มันไม่ต้องเสียค่าเดินทาง ทริปเส้นทางอันซีน อะเมซิ่ง สู่บางป  เนื้อหมูสด  เป็นพิษ  หมดอายุ  การประกวดโคมลอย  ดร. ณัฏฐา โกมลวาทิน  จุดเริ่มต้น  ความก้านหน้า  อาการแพนิค  โรคเลือดข้น  เอาชนะใจตนเอง  พังงา  ใช้ชีวิต  ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา  คาร์โบไฮเดร  เกาะรัตนโกสินทร์  

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม